ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขตเพิ่มเติม รวมเป็น 20 ราย พรรคกล้าธรรมโดนมากสุด 6 คน เตือนถ้ายังเลือกถือเป็นบัตรเสีย รวมถึงสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม รวมเป็น 31 ราย รองเลขาฯ กกต.ย้ำเลือกตั้ง สส.-ประชามติ อยู่ในหน่วยเดียวกัน แบงก์ชาติส่งข้อมูลเพิ่มอีก 11 บัญชี เบิกเงินสดผิดปกติ ภาคใต้-อีสาน พบเตรียมการซื้อเสียง “โรม” บี้ต่อ “บิ๊ก ส.” ซื้อเจ็ต “เบน สมิท” จี้ ปปง.สอบเส้นทางเงินโอนเข้าธนาคาร BIC “เรืองไกร” บี้ ป.ป.ช.สอย แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตเพิ่มเติม รวมเป็น 20 คน รวมถึงสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมเป็น 31 ราย ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ และอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงาน กกต.เพิ่มเติมอีก 11 บัญชีศาลฎีกาถอนชื่อ 20 ผู้สมัครเขตเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ก.พ.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามที่ ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง พบว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 52 จำนวน 20 ราย ได้แก่ นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 พรรคกล้าธรรม น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 3 พรรคประชาชน นายพสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 2 พรรคกล้าธรรมนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคกล้าธรรม น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด ผู้สมัครสส.ระยอง เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัครสส. นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคพลวัต นายบุญเสริม หัตถยานนท์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4 พรรคเพื่อบ้านเมืองเตือนถ้ายังกาเลือกเป็นบัตรเสียนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม น.ส.ณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคไทยสร้างไทย นายหร้าหมาน คลเรียน ผู้สมัครสส.พังงา เขต 1 พรรคพลวัต นายสมชัย นันทาภิรัตน์ ผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พรรคกล้าธรรม นายกิตติพัทธ์ แก้วใส ผู้สมัคร สส.อุตรดิตถ์ เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคไทยก้าวใหม่ นายชาติชาย จันทร์สวย ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต 10 พรรคประชาธิปัตย์ นายสิทธิ โสพสิงห์ ผู้สมัครสส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นายชัยยุตต์ เกิดหลำ ผู้สมัคร สส.สระบุรี เขต 2 พรรคกล้าธรรม ร.อ.พงศภัค ภูริสิทธิพล ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 5 พรรคไทยก้าวใหม่ นายณัฐนิพัท กองพัทธนันท์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 2 พรรคไทยสร้างไทย รวมขณะนี้มีผู้สมัคร สส.เขตถูกถอนชื่อแล้ว 20 ราย ขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว เพราะหากไปกากบาทในช่องเลือกผู้สมัครรายดังกล่าวจะทำให้กลายเป็นบัตรเสียพ่วงถอน 31 ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวอีกว่า ศาลฎีกายังมีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 31 ราย ได้แก่ นายสมโชค จันทร์ทอง พรรคพลังธรรมใหม่ นายสมัครสุนทรเวทย์ ปรีชาชัยวัฒน์ นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป พรรคไทยก้าวใหม่ นายโชคชัย จันทร์วิเศษ พรรคเป็นธรรม นายสมพร ขวัญเนตร พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ พรรครวมพลังประชาชน นายไชยยศ จิระเมธากร พรรคประชาธิปัตย์ นายเทวภัทร พรมเอี่ยม พรรครักชาติ สิบตรี สมยศ นุริตานนท์ นายเศรษฐศิษฎ์ ณุวงค์ศรี พรรคครูไทยเพื่อประชาชน นายธนวิชญ์ พานแก้ว นายพร้อมพณ ทินวงศ์ นายวชิรชัย คงชัย พรรคปวงชนไทย นายวิชัย แซ่เตีย นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ พรรคไทยพร้อม นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล พรรคใหม่ยังเลือกเบอร์พรรคได้ตามปกตินายรพี ขาวทอง พรรคทางเลือกใหม่ พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์, ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา นายโยธิน วรารัศมี พรรคกล้าธรรม นายพุทธชาติ ช่วยราม พรรคพลังประชารัฐ นายวุฒิไกร ศรีจันไชย น.อ.พิเศษ ปริญ ไชยเสวกวิ พรรคเศรษฐกิจ น.ส.พนัชกรณ์ ตุลานนท์ น.ส.วาเลน ชื่นโชคสันต์ พรรครวมไทยสร้างชาติ นายกัมชัย อภิโชครตนกุล พรรคไทยธรรม นายสมชาติ อ่อน ประดิษฐ์ พรรคฟิวชั่น นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ พรรคไทยชนะ นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ พรรคไทยรวมไทย น.ส.วริสรา พังงา พรรครักชาติ สำหรับผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อจะไม่กระทบยังสามารถเลือกพรรคได้ตามปกติขอผู้มีสิทธิเตรียมเอกสารให้พร้อมรองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า วันที่ 8 ก.พ. ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่มีการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติในที่เดียวกัน มีหน่วยเลือกตั้ง 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 52 ล้านคนเศษ ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบสถานที่ไปใช้สิทธิ หมายเลขผู้สมัคร สส.เขต และหมายเลขพรรคที่จะเลือก รวมถึงการออกเสียงประชามติ และเอกสารหลักฐานที่ใช้แสดงตน ได้แก่ บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวผู้พิการ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ รวมถึงเอกสารแสดงตนดิจิทัล หากผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. แล้วไม่ได้ไปใช้สิทธิ จะไม่สามารถใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ.ได้ เนื่องจากขาดจากการเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ แต่ยังสามารถออกเสียงประชามติได้ตามปกติ แต่ถ้าเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ ไม่มีชื่อปรากฏในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. สามารถใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ.เลือกตั้ง–ประชามติหน่วยเดียวกันว่าที่ ร.ต.ภาสกรยังกล่าวถึงประชาชนยังมีข้อสงสัยว่าหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติเป็นคนละที่กันว่า หากประชาชนไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและประชามตินอกเขต หน่วยเลือกตั้งยังคงเป็นหน่วยเดียวกัน จะเป็นคนละหน่วยเฉพาะกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง แต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต หรือกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด จะทำให้หน่วยออกเสียงเป็นคนละที่กัน ส่วนกรณีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ติดหน้าหน่วยที่พบว่ามีสีซีดจางอ่านไม่ออก ในวันเลือกตั้งเจ้าหน้าที่จะนำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดใหม่ไปติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยจับเตรียมซื้อเสียงเพิ่มที่สุราษฎร์ฯขณะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. แถลงถึงการป้องกันปราบปรามทุจริตเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติว่า ผลการปฏิบัติล่าสุดสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดใน จ.เชียงราย ได้ พบการทำโพยซื้อเสียงจำนวนร้อยกว่ารายชื่อ พร้อมเงินสดกว่า 6 หมื่นบาท จึงร่วมกับตำรวจขยายผลสืบสวนต่อไป รวมทั้งจับกุมผู้ทำความผิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี พบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในลักษณะที่จะซื้อเสียงกว่า 100 ราย อยู่ในระหว่างดำเนินการขยายผล รวมทั้งยังพบกรณีต้องสงสัยที่ จ.สกลนคร จ.นครศรีธรรมราช และอีกหลายพื้นที่ ทั้งหมดมีการตั้งเรื่องสอบสวนแล้ว โดยส่งชุดการข่าวชุดสืบสวนกว่า 10 ชุด เข้าไปสนับสนุนในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อให้ได้ผลที่เฉียบขาด คาดว่าจะพบการกระทำความผิดเพิ่มเติม สำหรับเคสที่ต้องสงสัยซื้อเสียง จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนหน้านี้ เป็นคนละเคสกับที่จับกุมได้ในวันนี้ (7 ก.พ.) แต่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขยายผลต่อไป ส่วนกรณีที่มีการพบข้อมูลเรื่องที่มีการติดโปสเตอร์หาเสียงของพรรคการเมืองหนึ่งปิดบนกระดานประกาศข้อมูลผู้สมัคร สส.เขต ในหน่วยเลือกตั้ง จ.กำแพงเพชร ทราบเรื่องแล้ว และได้นำโปสเตอร์ดังกล่าวออกจากหน่วยเป็นที่เรียบร้อย อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปธปท.ส่งข้อมูลเพิ่ม 11 บัญชีผิดปกติผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ และอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงาน กกต.เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้ส่งมาแล้ว 6 บัญชี ทางสำนักงาน กกต.แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยัง ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ทางธปท.แจ้งว่าพบความผิดปกติของการเบิกเงิน จึงสั่งการให้เฝ้าระวัง ติดตามการกระจายของเงินที่อาจใช้ไปในการซื้อเสียง รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้ ขณะเดียวกันสำนักงาน กกต.ได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และภาคอีสาน พบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ทาง กกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการติดตาม และป้องปรามมากขึ้นตร.กำชับเข้มให้วางตัวเป็นกลางพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และผอ.ศลต.ตร. กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติว่า สั่งการให้ทุกหน่วยให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือ และสนับสนุนภารกิจจัดการเลือกตั้ง เมื่อได้รับการร้องขอจาก กกต. ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ขอให้เข้มงวดดูแลความปลอดภัยภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้ง สส. บัตรออกเสียงประชามติ และอุปกรณ์การเลือกตั้ง สั่งการให้ บช.น. และ บช.ภ.1-9 วางมาตรการป้องกันเหตุความไม่สงบ กรณีมีเหตุด่วนหรือสำคัญเกี่ยวกับความผิดการเลือกตั้ง ให้รายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำความผิด และให้วางตัวเป็นกลางโดยเคร่งครัด หากมีหน่วยใดที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกร้องเรียนว่าวางตัวไม่เป็นกลาง ให้เร่งรัดสืบสวนและสรุปข้อเท็จจริง แล้วรายงานมายัง ตร.โดยเร็วปธ.กกต.ให้กำลังใจ จนท.ที่ราชบุรีที่โรงยิมเนเซียม อ.เมืองราชบุรี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จ.ราชบุรี ที่มีการส่งมอบหีบบัตรและบัตรเลือกตั้ง สส.ให้เจ้าหน้าที่ประจำเขตเลือกตั้ง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งพากันมารับมอบหีบบัตร พร้อมบัตรเลือกตั้ง สส. และอุปกรณ์ ที่จะใช้เลือกตั้ง ทั้งนี้นายณรงค์ได้เดินทักทายให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร พร้อมกำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ยึดระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้โปร่งใสไร้ข้อกังขา นายณรงค์กล่าวว่า วันนี้มาร่วมสังเกตการณ์การรับมอบอุปกรณ์ ภาพรวมเรียบร้อยดี ได้รับรายงานจากทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางที่ดี ที่ จ.ราชบุรี ยังไม่มีรายงานการร้องเรียนใดๆ พร้อมเชิญชวนชาวราชบุรีออกมาแสดงพลังใช้สิทธิกันเยอะๆอันเฟรลสังเกตการณ์สมุทรสงครามที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทร สงคราม (อบจ.) นายสุชาติ ปานพรม ผู้ตรวจการเลือกตั้ง พร้อม น.ส.มาณวิกา ทองประเสริฐ ผอ.กกต.จ.สมุทรสงคราม และคณะชุดปฏิบัติการป้องปรามหาข่าว ให้การต้อนรับคณะผู้สังเกตการณ์จากมูลนิธิเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ Asian Network for Fee Election (ANFREL) เดินทางมาสังเกตการณ์การส่งมอบวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ และรับส่งบัตรเลือกตั้ง สส.นอกราชอาณาจักร บัตรเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้านอกเขตจังหวัด จากพนักงานไปรษณีย์ เพื่อนำมาเก็บรักษาในที่ปลอดภัย นายสุชาติกล่าวว่า จ.สมุทรสงครามมี 264 หน่วยเลือกตั้ง คณะได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และพบปะผู้แทนมูลนิธิอันเฟรล เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมจนท.ประจำหน่วยรับมอบอุปกรณ์ช่วงเช้าที่หอประชุมที่ว่าการ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พื้นที่รับ-ส่งมอบหีบบัตรคูหาลงคะแนน และวัสดุอุปกรณ์ในการจัดเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ประธานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วย เดินทางมารับมอบเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ใช้ในการลงคะแนนออกเสียง ในวันที่ 8 ก.พ. บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีนายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และ อส. มาคอยอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปของการรับหีบบัตรคูหาลงคะแนนและวัสดุอุปกรณ์ ของ จ.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขต ใน 23 อำเภอ พบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเช่นกันแจงเหตุหน่วยที่ได้บัตรเลือกตั้งเกินที่หอประชุมที่ว่าการ อ.เมืองบึงกาฬ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เดินทางมารับหีบบัตร พร้อมอุปกรณ์ประจำหน่วย ในการเลือกตั้ง สส. ขณะที่กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จ.บึงกาฬ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแจ้ง กับ กปภ.ว่า บัตรเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้ กกต.จัดพิมพ์บัตรมาตามจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อาจมีบางหน่วยที่ได้รับบัตรเลือกตั้งเกิน และบางหน่วยอาจได้รับบัตรไม่ตรงกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่เกินหน่วยละ 10 ใบ เพราะคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิไม่เต็ม 100%“โรม” บี้ต่อ “บิ๊ก ส.” ซื้อเจ็ต “เบน สมิท”วันเดียวกัน นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิท” นักธุรกิจชาวต่างชาติ ว่า เรากำลังตรวจสอบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของใครกันแน่ มีความกังวลว่าการจ่ายเงินไปที่ธนาคารบีไอซี อาจไม่ใช่เครื่องบินของนายเบนจามิน แต่อาจเป็นของนายยิม เลียก ที่ขณะนี้โดนหมายจับและถูกยึดอายัดทรัพย์ สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อคือธุรกรรมการโอนมีลักษณะอย่างไร มีการโอนกันจริงหรือไม่ หากมีการโอนจริงเป็นไปด้วยวัตถุประสงค์อะไร ใช่เป็นการจ่ายค่าเครื่องบินจริงหรือไม่และใครเป็นผู้จ่าย อาจต้องไปดูว่าเครื่องบินลำนี้เป็นสิ่งที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ มีหลายประเด็นที่ต้องวินิจฉัย แต่เรื่องนี้สามารถยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า นายเบน สมิท มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับบิ๊ก ส. แน่ๆจี้ ปปง.สอบเส้นทางเงินโอนเข้า BICผู้สื่อข่าวถามว่ามีการชี้แจงว่าซื้อในนามส่วนตัวราคา 30 ล้านบาท มูลค่าที่เหลือเป็นการถือครองร่วมโดยกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วน ฟังขึ้นหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า เราไม่ได้มองเรื่องการแก้ตัว แต่ฟังดูแล้วอาจประหลาด เรื่องที่สำคัญคือมีข้อมูลจากนายทอม ไรท์ ว่า นายเบน สมิท มีการให้เครื่องบินกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สิ่งที่เราไม่ทราบคือมีการปฏิบัติเช่นนี้กับบุคคลอื่นด้วยหรือไม่ เราเป็นห่วงเรื่องของนอมินี ผลประโยชน์ต่างตอบแทน อาจเป็นการจูงใจเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ที่สุดท้ายทำให้ประเทศสูญเสียผลประโยชน์ สิ่งที่เราไม่รู้คือการซื้อขายเครื่องบินกัน มีการซื้อขายจริงหรือเป็นการตอบแทนบางอย่าง เรื่องนี้ตรวจสอบไม่ยาก อย่างแรกคือการโอนเงินเข้าธนาคารบีไอซี ต้องเรียกเส้นทางการเงินมาดู ในส่วนนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องเป็นผู้ตรวจสอบ หากสุดท้ายพบว่าได้มาจากการกระทำความผิดคงดูว่าเราจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง“เรืองไกร” บี้สอยแจ้งบัญชีเท็จด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่าได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์อีเอ็มเอสถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบอดีต รมว.คมนาคม กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์ราคาเครื่องบินต่ำกว่ามูลค่าความจริงหรือไม่ จากข้อเท็จจริงพบว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินตอนพ้นตำแหน่ง รมว.คมนาคม เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 ระบุมีเครื่องบิน 1 ลำ รุ่น 2014 Gulfstream Aerospace Corporation G550 มูลค่า 30 ล้านบาท มีชื่อบุคคลครอบครอง 4 ราย เครื่องบินลำดังกล่าวมีราคาทุน 862,191,500 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อีก 60,353,440 บาท จึงน่าเชื่อว่าราคาในส่วนที่อดีต รมว.คมนาคม แจ้ง ป.ป.ช.ไว้ 30 ล้านบาทยังไม่ได้รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อีก 2.1 ล้านบาท ดังนั้นราคาที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ควรเป็น 32.1 ล้านบาท จึงควรตรวจสอบว่าแจ้งมูลค่าเครื่องบินต่ำกว่าความจริงหรือไม่ ถ้ายังไม่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้นำเข้า ต้องแจ้งหนี้สิน 2.1 ล้านบาท หากไม่ต้องจ่ายเนื่องจากมีคนอื่นออกให้จะเข้าข้อห้ามรับประโยชน์เกิน 3,000 บาทหรือไม่ ขอให้ ป.ป.ช.รีบตรวจสอบส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป“หนู” ปัดภาพเอไอร่วมวง “เบน สมิท”นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพจดังปล่อยภาพนั่งรับประทานอาหารคู่กับนายเบน สมิท ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพเอไอ ถ้าดูภาพทั้งหมดจะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนนั้นน่าจะเป็น รมช.พาณิชย์ ภายใต้รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะนั้นยังไม่รู้จัก พบกับนายเบน สมิท ได้เห็นตัวเป็นๆครั้งแรกตามรูปที่เห็นมีคนยืนอยู่หลายคนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมณ์อะไร ผู้หญิงคนที่นั่งข้างตนไม่รู้จักสักคน เจตนาสำคัญที่สุดอย่าไปทำธุรกรรมข้องแวะอะไรกับคนเหล่านี้ หลังมีการกล่าวหาว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่