ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวจาก 10% เป็น 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ หลังจากที่ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินไม่เห็นด้วยกับโครงการภาษีสินค้านำเข้า ที่ ทรัมป์ อ้างใช้อำนาจตามกฎหมายภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังอนุญาตให้ ทรัมป์ สามารถเรียกเก็บภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน ซึ่งหมายความว่า ภาษีนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐฯ จะมีอัตราภาษีที่ 10-15% โดยที่ ทรัมป์ จะออกประกาศอีกครั้งว่าประเทศไหนจะต้องเสียภาษีในอัตราใดบ้างในส่วนภาคเอกชนในบ้านเรา แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหลายมุมมอง เช่น ปัญหาจากการขอคืนภาษีที่ถูกเรียกเก็บไปแล้ว แม้แต่บางรัฐในสหรัฐฯเองก็ยังมีปัญหาในการเรียกคืนภาษี ซึ่งอาจจะต้องนำไปสู่การฟ้องร้องวุ่นวาย และถือว่า เป็นช่วงเวลาสุญญากาศ ของผู้ส่งออกที่จะต้องรอความชัดเจนแน่นอนในเรื่องของ ภาษีทรัมป์ ที่จะทำให้การส่งออกชะลอตัวโดยปริยายโดยเฉพาะภาษีนำเข้าเป็นภาระของผู้นำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ส่งออกโดยตรง ที่จะต้องรอดูท่าทีที่ชัดเจนของ รัฐบาลสหรัฐฯต่อไป รวมทั้งรายละเอียดในการปฏิบัติซึ่งจะกลับไป เสียภาษีนำเข้าสินค้าที่ 19% หรือจะต้องเสีย 10-15% จะเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่ การจัดเตรียมการเสียภาษีก่อนหน้านี้จะทำอย่างไร ทุกอย่างอยู่บนความไม่แน่นอน ประกอบกับปัจจุบันไทยยัง เสียเปรียบด้านภาษีในตลาดสหภาพยุโรป เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคนี้ ที่ทำการตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปไปเรียบร้อยแล้วที่ต้องจับตาคือ การก่อสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่รอดูผลประชุมร่วมระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่เจนีวาจะออกหัวออกก้อย อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ รายงานว่า ฐานทัพ AI-Udeid ของสหรัฐฯใน กาตาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพสหรัฐฯที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ติดตั้งขีปนาวุธ Patriot บนแท่นยิงแบบรถบรรทุก เพื่อช่วยให้เคลื่อนกำลังได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นนอกจากนี้ สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบ USS Gerald R. Ford สามารถบรรทุกเครื่องบินทางทหารได้ 75-90 ลำ ซึ่งจะถึงตะวันออกกลาง ในต้นเดือนมี.ค.นี้ เพื่อเข้าสมทบกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoin เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการในอิหร่านทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาของผู้แทนสหรัฐฯ Steve Witkoff ที่เข้าร่วมเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน โดยมี ประเทศโอมาน เป็นคนกลาง จะมีผลออกมาอย่างไร ซึ่งมีแนวโน้มว่า การเจรจาอาจมีผลออกมาลบมากกว่าบวกประเทศไทยถูกประเมินว่า เรากำลังเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ในขณะที่การเมืองไทยไร้เสถียรภาพ ที่เกิดจากอาการป่วยของโรคหวาดระแวง ในการชิงอำนาจทางการเมืองต่อให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุน 300 เสียงก็ยังเป็นคนป่วยของเอเชียอยู่ดี.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม