“รองเต่า” นำทีมตำรวจ ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมฝนหลวงฯ เปิดปฏิบัติการ “ล้วงคองูเห่า” ล่อจับนักตบทรัพย์ กล้าข่มขู่รีดเงินข้าราชการระดับสูงถึงรองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ อ้างกำลังถูก ป.ป.ช.สอบเรื่องงบปรับปรุงอาคารตั้งแต่ปี 65 เรียกเงินค่าวิ่งเต้นถึง 15 ล้านบาท ถูกซ้อนแผนต่อรองเหลือ 2-3 ล้านบาท ล่อให้มารับ มัดจำ 2 แสน ที่ห้องทำงาน หลังจ่ายเงินเรียบร้อยตำรวจแสดงตัวจับกุมถึงกับหน้าถอดสี อ้างอาชีพรับเหมา ก่อสร้าง แต่เงินขาดมือ ถูกกลุ่มแก๊งว่าจ้างให้มาออกหน้า ก่อเหตุด้วยเงินเพียง 1-2 หมื่นบาท ชุดจับกุมไม่เชื่อ เร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มี.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.อ.ภาณุมาศ แสงส่ง ผกก.1 บก.ปปป. และนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการ ป.ป.ท. และนายราเชน ศิลปพรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แถลงปฏิบัติการ “ล้วงคองูเห่า”นำกำลังจับกุมนายศรายุทธ วงษ์เนียม อายุ 41 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ จ.7/69 ลงวันที่ 20 มี.ค.2569 ข้อหาเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด จับกุมภายในกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักรการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป.ดำเนินคดีนายศรายุทธ กรณีเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.68 ผู้ต้องหาใช้ชื่อ “สุรชัย” ติดต่อทางโทรศัพท์รวมทั้งเข้ามาพบนายไพจิตรถึงสถานที่ทำงาน อ้างว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถช่วยเหลือทำให้คดีที่นายไพจิตรถูกไต่สวนจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวข้องกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงอาคารเมื่อปี 2565 สิ้นสุดลง หรือทำให้มีมติ “ตีตก” ไปได้ครั้งแรกนายศรายุทธเจรจาเรียกรับเงิน 15 ล้านบาท เป็นค่าดำเนินการ พร้อมทั้งนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนวนการไต่สวนมาแสดงให้นายไพจิตรดู เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าเป็นเอกสารจริง หลังจากนั้นวางแผนเจรจาต่อรองกันเรื่อยมาจนเหลือยอดเงิน 2-3 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 23 มี.ค. นายศรายุทธโทร.ติดต่อมาหาอีกเพื่อเร่งรัดเรื่องการจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนนัดหมายให้มารับเงินถึงห้องทำงานนายไพจิตร ก่อนจ่ายเงินสดเป็นค่ามัดจำให้ผู้ต้องหาก่อน 2 แสนบาท หลังเจ้าหน้าที่แสดงตัวจับกุมชนิดคาหนังคาเขา ผู้ต้องหาถึงกับหน้าซีดเผือดสอบสวนนายศรายุทธให้การรับสารภาพ อ้างว่า มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่ช่วงนี้ขัดสนเรื่องเงิน มีเพื่อนชวนให้มาทำ สัญญาว่าจะได้ค่าจ้าง 1-2 หมื่นบาท หลังสอบสวนเบื้องต้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป.ดำเนินคดี พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไปด้านนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยว่า เรื่องการไต่สวนของ ป.ป.ช.เกือบทุกเรื่องจะมีการเปิดเผย รวมทั้งเอกสารที่เผยแพร่นั้นเป็นแค่เรื่องการพิจารณาขั้นต้นเท่านั้น ยังต้องดำเนินการอีกหลายขั้นตอนถึงจะสิ้นสุด ทำให้มิจฉาชีพสามารถนำเอกสารดังกล่าวไปกระทำการก่อเหตุได้มีรายงานด้วยว่า กรณีกรมฝนหลวงฯที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.นั้น เป็นเรื่องตั้งแต่ปี 65 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะปรับปรุงบริเวณชั้น 6 อาคารกรมฝนหลวงฯ ก่อนมีเรื่องร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนชั้นต้น ยังไม่มติตัดสินว่าผลจะออกมาอย่างไร รวมทั้งมูลค่าการก่อสร้างก็ไม่ได้มากเหมือนที่ผู้ต้องหาเรียกรับเงินถึง 15 ล้านบาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่