เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 หนังสือพิมพ์ทั้ง 3 ฉบับ ที่ผมบอกรับกับ “อาบัง” คนส่งหนังสือพิมพ์ในละแวกบ้านผม อันได้แก่ ไทยรัฐ–เดลินิวส์ และมติชน มีภาพที่ลงไว้ในส่วนบนๆของหน้า 1 เหมือนกันเป๊ะอยู่ภาพหนึ่งได้แก่ภาพนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธี บวงสรวง “ตราแผ่นดิน” ในบริเวณ ศาลปู่ดำ ที่ตั้งอยู่ ณ สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 09.09 น. พร้อมด้วยคำบรรยายที่คล้ายๆกันข่าวโทรทัศน์บางช่อง ผมไม่แน่ใจว่าช่องใดรายงานด้วยว่า... การบวงสรวงของท่านนายกฯ เมื่อวันอังคารดังกล่าว เป็นการมาสักการะเป็นครั้งที่ 4 ของท่านนายกฯในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจึงมีคำถามว่า ตราแผ่นดินสยาม คืออะไร? ทำไมนายกฯอนุทินจึงได้ศรัทธาถึงเพียงนี้? และนี่ก็คือคำตอบจากเฟซบุ๊ก “Travel 360 เที่ยวรอบทิศ” ที่ลงไว้เมื่อ 25 เมษายนปีกลายว่า“หากใครที่กำลังอยากขอพร เรื่องงาน การเลื่อนขั้น หรือ การเข้ารับราชการ อยากแก้อาถรรพณ์ แก้ชีวิตติดขัด ต้องมาไหว้ “ตราแผ่นดิน” สัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย และยังอยู่ประจำ สน.พระราชวังมาอย่างยาวนาน”สำหรับผู้ที่ศรัทธา หรือการได้มาสักการะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับตราแผ่นดินถือเป็นการเสริมพลังอำนาจ เสริมบารมี และขอพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน รวมถึงการปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตรายต่างๆ ความเชื่อเหล่านี้ได้สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และยังคงเป็นที่ยึดมั่นของผู้คนจำนวนมาก“โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ในเครื่องแบบนิยมมาก หากใคร ไม่อยาก ติดทหาร ห้ามมาไหว้ที่นี่เด็ดขาด แต่ทั้งนี้ทุกสายอาชีพสามารถมาขอพรได้หมด และในบริเวณที่ตั้งของ “ตราแผ่นดิน” ยังมีอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ศาลปู่ดำ ที่ตั้งประกบข้างกับศาลพระภูมิของ สน.พระราชวังด้วย”ครับ!ผมก็ถือโอกาสคัดลอกประเด็นสำคัญๆที่เกี่ยวกับความเชื่อถือ และความศักดิ์สิทธิ์ของ “ตราแผ่นดิน” จากเพจ Travel 360 มาฝากท่านผู้อ่าน ซึ่งจะเห็นได้ว่าท่านนายกฯท่านแต่งชุด ข้าราชการสีกากี ไปแบบเต็มยศเลยทีเดียวในฐานะเด็กต่างจังหวัดที่เติบโตมากับโรงเรียนวัดที่จังหวัดนครสวรรค์ และทุกวันนี้ก็ยังคล้องพระเต็มคอ ผมจึงไม่รู้สึกขัดข้องใจแต่ประการใด ในการเป็น “สายมู” ของท่านนายกฯกล่าวโดยข้อเท็จจริงของสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นอย่างผันผวนสุดๆในขณะนี้ถ้าไม่บนบานศาลกล่าว หรือขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยบ้าง อาจจะถือได้ว่าเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปเสียด้วยซํ้า ถือว่าตกอยู่ในความประมาทเป็นอย่างยิ่งลำพังอ่านพาดหัวข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์วันเดียวกับที่ลงภาพท่านนายกฯบวงสรวงก็สะดุ้งแล้วครับเช่น “ส่งสัญญาณชัดปล่อยดีเซลไม่ตรึงราคา” (ไทยรัฐ) “แจงนํ้ามันส่อขึ้นราคาอีก รบ.อุ้มไม่ไหว” (มติชน)เพียงแค่นี้ใครมาเป็นนายกฯก็อยู่ไม่สุขแล้ว เพราะราคานํ้ามันจะต้องกระฉูดขึ้น และภาวะของแพง ภาวะเงินเฟ้อท่ามกลางเงินฝืดก็จะเกิดขึ้นเช่นกัน...การค้าขายจะแย่ ผู้คนจะตกงาน ฯลฯ ตามมาแม้จะมีข่าวว่า “สหรัฐฯ–อิหร่าน” มีการเจรจาหยุดยิงชั่วขณะ ผ่าน “ปากีสถาน” เพื่อหาทางยุติสงครามครั้งนี้อย่างจริงจัง ก็ยังเอาแน่นอนไม่ได้...หรือแม้สงครามเลิกจริง กว่าปัญหาด้านพลังงานจะกลับเข้าที่ก็อาจต้องใช้เวลาอีก 5-6 เดือน หรือเป็นปีด้วยซํ้าเห็นด้วยครับที่ท่านนายกฯทำพิธีบวงสรวง “ตราแผ่นดิน” และขอแนะนำให้ท่านขอพรและบวงสรวง พระสยามเทวาธิราช เทวดาอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศเราด้วยบวงสรวงแล้ว จะได้มีสติ, มีปัญญา, มีสมาธิ, มีขวัญ, มีกำลังใจ สามารถหาวิธีและแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เอาตัวรอดได้ในที่สุดผมเองโดยส่วนตัวก็จะสวดมนต์ ภาวนาเอาใจช่วยท่านนายกฯและประเทศไทยของเราอีกแรงหนึ่งครับ เพราะมองไปข้างหน้าแล้วทุกสิ่งทุกอย่างหนักหนาสาหัสจริงๆ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม