รัฐบาล 300 เสียง...เป็นสูตรรัฐบาลชุดใหม่ที่ออกมาสดๆร้อนๆและเกรียวกราว มี 2 พรรคใหญ่คือ “ภูมิใจไทย”-“เพื่อไทย” และพรรคเล็กๆที่รวมกันปล่อยให้ “ประชาชน”-“กล้าธรรม”-“ประชาธิปัตย์” และพรรคเล็กบางพรรคเป็นฝ่ายค้านถามว่าหากสูตรนี้ออกมารัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่คงตอบว่ามีแน่เพราะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งถึง 50 เสียง จากยอดทั้งหมด 500 เสียง ครึ่งหนึ่งก็ 250 เสียง ที่สำคัญคือสามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่าที่จะเอาพรรคใหญ่มาร่วม“กล้าธรรม” ก็ภาพลักษณ์ไม่ดี เจ้าของพรรคมีปัญหาและปูมประวัติที่สร้างความแสบสันให้ปรากฏแล้ว“ประชาธิปัตย์” แม้จะภาพลักษณ์ดีแต่ก็เจ้าระเบียบ อยู่ด้วยกันเดี๋ยวก็ตีกันเองหากสูตรนี้ออกมาก็จะทำให้ส่วนแบ่งรัฐมนตรีน้อยลงโดยเฉพาะ “ภูมิใจไทย” แม้จะได้ สส.มากแต่ก็ต้องแบ่งเก้าอี้ให้บรรดา “บ้านใหญ่” ที่รอส่วนแบ่งอยู่ถ้าแบ่งกันได้และพอใจกันทุกฝ่าย!ปัญหาภายในไม่มีทำให้เกิดเอกภาพ มีความมั่นคงอย่างแน่นอนยิ่งไปกว่านั้นสามารถที่คุมกระทรวงต่างๆเอาไว้ได้เกือบทั้งหมด ทำให้สามารถดำเนินนโยบายตามที่ต้องการได้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจและความมั่นคงเท่านั้น!แต่ยังรวมไปถึงการศึกษา สังคม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีพูดง่ายๆว่าหากต้องการอยู่ยาวมากกว่า 4 ปี ก็ต้องใช้สูตรนี้ เพื่อสามารถสร้างผลงานได้อย่างครอบคลุมทุกด้านแม้จะมีคนนอกอยู่ในโควตาก็ไม่มีปัญหา ยังสามารถเพิ่มได้อย่างที่มีข่าวว่าจะให้ “ปรีดี ดาวฉาย” มาคุมงานด้านพลังงานเมื่อมีตำแหน่งมากก็สามารถเสริมทัพคุณภาพได้มากขึ้นแน่นอนว่านี่มองในภาพของรัฐบาลแต่ถ้ามองในภาพของฝ่ายค้านที่มี “ประชาชน”-“กล้าธรรม”-“ประชาธิปัตย์” ก็ต้องบอกว่าแข็งแกร่งแน่เพราะแต่ละพรรคต่างก็ไม่ธรรมดา“ประชาชน” พรรคคนรุ่นใหม่ที่จะต้องสร้างผลงานให้ชัดเจนเพื่อทำให้ประชาชนพึงพอใจ และเลือกเข้ามาทำงานเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลสักครั้ง“กล้าธรรม” แม้จะไม่สันทัดในการเป็นฝ่ายค้านแต่ก็มีวิชาตัวเบามาก คือมีข้อมูลของฝ่ายรัฐบาลแบบลึกๆที่เล่นงานได้อย่างล้ำลึก“ประชาธิปัตย์” ไม่ต้องพูดถึง เจ้าตำรับฝ่ายค้านมืออาชีพอยู่แล้ว เรียกว่ารัฐบาลชุดไหนก็ตามถ้าเจอประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเหนื่อยแน่ยิ่งไปกว่านั้นอย่าเปิดช่องผิดพลาดให้ปรากฏ“ประชาธิปัตย์” เอาตายแน่ความจริงแล้วหากสูตรนี้เกิดขึ้นก็ดี เพราะรัฐบาลสามารถ ทำผลงานให้เป็นรูปธรรม และประชาชนได้ประโยชน์โดยมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็งตรวจสอบสำคัญว่าฝ่ายค้านที่มีความแตกต่างอย่างนี้จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่?"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม