เริ่มต้นเส้นทางอำนาจรอบใหม่ของ “นายสมุดบันทึก” เพราะถ้าแปลความนามของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เพิ่งได้รับเสียงโหวตจาก สส.ท่วมท้น เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศรอบสอง ตั้งรัฐบาลภูมิใจไทยพลัสๆตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ชื่อ “อนุทิน” มีความหมายคือ“สมุดบันทึกประจำวัน” หรือ “ไดอารี” ฉะนั้นจากนี้ก็เข้าสู่โหมด “บันทึกชีวิต”จะดีหรือร้ายบนถนนสายนี้ “อนุทิน” ต้องขีดเขียนเรื่องเองแล้วก็ประเดิมเก้าอี้ผู้นำสมัยสอง โจทย์ท้าทายประเดประดังเข้ามาแล้ว ชนิดไม่ต้องให้หายใจหายคอ ไม่มีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ เพราะปัญหาลากยาวตั้งแต่เป็นผู้นำสมัยแรกทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ ทุกข์ร้อนปากท้องชาวบ้าน ภัยสงครามชายแดน และล่าสุดมหาภัยพิบัติสงครามตะวันออกกลางมาซ้ำเติม ชนิดรับตำแหน่งปุ๊บผู้นำต้องเรียกประชุมด่วน ระดมทุกฝ่ายเข้าให้ข้อมูล ถกปัญหา สาเหตุและมาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤติพลังงานระดมกึ๋น “ดรีมทีมเทคโนแครต” โชว์ให้เห็นว่า มืออาชีพเป็นตัวจริง ที่ระดมเข้ามาคุมงานเศรษฐกิจ เก่งกาจสามารถของแท้ ไม่ใช่แค่ปั่นจนฟูหรูหราได้เวลาล้างคำปรามาส ทรงดี หน้าตาได้ แต่ “มือไม่ถึง”โดยเฉพาะปมใหญ่ที่ผู้นำประเทศยิ่งต้องเด็ดขาด เพื่อคลายข้อสงสัยชาวบ้านกับปมน้ำมันขาดแคลน “หมดปั๊ม” ตลอด ทั้งที่รัฐบาล ผู้นำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานเสียง ตุนไว้เหลือเฟืออย่างต่ำๆ 100 กว่าวัน หรือ 3 เดือนกว่าในเมื่อ “สต๊อกล้น” ก็เลยมีคำถามว่าแล้วเพราะเหตุใด ของถึงไม่มีขาย มีฝ่ายใด หน่วยงานไหน ภาครัฐหรือเอกชน ไอ้โม่งหน้าไหน “กักตุนน้ำมัน” อยู่หรือไม่กั๊กเพื่อกอบโกย ฟันกำไรภาษีชาวบ้านหรือไม่ ยิ่งถ้ามีขุดปม “โกง” ฉาวโฉ่ออกมา รับรองพังแน่เอาเป็นว่าถึงวันนี้ แม้เป็นห้วงเวลาที่ “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทยยิ่งใหญ่ และใหญ่ยิ่ง ถือธงนำในฐานะหัวขบวนอนุรักษ์นิยม เข้าคุมอำนาจการเมืองอยู่หมัด แถมเสียง สส.เท่านี้ก็ยังแน่นปึ้กไม่พอ “ครูใหญ่” เดินเกมกวาดต้อน ล่าหัวเข้ามาเติมแต้ม แบบประเมินได้ว่าหวังอยู่ยาว “รวบเบ็ดเสร็จ”ถือแต้มต่อเพราะถูกมองมีผู้ใหญ่หนุนหลัง “เส้นใหญ่เบ้ง” ทำอะไรก็ได้ ไม่ผิด แม้แต่ช่วงบ้านเมืองชุลมุน ชนักคดีโยงคนในเครือข่ายสีน้ำเงิน ถูกปัดถูกเป่าเรียบ จู่ๆลูกก็เข้าทางทุกเรื่องทั้งหมดทั้งปวงก็ไม่แปลก คนไทยพร้อมให้โอกาส ไม่แตกต่างจากยุคอดีต มีผู้นำบกพร่องโดยสุจริต ผู้คนก็พร้อมหลับตาข้างหนึ่ง หยวนๆให้โอกาสบริหารบ้านเมืองแต่ถ้ามีโอกาสแล้วผลงานผิดพลาด แถมลุแก่อำนาจซ้ำด้วยฉาวปมโกง ก็ไปไม่รอดวันนี้ก็เช่นกัน แม้เส้นทางอำนาจ “โล่ง โปร่ง สะดวก” อำนาจเหลือล้น ปัจจัยรอบข้างเอื้อเกื้อหนุนเต็มที่นั่นก็จริง แต่ที่สุดก็ต้องวัดกันที่การบริหารบ้านเมืองแก้โจทย์วิกฤติประเทศ ตอบโจทย์ผู้ใหญ่เข้าเป้าหรือไม่ที่สำคัญก็อย่าได้ประมาท คิวที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องประเด็น “เลือกตั้งโมฆะ” จากการพิมพ์คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดไว้พิจารณา หลังประชาชนร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินสัญญาณสะดุด ที่ว่าคุมเกมได้หมด “ทำอะไรก็ไม่ผิด” ชักแปร่งๆแม้ไม่ถึงขั้นเป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรง ประเมินเบื้องต้นก็แค่ คิวนี้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของศาล หรือถ้าอ่านเลวร้ายสุดก็แค่โดน “กระตุก” ไม่ให้ฮึกเหิมเกินกรอบธรรมชาติ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ปลื้มสีน้ำเงินไปทั้งหมดที่สำคัญเอาเข้าจริง ทั้ง 2 น.สีน้ำเงินก็รู้ดี โดนจ้องจะ “เขี่ยแผล” ตลอด สะท้อนจากล่าสุดเวทีเลือกนายกฯ โดนขุดแฉทั้งปมฮั้ว สว. เรื่องค้างคาอย่าง “เขากระโดง” หยิบยกมาทักท้วงเรื่อง “คุณสมบัติของผู้นำ”ปม “จริยธรรม” แผลเก่า คงโดนเขี่ยหนักๆกันต่อไปยังไม่รวมอีกโจทย์ใหญ่ล้างทุนเทา เอาเข้าจริงก็ได้เวลา“2 น.” ต้องไล่สแกนเช็กละเอียดคนในเครือข่ายรัฐบาลเองเช่นกันเพราะไม่มีอะไรการันตี แค่กำจัดจุดเสี่ยง “เทาแป้ง” ไปแล้ว สีน้ำเงินจะผุดผ่องเป็นยองใย“2 น.” อาจมองผ่าน พลาดมองไม่เห็นได้เช่นกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม