แพงไม่ว่าอย่าให้ขาดแคลน จับอารมณ์ผู้คนในสังคมไทย ณ วันที่ได้ยินนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยอมรับออกอากาศ จำเป็นต้องปล่อยให้ราคาน้ำมัน ดีเซลลอยตัวไปตามกลไกตลาด ไร้เพดานกำหนด หมายถึงตัวเลขต้องทะลุเกินลิตรละ 33 บาทแน่ๆ และไม่มีหลักประกันว่าจะไปถึงลิตรละ 50 บาท ไหลตามวิกฤติสงครามตามสัญญาณลบเต็มพิกัด แบบที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดข้อมูลวงในฝ่ายรับมือสถานการณ์ของรัฐบาลย้ำชัดๆ โลกเข้าสู่วิกฤติพลังงานอย่างแท้จริง ตอนนี้รู้แล้วว่าถ้าตรึงราคาน้ำมันต่อไป ก็ต้องเจอปัญหากักตุนแน่นอน จึงต้องปล่อยตามกลไกตลาด สิ้นสุดระยะรัฐบาลอุ้มราคาน้ำมัน“ช็อก” แต่ทำใจรับสภาพล่วงหน้า เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รับรู้ถึง “วิบากกรรมหมู่” ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อภาวะขาดแคลนพลังงานเป็นวิกฤติที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐบาล เป็น “วาระระดับโลก” ความเดือดร้อนของมวลมนุษยชาติ ผูกติดอยู่กับสภาพการสู้รบสงครามตะวันออกกลางที่ไม่อาจคาดเดาสถานการณ์ได้ถ้าไม่นับลูกมั่วในเชิงบริหารจัดการ จนเกิดภาพน้องๆมิคสัญญี ผู้คนถือแกลลอนไปแย่งเติมน้ำมัน รถยนต์ต่อคิวรอแน่นปั๊ม ภาวะแตกตื่นทั่วบ้านทั่วเมือง โดยสถานการณ์ถือว่าประชาชนคนไทยยังได้ใช้น้ำมันราคาถูกกว่าอีกหลายประเทศ แม้แต่เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ผลิตน้ำมันได้เอง ราคายังแพงกว่าเมืองไทยจุดดีที่กลายเป็นผลด้านลบ ทำให้ประเทศไทยปั่นป่วนกว่านานาประเทศที่เผชิญวิกฤติพลังงานจากสงครามเหมือนกัน เมื่อรัฐบาลอัดกองทุนน้ำมันอุ้มราคา บิดเบือนกลไกตลาด ด้านหนึ่งก็คือช่วยชาวบ้านลดเสียงด่ารัฐบาล แต่อีกทางก็เข้าทางแก๊งปล้นซ้ำ ทั้งกลุ่มทุน พ่อค้า ไม่เว้นนักการเมือง ฉวยโอกาสกักตุน ฟันส่วนต่างราคาสภาพกองทุนน้ำมันถังแตก แต่เงินภาษีส่วนใหญ่ไหลเข้าปากไอ้โม่งปล้นน้ำมันมากกว่าตกอยู่กับชาวบ้าน สถานการณ์ หักมุมแบบที่เรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนมาขายในปักษ์ใต้ หันมาขนน้ำมันในไทยไปฟันกำไรในต่างประเทศที่ราคาแพงกว่า ถ้ารัฐบาลขืนดันทุรังอุ้มราคาน้ำมันต่อไป ประเทศไทยคงโดนวิกฤติพลังงานยับเยินกว่าใครในโลกแต่ในวิกฤติมันก็แฝงโอกาส ตามข้อเสนอของนายคงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอ ใหญ่กลุ่ม ปตท. เสนอในที่ประชุม ศบก. เร่งพัฒนาระบบวิเคราะห์สมดุลซัพพลายเชนธุรกิจน้ำมันของประเทศไทย ใช้ระบบดาต้าติดตามสถานการณ์พลังงานของประเทศอย่างเป็นระบบ จุดลักลอบไอ้โม่งกักตุน น้ำมันรั่วไหลตรงไหน ตรวจสอบย้อนกลับได้หมด.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม