วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ท่านผู้อ่านที่อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับตรงวันคงจะทราบแล้วนะครับว่าผลการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานอีก 2 ท่านเป็นอย่างไร? ใครเข้าวินเข้าโพลกันบ้าง?จากนี้ไปก็จะถึงคิวสำคัญที่สุด คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่มีข่าวว่าจะเลือกในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคมนี้ และก็คงจะเป็นไปตามฟอร์ม ได้แก่ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลตามประเพณีปฏิบัติของระบอบประชาธิปไตยจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการฟอร์มคณะรัฐมนตรีไม่เกิน 35 ท่าน การเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนและการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อเป็นรัฐบาลที่สมบูรณ์สามารถเข้าบริหารประเทศได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ตามกติกาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้คาดว่าทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยโรงเรียนรัฐบาลไทย ถ้าไม่ก่อนก็หลังเทศกาล "มหาสงกรานต์" เล็กน้อย...นี่แหละครับสำหรับรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญๆ ก็ดูเหมือนว่า 2 พรรคใหญ่อย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยจะได้ไปเกือบหมดจากข่าวคราวที่หนังสือพิมพ์คาดหมายไว้อย่างชนิดลงข่าวเหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ทุกฉบับ จึงไม่น่าจะผิดพลาดไปจากนี้ปรากฏว่าไม่มีคนใหม่ หน้าใหม่ ชื่อใหม่ ที่จะสามารถเรียกเสียงฮือฮา หรือเสียงสูดปากด้วยความพึงพอใจเท่าไรนักดาวเด่น 4 ท่านแรก ยังเป็นดาวดวงเก่าที่เคยสร้างชื่อไว้แล้วยุค "อนุทิน 1" ได้แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ท่านสิหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณทางซีกพรรคเพื่อไทยยิ่งหนักใหญ่เพราะกระทรวงใหญ่อย่างเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงศึกษาธิการ กลายเป็นคนหน้าเดิมไม่ค่อยตรงปกและไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มานั่งเก้าอี้...สร้างความผิดหวังให้แก่กองเชียร์ไปตามๆ กันยังโชคดีที่พรรคเพื่อไทยจะส่ง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาเป็น รมว.อว. หรือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในทัศนะของผม ถือเป็นกระทรวงที่สำคัญที่สุดสำหรับการอยู่รอดของประเทศไทยในอนาคตผมมีความเชื่อฝังใจมาตลอดว่าประเทศไทยของเราพัฒนามาได้ไกลพอสมควรแต่ยังไม่สุดซอย เพราะไปไม่ถึงขั้น "ประเทศรายได้สูง" อย่างที่หวังไว้ ต้องติดอยู่ในกับดักของ "ประเทศรายได้ปานกลาง" มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะเรายังไม่สนับสนุน "การวิจัย" อย่างจริงจัง แม้จะมาสนับสนุนภายหลังแต่ก็ยังไม่เป็นโล้เป็นพายมากนักต่างกับเกาหลีใต้ที่พัฒนาเคียงคู่มากับเรา แต่เขาทุ่มเทด้านงานวิจัย จนสามารถผลิตสินค้าทันสมัย เช่น รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และสินค้าไฮเทคต่างๆ ได้ สร้างรายได้เข้าประเทศ จนสามารถกระโดดขึ้นชั้นไปเป็นประเทศรายได้สูงในที่สุดของเราไม่ค่อยสนใจงานวิจัยและพัฒนา เพราะพอใจแค่ซื้อหรือเช่าเทคโนโลยีจากคนอื่น หรือไม่ก็ชักชวนคนอื่นมาลงทุน แต่ไม่กี่สิบปีไม่หาความรู้และไม่คิดจะเป็นเจ้าของสินค้านั้นๆ บ้างเลย เราจึงไม่มีแบรนด์ ไม่มีสินค้าทันสมัย และไม่มีรายได้เพิ่มขึ้นพอจะขึ้นชั้นไปเป็นประเทศรายได้สูงกับเขาได้ผมหวังว่า ดร.ยศชนัน ซึ่งเท่าที่ให้สัมภาษณ์ไว้ในช่วงหาเสียง ท่านมีความคิดทันสมัยและพร้อมที่จะผลักดันด้านวิจัยและพัฒนาใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาจะมาช่วยปฏิรูปงานด้านนี้ให้ดีขึ้นท่านจะทำได้หรือไม่ได้ไม่ทราบเพราะเกาหลีไปไกลแล้ว...ขึ้นมาทีหลังไปไกลสุดๆ...แต่ก็เอาเถอะเราอาจจะโชคดีได้คนที่ถูกฝาถูกตัวมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ในยุคนี้...กับเขาเสียทีอย่างที่ผมเคยเขียนเอาไว้แหละครับ คนที่พร้อมจะออกมารับใช้บ้านเมืองของเราก็มีอยู่เท่านี้ ยังโชคดีที่รัฐบาลชุดนี้มีมืออาชีพเสียสละมาช่วยถึง 4 คน ขอให้ทุกๆ คนที่มีชื่ออยู่ในโผทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเอาไว้ก่อนในสถานการณ์ที่วิกฤติไปทั่วโลกอย่างทุกวันนี้ไม่มีเวลาจะมาทุจริตโกงกินแล้วนะครับ ฝากดูแลรัฐมนตรีใหม่ให้ดีๆ ด้วยครับ ท่านนายกฯ อนุทิน"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม