ก็ช็อกกันทั้งประเทศ เมื่อ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ เรื่องการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 33 บาท เย็นวันที่ 24 มี.ค.ว่า ไม่มีคำว่าตรึง เมื่อไม่มีคำนี้ ก็ไม่มีชนเพดาน โดยต้องดู กลไกตลาด รัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้ เมื่อถามว่าได้ประเมินหรือไม่ราคาน้ำมันจะไปสิ้นสุดที่กี่บาท นายกฯอนุทินไม่ตอบ ถามอีกว่ามีโอกาสที่น้ำมันดีเซลจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาทหรือไม่ นายกฯอนุทินตอบว่าไม่ทราบ เมื่อนายกฯพูดแบบนี้ ผมก็เชื่อว่า มีโอกาสสูงที่ราคาน้ำมันดีเซลจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาทแน่นอน ได้ช็อกกันทั้งประเทศแน่นอน เศรษฐกิจได้พังกันทั้งประเทศแน่นอนเพราะ “กลไกตลาดน้ำมันไทย” อ้างอิงจาก ราคาตลาดสิงคโปร์ มีการบวก “ราคาทิพย์” เข้าไปมากมาย เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่น ทำให้แพงเกินจริงข้อมูลที่พอหาได้เร็วๆ ณ วันที่ 24 มี.ค. วันที่ นายกฯอนุทิน ประกาศจะลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลขายปลีก ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ลิตรละ 48.11 บาท ภาษีสรรพสามิตลิตรละ 6.92 บาท กองทุนน้ำมันอุดหนุนลิตรละ 24.09 บาท ราคาขายปลีกลิตรละ 32.94 บาท ถ้ารัฐบาลปล่อย ให้ราคาลอยตัว ราคาขายปลีกจะพุ่งขึ้นไปลิตรละ 57.03 บาททันที เพราะไม่มีเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันลิตรละ 24.09 บาทมาช่วยทำไม นายกฯอนุทิน ไม่พูดความจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาก็ไม่รู้ถ้า น้ำมันดีเซลไทยขายลิตรละ 57.03 บาท จะแพงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ ข้อมูล ณ 24 มี.ค. น้ำมันดีเซลขายปลีกในสิงคโปร์ลิตรละ 88.28 บาท (ไม่มีการอุดหนุน) รองมา กัมพูชา ลิตรละ 51.80 บาท (นำเข้าทั้งหมด) เมียนมา ลิตรละ 49.68 บาท (ซื้อจากไทย) สปป.ลาว ลิตรละ 48.68 บาท (ซื้อจากไทย) ฟิลิปปินส์ ลิตรละ 42.98 บาท มาเลเซีย ลิตรละ 38.70 บาท เวียดนาม ลิตรละ 33.62 บาท ไทย (ราคาเดิม) ลิตรละ 32.94 บาท อินโดนีเซีย ลิตรละ 28.07 บาท บรูไน ลิตรละ 7.85–13.43 บาทเวียดนาม มีราคาสูสีกับไทย มาเลเซีย แพงกว่าไทย 5 บาทกว่า แต่ไทยอุดหนุนสูงถึงลิตรละ 24 บาท ถ้าปล่อยราคาตามกลไกตลาด ยกเลิกเงินอุดหนุนจากกองทุนนํ้ามัน ดีเซลไทยจะพุ่งขึ้นไปที่ลิตรละ 57.03 บาท แพงกว่า มาเลเซีย ที่ขายลิตรละ 38.70 บาทก่อนหน้านี้ นํ้ามันดีเซลมาเลเซียถูกกว่าไทยลิตรละ 10 กว่าบาท คนภาคใต้ 7 จังหวัดตอนล่าง ก็เติมนํ้ามันถูกจากมาเลเซียที่ลักลอบเข้ามาขายในไทยกันเป็นลํ่าเป็นสัน คนขายก็รวยจนไม่รู้เอาเงินไปทำอะไร ก็ไปเล่นการเมือง วันนี้ถ้าไทยลอยตัวนํ้ามันดีเซลอย่างกะทันหันโดยไม่อุดหนุนเลย นํ้ามันดีเซลไทยก็จะแพงกว่ามาเลเซียลิตรละ 18 บาทกว่า นํ้ามันดีเซลจากมาเลเซียก็จะถูกลักลอบเข้ามาขายในไทยอีกเหมือนก่อน ฟันกำไรส่วนต่างลิตรละ 18 บาทกันพุงกางผมเชื่อว่า นายกฯอนุทิน ก็รู้เรื่องเหล่านี้ดีนายกฯอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ตัดสินใจให้ราคานํ้ามันดีเซลลอยตัวตามกลไกตลาดว่า ก่อนมีสงครามตะวันออกกลาง ไทยใช้นํ้ามันดีเซล 67 ล้านลิตรต่อวัน (ยังไม่รวมนํ้ามันลักลอบจากมาเลเซียที่มีราคาถูกกว่าไทย) แต่เราผลิตได้วันละ 77 ล้านลิตร ขายให้ สปป.ลาวและเมียนมา 5 ล้านลิตร กำลังการผลิตถือว่าเกินความต้องการ (ถ้าไม่มีนํ้ามันเถื่อนอาจจะไม่เกินก็ได้) เมื่อมีปัจจัยตื่นตระหนก ความกังวลจึงเพิ่มความต้องการเป็นกว่า 80 ล้านลิตร เกินกำลังการผลิต จึงต้องดึงสถานการณ์ให้กลับมาจุดเดิมก่อน 28 ก.พ. ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางข้อมูลนํ้ามันไทยค่อนข้างซับซ้อน นายกฯอนุทิน ควรตรวจสอบให้รอบคอบ ถ้าปล่อยให้ดีเซลลอยตัวขึ้นไปถึงลิตรละ 57 บาท ขณะที่ มาเลเซียขายลิตรละ 38.70 บาท จะมีการลักลอบนำเข้านํ้ามันถูกจากมาเลเซียมาขายในไทยแน่นอนแต่ที่จะ พังทันที ก็คือ เศรษฐกิจประเทศไทย และ กระเป๋าคนไทยทุกคน ต้องใช้นํ้ามันราคาแพงเว่อร์ ราคาสินค้าแพงขึ้น ค่าเดินทางแพงขึ้น ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ค่าครองชีพแพงขึ้น จะเอายังงั้นหรือครับ ท่านนายกฯหนู แบบนี้อยู่ไม่ถึง 8 ปีแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม