กรณีข้อมูลทางราชการที่รั่วไหลออกมาสู่สาธารณะ ตีแสกหน้า ผู้นำรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.ดิจิทัลฯ ไชยชนก ชิดชอบ ไปเต็มๆ ชี้ให้เห็นถึงความไม่เอาไหนของนโยบายด้านไอทีของรัฐบาลที่พยายามจะผลักดันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐ เช่น การยกระดับเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นฮับบิ๊กดาต้า หรือโครงการ TH-AI Passport ที่ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดประโยชน์กับการ เอางบประมาณของประเทศจำนวน 1.6 พันล้าน ไปแลกตรงไหนกระทรวงดีอี ร้อนอกร้อนใจ ประชุมการยกระดับมาตรการหน่วยงานรัฐเพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชน แก้ผ้าเอาหน้ารอด โดยเตรียมเสนอมาตรการระยะสั้นในที่ประชุม ครม. ไปพร้อมกับการวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาว หลังจากถูกล้วงคองูเขียว ไปเรียบร้อยอ้างว่า ทั่วโลกมีข้อมูลล็อกอินที่รั่วไหล ประมาณ 56,000 ล้านรายการ ขณะที่เกี่ยวกับประเทศไทยมีอยู่ 221 ล้านรายการ (ไม่รู้ว่าจะอ้างมาเพื่ออะไร) แยกเป็นส่วนของภาครัฐประมาณ 3 หมื่นรายการ ที่เกี่ยวข้องกับการล็อกอินที่มีการรั่วไหลเกิดขึ้น จากภาคเอกชนมากกว่า 3.5 หมื่นรายการ สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้ จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานรัฐ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย (ก็ไม่ใช่คำตอบที่ตรงกับคำถามอยู่ดี)กระทรวงดีอีอ้างว่า ที่ต้องทำทันทีคือ การรีเซ็ตล็อกอินที่จะทำให้ข้อมูลที่รั่วไหลไปแล้วไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกเป็นมาตรการระยะสั้นในการ ซื้อเวลา ระหว่างที่ภาครัฐกำลังจัดการปัญหาเชิงระบบจากนั้นจะเรียกทุกหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม เข้ามาร่วมหารือ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบระบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาประเมินระบบทั้งหมด จัดทำแผน และกำหนดแนวทางแก้ไขในระยะยาว (ได้โอกาสใช้งบประมาณอีกแล้ว)โดยอ้างว่า ต้องขับเคลื่อนกันทั้งประเทศ เพราะข้อมูลที่หลุด ไม่ได้มีเฉพาะภาครัฐ ภาคเอกชนก็หลุดจำนวนมาก (หาเพื่อน) ที่ต้องรณรงค์ร่วมกันคือให้ทุกคนรีเซ็ตก่อน เพื่อซื้อเวลา และทุกหน่วยงานที่มีระบบ หรือข้อมูลสำคัญต้องเร่งอัปเกรดไปพร้อมกันด้วยส่วนที่จะแก้ปัญหาในระยะยาวโดยการนำเสนอใน ครม.คือ การยกระดับยืนยันตัวตนของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในระบบสำคัญให้เปลี่ยนจากการใช้ Username+Password ไปสู่ การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication MFA เป็นการยืนยันตัวตนตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป เช่น การใช้ THAID หรือ OTP เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกจากระบบ ได้โดยตรงทั้งหมดนี้เกิดจากความล้าสมัยของภาครัฐที่ไม่อัปเกรดให้ทัน ภาคเอกชน ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความล้าสมัยของระบบราชการและความล้าสมัยของนโยบายรัฐบาลที่ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมปัจจุบันสุดท้ายผลักภาระให้ประชาชนต้องรับผิดชอบเหมือนเดิม พับผ่า.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม