ได้เวลาปิดจ๊อบการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคการเมืองค่ายใหญ่จัดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงใน กทม. ทิ้งทวนนโยบายทีเด็ด และแคมเปญโดนใจครั้งสุดท้าย พรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ทิ้งท้ายคาราวานสีส้มที่อาคารกีฬาเวสต์1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ฝั่งพรรคพรรคเพื่อไทย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จบภารกิจหาเสียงใหญ่เมืองกรุง ที่สนามเทพหัสดินพรรคภูมิใจไทย “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปลุกพลังครั้งสุดท้าย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์พรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็กต่างเสร็จสิ้นภารกิจหาเสียง หลังรอนแรมทั่วประเทศ มา 1 เดือนกว่าๆ หลังจากนี้คือ หน้าที่ประชาชนจะกำหนดคำตอบ เทความไว้วางใจบริหารประเทศให้ใครนับถอยหลัง 24 ชั่วโมงสุดท้าย ได้เวลาเข้าคูหาชี้ชะตาอนาคตประเทศห้วงเวลาสำคัญที่อำนาจสูงสุดกลับมาอยู่ในมือประชาชน วันที่ 8 ก.พ. ต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ร่วมกำหนดทิศทางบ้านเมือง ผ่านบัตร 3 ใบ ได้แก่ บัตรลงคะแนนเลือก สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และบัตรลงคะแนนประชามติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่3 บัตรสำคัญที่ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสิน กำหนดเส้นทางเดินประเทศในระยะยาวตามแนวโน้มการตื่นตัวของคนไทยออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างถล่มทลายกว่า 80-90% ในเขต กทม. และหัวเมืองใหญ่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. จากจำนวนผู้มาลงทะเบียน ขอใช้สิทธิ 2,410,425 คนทุกคนคันไม้คันมืออยากเลือกตั้ง ออกไปใช้สิทธินำร่องหนาตา ไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะหัวเมืองใหญ่ แต่กระจายไปทุกภูมิภาค หลายพื้นที่ผู้คนเข้าคิวต่อแถวลงคะแนนยาวเหยียด บางคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้าคูหา หวังกาบัตรให้ทันเวลาปิดหีบในนาทีสุดท้ายคนไทยแห่รักษาสิทธิตัวเองถึงวินาทีสุดท้าย ส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศ กำหนดอนาคตด้วยมือของตัวเอง ไม่ปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นเวทีพิธีกรรมเหมือนที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาข้อบกพร่องหลายอย่าง จากการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง อาทิ รายชื่อผู้สมัครตกหล่น การเขียนรหัสเลือกตั้งหน้าซองผิด คิวอาร์โค้ดชื่อผู้สมัครเป็นของเก่าปี 2566เรื่องวุ่นๆอีนุงตุงนัง ที่ผลัก กกต.เข้าดงกระสุนตก รองรับพายุอารมณ์เหล่าพรรคการเมือง และสังคมที่ไม่พอใจผลงานการปฏิบัติหน้าที่ในเวทีเลือกตั้งล่วงหน้า บั่นทอนความเชื่อมั่นประชาชนลดวูบก้อนอิฐระดมเข้าใส่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ในฐานะหัวหน้างานฝ่ายปฏิบัติคุมการเลือกตั้ง เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นมากมาย กลายเป็นไวรัลว่อนโลกโซเชียล “อย่ามาแหวง”แรงกดดันพุ่งใส่ กกต. จนเลขาธิการ กกต. ต้องเอ่ยปากขอโทษประชาชน เตรียมนำข้อบกพร่องไปปรับปรุง ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในวันเลือกตั้งจริง วันที่ 8 ก.พ.นี้แมตช์แก้ตัว ที่มีเกียรติยศและศักดิ์ศรีขององค์กร กกต.เป็นเดิมพัน ต้องกอบกู้ภาพลักษณ์กลับคืนมา ห้ามมีข้อผิดพลาดซ้ำสองจำเป็นต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่น กอบกู้ศรัทธากลับคืนมาทันทีทันใด ตามอาการแข็งขันของ กกต.ที่รีบสั่งการ กกต.จังหวัดทุกแห่ง โดยเฉพาะภาคอีสาน-ภาคใต้ ในสนามที่แข่งขันกันดุเดือด คุมเข้มการทุจริตซื้อเสียงช่วงคืนหมาหอน ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังเข้มงวด บล็อกการสาดกระสุนช่วง 24 ชั่วโมงสุดท้ายประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลัง 126,000 นาย ดูแลความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ และร่วมเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เปิดปฏิบัติการร่วมสกัดการซื้อเสียงติดดาบไล่ปราบโกงกันโกลาหลในยกสุดท้าย สร้างการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใสสังเวียนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ไม่ใช่เฉพาะแค่บทพิสูจน์การทำงานของ กกต. ในการจัดเลือกตั้งให้เที่ยงธรรม เป็นที่ยอมรับของประชาชน แต่ยังเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนที่ต้องไม่ก้มหัวให้กับการซื้อเสียงขอเชิญชวนคนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงทุกคน ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งให้ล้นหลาม กาบัตรอย่างมีวิจารญาณ ใช้สิทธิอย่างมีเกียรติ ต่อต้านการทุจริต ไม่ตกเป็นทาสอำนาจเงินเดิมพันสำคัญบ้านเมือง ด้วยการสร้างการเมืองคุณภาพ หนึ่งเสียงของคนไทยช่วยทำลายวงจรอุบาทว์ที่กัดกร่อน บ่อนทำลายประเทศมายาวนานใช้พลังจากปลายปากกาทุกคน ในวันที่ 8 ก.พ. ร่วมพลิกฟื้นประเทศ สร้างอนาคตที่ใสสะอาด!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม