อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย อยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ปี 2568 GDP ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.4 ปี 2569 คาดจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.5-2.5 ขณะที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประเมินว่า GDP ปี 2568 โตที่ร้อยละ 1.8-2.2 ปี 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าร้อยละ 2 ในรอบ 40 ปี เริ่มศักราชใหม่ มกราคม 2569 มีบริษัทปิดกิจการไปแล้ว 79 แห่ง มีมูลค่า 2,256.66 ล้านขยายกิจการ 29 แห่ง มีมูลค่าลงทุน 6,074.12 ล้าน เปิดโรงงาน 59 แห่ง มูลค่าลงทุน 16,050.07 ล้านเสถียรภาพของรัฐบาลไทย ที่ผ่านมา ไม่มีเสถียรภาพ นโยบายไม่แน่นอนไม่ชัดเจน มีผลโดยตรงต่อการลงทุน แม้แต่รัฐบาลชุดใหม่ก็รับประกันเรื่องของเสถียรภาพว่า จะมั่นคงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็คงไม่ได้อีก ระบบการเมืองการปกครองในประเทศไทย กำลังวิ่งสวนทางกับ การจัดระเบียบโลก ที่จะมีผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศการประชุมความมั่นคงของบรรดาผู้นำโลกที่เมืองมิวนิก ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า ระเบียบโลกที่ใช้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือปี 1945 ได้ตายไปแล้ว จากความกังวลว่า ในปี 2026 จะเข้าสู่ยุคโลกภายใต้การถูกทำลายยุคการเมืองมหาอำนาจ ที่เสรีภาพไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนอีกต่อไป ยุโรปต้องเตรียมตัวสำหรับสงคราม หรือยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ จากโลกใบเดิมที่หายไปแล้วมีคำอธิบายจากมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เรย์ ดาลิโอ โลกกำลังอยู่ในขั้นที่ 6 ของวงจรเศรษฐกิจและอำนาจ จึงเป็นช่วงที่มีความวุ่นวายมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ไร้กฎเกณฑ์ ใครที่มีกำลังมากกว่า เป็นฝ่ายที่ถูกต้องจะเป็นจุดที่มหาอำนาจเผชิญหน้ากันโดยตรงโลกจะเปลี่ยนจากเงินตราเป็นทองคำ จากน้ำมันเป็นแร่หายาก ขึ้นอยู่กับความอดทนต่อความเจ็บปวด จะทนแค่ไหน สำคัญกว่าความสามารถในการทำลายล้างผู้อื่น ประเทศที่สามารถอยู่ได้ยาวนานที่สุดคือประเทศที่สามารถบริหารจัดการ อาวุธและเนย หมายถึง ความมั่นคงกับ สวัสดิการประชาชนได้อย่างสมดุลและจะต้องเรียนรู้สร้างความสัมพันธ์แบบได้ประโยชน์ร่วมกันสถานการณ์ประเทศไทยวันนี้ อยู่บนทางสองแพร่ง ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง ถ้ายังไม่สามารถสร้างความสมดุลระหว่างอาวุธกับเนยได้ ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับในหลายประเทศและนำไปสู่ความหายนะจากการเผชิญหน้าระหว่างอำนาจรัฐกับประชาชน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม