ทูตและองค์กรต่างชาติ 17 ประเทศร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ กกต.โอ่ท้าทายกู้คืนความเชื่อมั่น “ประธาน กกต.” โต้ 2 มาตรฐาน ยันไล่สอบทุกข้อร้องเรียน-ซื้อเสียง “พีระพันธุ์” เฉ่งเกียร์ว่างเมินสอบเบิกเงินมีพิรุธ 450 ล้าน อ้างไปเรื่อยไม่มี MOU กับ ธปท. “เรืองไกร” ยื่นสอบเครื่องบินหรู “สุริยะ” กว่า 800 ล้าน แจ้ง ป.ป.ช.แค่ 30 ล้านบาท “แคนดิเดตนายกฯ พท.” ยันถือครองตามสัดส่วนร่วมกับญาติ โวยป้ายสีทุบความเชื่อมั่น ปิดท้ายปราศรัยใหญ่หาเสียง 3 แคนดิเดตนายกฯ พท.ขึ้นรถไฟฟ้าให้สัญญาแจ้งเกิด 20 บาทตลอดสาย “เชน” ลั่นพร้อมแล้วนั่งนายกฯเชื่อมความหวังคนไทย “สุริยะ” หยันคู่แข่งปรามาสแต่ขาสั่น มั่นใจ พท.หักทุกโพลเข้าวินที่ 1 “ด้อมส้ม” สุดคึกแห่ฟังปราศรัยล้นหลาม “ไอซ์” หลั่งน้ำตาอ้อนกาให้ถล่มส่ง “เท้ง” เป็นนายกฯ “อนุทิน” ซุ่มไหว้พระบ้านพิษฯ ก่อนขึ้นเวทีขาย ภท.มืออาชีพ พลิกโฉม ศก. ฝ่าวิกฤติโลก วางตัว “ศุภจี” รองนายกฯควบ รมว.พณ.พรรคการเมืองใหญ่ตัวเต็งศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 จัดเวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายการรณรงค์หาเสียงกันก่อนเปิดคูหาเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงสนับสนุน เพื่อชิงตั๋วเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล“ยศชนัน” ประกาศพร้อมนั่งนายกฯเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.พ.ที่อนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สะพานพุทธ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. แกนนำพรรคและผู้สมัคร สส.กทม.ฝั่งธนบุรี ร่วมสักการะอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเอาฤกษ์เอาชัย แล้วไปสักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ปราศรัยย่อยหน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินว่า พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้ทุกคนที่รอความหวังรอคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมแก้หนี้ให้ทั้งระบบ ลดรายจ่ายการเดินทาง เอารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายกลับมา คนไทยต้องไม่จน ปัญหาใน กทม.มีมากมาย ต้องสามัคคีพร้อมทำงานกับ กทม.ทันที จากนั้นร่วมคิกออฟ ปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงรอบ กทม.ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ลานกีฬาอเนกประสงค์ ซอยอยู่ดี เขตบางคอแหลม กทม. นายยศชนันพบปะประชาชนในซอยอยู่ดี เขตบางคอแหลม ปราศรัยว่าอีก 2 วันจะมีการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ขอประกาศพร้อมเป็นนายกฯของชาวบางคอแหลมทุกคน วันที่ 8 ก.พ.จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน พร้อมที่สุดจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ขอให้ช่วยพรรค พท.ได้ทั้ง 33 เขต จะทำให้ดีที่สุด ให้ช่วยเลือก น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 พรรค พท.แล้วจะได้ “ยศชนัน” เป็นนายกฯคนที่ 333 แคนดิเดต พท.ขึ้นรถไฟฟ้าปราศรัยใหญ่จากนั้นเวลา 16.45 น.ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายยศชนัน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. ขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีเพลินจิตไปสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ไปที่สนามกีฬาเทพหัสดินเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ตอกย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทันทีที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า นายสุริยะชูธนบัตรแบงค์ 20 บาทประกาศว่า ถ้าพรรค พท.ได้เป็นรัฐบาล รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายใน 3 เดือน ด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า วันนี้เราขึ้น 3 สถานีค่าโดยสาร 28 บาท ถ้าได้เป็นรัฐบาล 20 บาทตลอดสายแน่นอน ตลอดเส้นทางมีประชาชนทักทาย ขอถ่ายรูปกับนายยศชนันและแคนดิเดตนายกฯอีก 2 คน ให้กำลังใจให้มีชัยชนะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ยังมีน้องๆกลุ่มนักศึกษาขอถ่ายภาพ อวยพร“ขอให้ได้เป็นนายกฯนะคะอาจารย์นายกฯเชน” มีพระสงฆ์สวดอวยพรว่า “ประเทศ ไทยจะได้มีนายกฯเป็นศาสตราจารย์ ดร. ประเทศต้องฝากความหวังไว้ ”นายยศชนันหัวเราะชอบใจรีบตอบรับ “สงสัยจะได้เป็นแล้ว” เมื่อไปถึงสนามกีฬาเทพหัสดิน แฟนคลับต่างวิ่งกรูเข้าไปรุมขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคักปลื้มคนฟังเต็มสนามกีฬาเทพหัสดินผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สนามกีฬาเทพหัสดิน เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ บนเวทีปราศรัยใหญ่มีผู้สมัคร สส.จาก กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการและชลบุรีมาร่วมเวที พร้อมกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และครอบครัวของนายยศชนันได้มาร่วมเวทีให้กำลังใจนายยศชนันด้วย“สุริยะ” หักทุกโพลมั่นใจ พท.มาที่ 1ต่อมาเวลา 19.30 น. นายสุริยะปราศรัยว่า ในฐานะ ผอ.เลือกตั้งการเมืองที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเหนื่อย ผิดหวัง เจอคำถามแต่ทุกท่านยังอยู่ตรงนี้ พร้อมเดินทางไปกับพวกเรา พวกเราจะทำเต็มที่ มั่นใจว่าเราจะมาที่ 1 หลายโพลรวมถึงนักวิเคราะห์ บอกเรามาที่ 3 แต่แปลกที่คนได้ที่ 1 กับที่ 2 รวมทั้ง กองเชียร์ดูเหมือนเขาจะอยู่กันไม่สุข พยายามบอกว่ามีแค่ 2 พรรคแต่ด่าเราไม่หยุดเช้าเย็น แปลว่าจริงๆเขากลัวเรามาที่ 1 ทำให้เชื่อมั่นว่าพรรค พท. จะมาที่ 1 นโยบายที่ดีที่สุดต้องมีคนทำได้จริงอยู่หลังนโยบายนั้น พรรค พท.มีประสบการณ์เคยเป็นทั้งรัฐบาลพรรคเดียว รัฐบาลผสมและฝ่ายค้าน เห็นทุกมุมมอง รอบนี้ถึงออกนโยบายละเอียด ถ้าอยากให้ทุกนโยบายเกิดขึ้นใน 4 ปี ต้องเลือก พท.ให้ถึง 200 เสียง ตลอด 25 ปี ทางการเมืองวันนี้นักธุรกิจเคยเป็นนายกฯแล้ว ทหารก็เคยแล้ว รอบนี้ขอนักวิทยาศาสตร์ได้หรือไม่ ขอให้เลือกนายยศชนันเป็นนายกฯ เลือก พท.เป็นอันดับหนึ่ง“ด้อมส้ม” คึกจัดจับจองที่ตั้งแต่เช้าขณะที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.)ใช้เป็นสถานที่ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ช่วงเย็นเวลา 16.00 น. แต่มีประชาชนมารอต่อคิวเพื่อจับจองที่นั่งในการฟังการปราศรัยกันตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวสอบถามบางคนเล่าว่าลางานเพื่อมาฟังการปราศรัยครั้งนี้ บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีการรักษาความปลอดภัยจากตำรวจ สน.ดินแดงเกือบ 1 กองร้อย ประตูงานเปิดให้ประชาชนเข้าเวลา 14.00 น.“วิโรจน์” ลั่นรบส้มจะพา “ปวีณ” กลับบ้านต่อมาเวลา 14.00 น.ทันทีเจ้าหน้าที่เปิดประตูอาคาร แฟนคลับพรรคสีส้มที่อออยู่หน้าประตูต่างวิ่งกรูเข้าไปจับจองที่นั่งจนเต็มก่อนเริ่มปราศรัย ต่อมาเวลา 16.00 น. แกนนำพรรค ปชน.เริ่มสลับกันขึ้นเวทีปราศรัย อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปราศรัยประเด็นปฏิรูปกองทัพตอนหนึ่งว่า รัฐบาล ปชน.เราจะไม่ทนอีกต่อไปกับการเจ็บ การตายของทหารชาติเดียวกันเอง จะต้องไม่มีทหารคนไหนตายในค่ายทหาร ในแผ่นดินของตัวเราเองอีกต่อไป ไม่มีใครใช้ดาวบนบ่ามาทำร้ายใครได้อีกต่อไป ภายใต้รัฐบาล ปชน.ได้เวลาปฏิรูปศาลทหาร ทำกองทัพของพวกเราให้โปร่งใส เอาคดีทุจริตในค่ายทหาร ในกองทัพขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯเหมือนกระทรวงอื่น การปฏิรูปตำรวจถึงเวลาคืนความก้าวหน้าให้ตำรวจที่ดี ต้องไม่มีระบบตั๋ว ไม่มีระบบส่วย เก็บเงินส่งนาย ได้เวลาพาตำรวจน้ำดีอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์กลับบ้าน 8 ก.พ. กาให้ความมั่นคงของชาติเป็นของประชาชน ให้กฎหมายเป็นกฎหมายให้มีขื่อมีแป กา ปชน. 2 ใบ“โรม” แซะบางคนผ่อนเครื่องบินเบน สมิทด้านนายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ปราศรัยถึงปัญหาสแกมเมอร์ ว่า ถ้าคุณจะให้พรรคสีแดงไปปราบสแกมเมอร์ วันนี้ผ่อนค่าเครื่องบินหมดแล้วหรือยัง ข้อมูลล่าสุดเครื่องบินลำนี้เผลอๆอาจไม่ใช่ของเบน สมิท อาจโยงถึงนายยิม เลียก ที่ถูกขอออกหมายจับไปแล้ว จะให้พรรคนี้ ปราบสแกมเมอร์จริงหรือ หรือจะให้สีน้ำเงิน ตอนเป็น รมว.มหาดไทย พวกเราบอกตั้งนานว่าต้องตัดไฟ รมว.มหาดไทยคนนั้นบอกตนไม่ใช่ รมว.มหาดพม่า ต้องการให้คนแบบนี้ เป็นผู้นำปราบสแกมเมอร์จริงหรือ แค่ตัดไฟวันนั้นต้องด่ากันทั้งประเทศ แล้วเราจะแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้อย่างไร ถ้า ปชน.เป็นรัฐบาลไม่ต้องห่วงจะคุยกันด้านหลัง มีแต่ลุยแหลก ชนแหลก ปราบแหลก หรือจะให้พรรคสีเขียว เขาอาจไปเรียนรู้การปราบสแกมเมอร์ที่ออสเตรเลียมาแล้วก็ได้ วันนี้จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไปจากการปราบปรามสแกมเมอร์ เป็นเจตจำนงเอาจริง ปชน.แนวทางถัดมาคือยึดอายัด ทรัพย์ มีพี่น้องสูญเสียเรื่องนี้เยอะ ปชน.สัญญาเราจะคืนเงินให้พี่น้องประชาชนผู้สูญเสียจากแก๊งสแกมเมอร์“ไอซ์” หลั่งน้ำตาอ้อนด้อมกา ปชน.น.ส.รักชนก ศรีนอก กล่าวปราศรัยทั้งน้ำตาตอนหนึ่งว่า เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเลือกตั้งครั้งนี้ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม ตนคือคนหนึ่งที่สาบานกับตัวเองในสภาฯ วันที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ต้องก้าวออกไปว่า จะทุ่มเททำงานเต็มที่เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนสูงสุด เลือกตั้งครั้งนี้เราทุกคนอย่าปล่อยให้มันจบแบบเดิม ต้องส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ส่งทีมบริหารพรรค ปชน.เข้าไปเปลี่ยน แปลงสร้างสรรค์ประเทศนี้ด้วยกัน ขอสาบานเลยถ้ายังมีชีวิต ยังเป็น สส.อยู่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝัน ความหวังของประชาชนที่เอาใส่บ่าใส่หลังพวกเรามาเต็มที่อย่างดีที่สุด ขอแรงพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พวกเราในวันนี้ เพื่อส่งนายณัฐพงษ์ไปนั่งเก้าอี้นายกฯ“พิธา” ร่ำไห้พ่อจะสู้เพื่อคนรุ่นลูกต่อมานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ปราศรัยว่า ถ้าวันที่ 8 ก.พ.จะเข้าคูหากาเพื่อเปลี่ยน เลือกหมายเลข 46 ส่งนายกฯ “เท้ง” เข้าทำเนียบฯ ยังไม่สายเกินไปที่จะจัดตั้งรัฐบาลที่คนไทยภูมิใจและโดดเด่นในเวทีโลก ในเวลาที่ระเบียบโลกเป็นโลกที่ไร้ระเบียบ อยากจะขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ที่ยอมจุดไฟในสายลม เมื่อไฟจุดติดแล้วประชาชนจะไม่มีวันยอมให้ไฟนั้นดับ ขอบคุณพรรคก้าวไกล เพื่อนๆทุกคน อาสาสมัคร สมาชิก ประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ระหว่างนี้มีคนตะโกนว่า “ส้มรักพ่อ” นายพิธาตอบกลับว่า “พ่อก็รักส้มครับ” เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นฮอลล์ ก่อนกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือถึงคนที่คิดถึงมากที่สุดคือน้องพิพิมลูกสาวว่า “ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้พ่อตลอดมา พ่อจะสู้เพื่อหนูและคนรุ่นหนูทุกคน”ปชป.ย้ำภาพจำทางรอดที่ปลอดภัยที่อาคารวัน แบงค็อก ฟอรั่ม ชั้น 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดปราศรัยใหญ่ปิดท้ายก่อน วันเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ. ภายใต้ชื่อ “ทางรอด ที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์” ภายในงานมีการนำเสนอนโยบายหลักของพรรคทั้ง 27 เรื่อง บรรยากาศหน้างาน มีการนำกาน้ำสีฟ้า 2 ใบ ระบุข้อความ “พรรค” และ “เขต” มาให้ประชาชนผู้สนับสนุนพรรคได้ถ่ายรูปเป็นเชิงสัญลักษณ์ เหมือนในคลิปรณรงค์หาเสียงให้คนเลือกประชาธิปัตย์ทั้งพรรคและเขต พร้อมนำสแตนดี้แคนดิเดตนายกฯทั้ง 3 คน มาให้ผู้สนับสนุนพรรคถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคักด้วย โดยมี บรรดาผู้สมัคร สส.กทม. และผู้สมัคร สส.เขตจังหวัดปริมณฑล ญาติมิตร และผู้สนับสนุนพรรค มาร่วม งานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง“ธนาธร” ให้ “เท้ง” เป็นนายกฯที่ดีไม่ทรยศที่ จ.สมุทรปราการ คาราวานหาเสียงพรรค ปชน. “สายลูกน้ำเค็ม” นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. นำผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน. เดินสายหาเสียงวันสุดท้ายตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มต้นที่ อ.บางบ่อ ตระเวนทั้งวัน ก่อนมาสมทบที่ เวทีปราศรัยศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง บนรถคาราวานนายธนาธร ฝากถึงประชาชนไปเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ขอร่วมเดินทางไปด้วยกัน สร้างประเทศไทย ที่ดีกว่าเดิมส่งให้กับลูกหลานต่อไป “สำหรับคุณเท้ง ภารกิจพวกเราส่งให้คุณเป็นนายกฯ ขอให้คุณเท้ง เป็นนายกฯที่ดี ไม่ทรยศต่อความเชื่อมั่นความศรัทธาของประชาชน”“อนุทิน” ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้านพิษณุโลกด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อเวลา 10.30 น. นายอนุทิน เดินทางเข้าบ้านพิษณุโลก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการส่วนตัว แล้วเดินทางเข้าพรรค ภท.เตรียมพร้อมก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายเวลา 16.30 น. ที่ห้องบอลรูม 1 ศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ต่อมา เวลา 17.25 น. ที่เวทีปราศรัยใหญ่ “เลือกพรรคภูมิใจไทยได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติโลก” นายอนุทิน พร้อมนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง แกนนำพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ผู้สมัคร สส.กทม.และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมฟังปราศรัย ท่ามกลางประชาชนมาฟังกันคึกคัก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพเลือกตั้ง กทม.ปราศรัยว่าไม่ได้คิดว่านี่เป็นการ เดิมพันพรรคไหนจะชนะมาเป็นรัฐบาล แต่เดิมพันครั้งใหญ่อนาคตบ้านเมือง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ถ้าได้เป็นรัฐบาลประกาศเลยว่าตั้งนายสีหศักดิ์ เป็นรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ใช้ประสบการณ์ทำให้ไทยผงาดอย่างภาคภูมิในเอกราชการันตี “ศุภจี” รองนายกฯ ควบ พณ.นายสีหศักดิ์ปราศรัยว่า เราขอกลับมาเป็นรัฐบาลนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิ การสร้างรั้วที่ดีที่สุดต้องมีความเข้มแข็งของทหารไทย ความเข้มแข็งทางการทูตและความเข้มแข็งของผู้นำไทยที่นำพาเรามาสู่ปัจจุบัน หวังว่า จะเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กัมพูชาต่อไป อยู่ที่เขาด้วย สิ่งที่อยากพูดคือ yes we can เราทำได้ ขอให้มั่นใจพรรค ภท.ในความเป็นมืออาชีพ จาก 4 เดือน เราขอเป็น 4 ปี ทูตเราต้องมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น แน่นอน การทูตต้องผูกโยงประชาชน ยกระดับความเป็นอยู่ประชาชนให้ดีขึ้น สิ่งแรกที่ทำและจริงๆได้ทำแล้ว คือ การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยนางศุภจีที่กลับมาแน่นอน ในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย สร้างศักยภาพ การแข่งขัน สร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับประเทศทั่วโลก การทำงานต้องผนึกกำลังเป็นทีมประเทศไทย ทั้งเศรษฐกิจ และความมั่นคงต้องทำงานร่วมกับฝ่ายทหาร“ผู้กอง” แย้มโพล กธ.กวาด สส. 60คนเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ลานตลาดนัดคลองถม (บ้านหม้อ) อ.เชียงคำ จ.พะเยา พรรคกล้าธรรม(กธ.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงทิ้งทวนเช่นกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรค กธ. หาเสียงให้ผู้สมัคร สส.พะเยา 3 เขต ทั้งนายอัครา พรหมเผ่า นายอนุรัตน์ ตันบรรจง และนายจีรเดช ศรีวิราช ตาม ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า ตระเวนปราศรัยหาเสียงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 จังหวัด มั่นใจปักธงสีเขียวได้ ส่วนได้ สส.กี่คนหากดูตามโพลสำนักต่างๆได้ 40-50 คน แต่ตามโพลของพรรคได้กว่า 60 คน เมื่อถามถึงความกังวลในพื้นที่ จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า พะเยา 3 เขตมี 5 แสนคนถ้าหลุดไปสัก 1-2 หมื่นคะแนนถือเป็นเรื่องปกติ ขอย้ำไม่ได้โม้ทสท.ไม่น้อยหน้าขึ้นจอ LED ทั่วกรุงวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรค ทสท. จัดเวทีปราศรัยปิดขบวนคาราวานบำนาญประชาชน 3,000 บาทที่ภาคอีสาน ช่วงโค้งสุดท้ายที่ จ.หนองบัวลำภูและขอนแก่น ประกาศจุดยืนสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ลดภาระลูกหลาน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน พร้อมใช้กลยุทธ์สื่อสารมวลชนในพื้นที่กรุงเทพฯโดยขึ้นข้อความบนจอ LED ทั่วกรุงเหน็บสงคราม 3 สีการเมืองวนลูปคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การเลือกติดหล่มอยู่กับสงคราม 3 สี จะทำให้ปัญหาเดิมๆวนกลับมาไม่รู้จบ เข็ดไหมกับสัญญาโกหกที่ผ่านมา ขอเสนอทางเลือกใหม่ให้ก้าวข้ามปัญหาเดิมที่กัดกินประเทศมายาวนาน พรรค ทสท.มุ่งเน้นให้ประชาชนตัดสินใจเลือก “สุดารัตน์ เบอร์ 48” เราเน้นความซื่อสัตย์สุจริต มีประสบการณ์บริหารงานสำเร็จ ที่สำคัญไม่เคยโกง แม้ผ่านงานบริหารมาหลายกระทรวง คุมงบฯกว่า 1 ล้านล้านบาทแต่ไม่มีปัญหาคอร์รัปชัน เรามีประสบการณ์การเมืองมากพอ จะเข้าไปต่อสู้กับคนโกง ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน นำพาประเทศไทยออกจากวิกฤติ เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง“ลุงป้อม” พบ ปชช.เยือนถิ่นเกิดลพบุรีเมื่อเวลา 09.30 น. ที่เรือนรับตะวัน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร.พบปะประชาชนอย่างเป็นกันเอง สอบถามสารทุกข์สุกดิบ อวยพรให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข มีนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัคร สส.ลพบุรี เขต 3 พรรค พปชร. ต้อนรับพาเยี่ยมชมเรือนรับตะวันโฮมสเตย์และร้านอาหาร ออกแบบเป็นบ้านทรงไทย จากนั้นไปวัดเชียงงา อ.บ้านหมี่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เล่าถึงความผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่เกิด ยังได้พบลูกหลานของคนทำคลอดเมื่อกว่า 80 ปีก่อน ปัจจุบันมีอายุ 87 ปี มารอพบท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประวิตรแวะทานอาหารที่บ้านนายสุชาติ มีชาวบ้านและแฟนคลับมารอต้อนรับอบอุ่น“ไทยก้าวใหม่” ชูการศึกษาค้านแจกเงินช่วงเย็นวันที่ 6 ก.พ. ที่เวทีสวนจตุจักร ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมคณะขึ้นปราศรัยโค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้ง ชูนโยบายการพัฒนาทุนมนุษย์ ให้ทุนการศึกษาเป็นยาแก้จนที่มั่นคง ดีกว่าการแจกเงินแบบประชานิยมที่หลายๆพรรคพยายามนำมาใช้เพื่อหวังโกยคะแนนเสียง โดยมีประชาชนให้ความสนใจรับฟังการปราศรัยจำนวนมาก“ปวีณา” ย่ำเยาวราชขอเสียงคนกรุงขณะที่นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคมพรรค กธ. ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค กธ. นำคณะขึ้นรถแห่หาเสียงช่วงส่งท้ายช่วยผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรมฝั่งธนบุรี ขึ้นรถแห่จากอาคารพญาไท พลาซ่าไปตามเส้นทางราชเทวี ปทุมวันสาทร ไปจนถึงตลาดเยาวราช เดินพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าและท่องเที่ยว บรรยากาศคึกคัก โดยได้เข้าพบนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทอง ภายในร้านทองจิน ฮั้ว เฮง รับฟังถึงสถานการณ์ซื้อขายทองคำช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย นางปวีณาเปิดเผยว่า พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการร้านค้าต่างสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ต้นทุนสินค้าแพง ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ปัญหาปากท้องและปัญหาสังคม จากนั้นนางปวีณานำคณะไปหาเสียงต่อที่ปากคลองตลาด ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ใหญ่ที่สุดในไทยทูต—องค์กร ตปท.ร่วมสังเกตการณ์ ลต.เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ ราชดำริ สำนักงาน กกต.จัดกิจกรรมสังเกตการณ์กระบวนการจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลของผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยจาก 17 ประเทศ และ 1 องค์กร รวมทั้ง ผู้แทนจากองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส บรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ International IDEA รวม 44 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ ระหว่างวันที่ 5-9 ก.พ.69 มีนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต.เข้าร่วมปธ.กกต.น้อมรับเสียงวิจารณ์นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต.และกรรมการประจำหน่วยถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะการกรอกรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด จนเป็นข่าวใหญ่โต แต่น้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นำมาปรับให้การเลือกตั้งและออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบที่สุด ยืนยัน กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิ เลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ฝากถึงนักการเมืองและพรรค การเมือง ขอให้ดำเนินการหาเสียงอยู่ในกรอบกฎหมายปัด 2 มาตรฐานไล่สอบทุกเรื่องนายณรงค์กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่นๆ กกต.ติดตามตลอดในภาพรวม แต่ไม่ได้ออกข่าว เพราะอยู่ในช่วงที่อาจมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ กกต.รับดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ว่าข้อร้องเรียนหรือความปรากฏ ยืนยันไม่ได้เพิกเฉย ส่วนที่พรรค การเมืองหนึ่งออกมาต่อว่า กกต.ตรวจสอบข้อมูลการซื้อสิทธิขายเสียง 2 มาตรฐาน เพราะตรวจสอบเฉพาะเด็กที่ทำคลิป 2,000 บาท แต่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้านบาทกลับไม่ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ตั้งแต่รู้ได้ประชุม กกต. ขอความร่วมมือให้ธนาคารส่งข้อมูลมาให้ และให้สำนักงาน กกต.ตรวจสอบทุกเส้นเงินที่ได้รับข้อมูลมา กกต.ไม่ได้สองมาตรฐาน เพราะเป็นผู้รักษากติกา ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายทุกเรื่องเลขาฯ กกต.โอ่งานท้าทายโชว์โปร่งใสนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวว่าได้ชี้แจงให้คณะทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศเข้าใจกระบวนการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติของไทย เป็นครั้งแรกที่กฎหมายกำหนดให้ทั้ง 2 กระบวนการเกิดขึ้นในวันเดียวกัน นับเป็นภารกิจสำคัญและท้าทาย สำนักงาน กกต.ต้องเตรียมการและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ด้วยความเรียบร้อยโปร่งใสเป็นธรรมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด กิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 ได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน 1.วันที่ 6 ก.พ.สรุปการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2.วันที่ 7 ก.พ.สังเกตการณ์การรับวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ 3.วันที่ 8 ก.พ. การสังเกตการณ์เปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ การลงคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ และการปิดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ 4.วันที่ 9 ก.พ.สรุปผลการสังเกตการณ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติเชื่อกู้คืนความเชื่อมั่น กกต.กลับคืนพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า มีบางประเทศและบางองค์กรต้องการลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในต่างจังหวัด ได้ประสานแจ้ง กกต.ในพื้นที่รับทราบแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อเพื่ออำนวยความสะดวก ได้ประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การตอบรับเข้าร่วมสังเกตการณ์ขององค์การนานาชาติ สะท้อนความสนใจการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและการออกเสียงประชามติของไทย เป็นไปตามหลัก สากล เพื่อให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เชื่อมั่นว่าจะเรียกความเชื่อมั่นการจัดการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติของ กกต.กลับมาได้ปล่อยขบวนรถขนบัตร ลต.ล่วงหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด สำนักงาน กกต.ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว กระจายสู่ 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นลอตสุดท้ายไปในพื้นที่กรุงเทพฯ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ราชบุรี เตรียมความพร้อมนับคะแนน พร้อมการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ.หลังปิดคะแนนในเวลา 17.00 น.ติดจีพีเอส—ซีซีทีวีเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ระบบการขนส่งมีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมดูแล และมีระบบติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ (Tracking) ที่ตรวจสอบเส้นทางได้ตลอดการขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจความโปร่งใสและปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งทุกขั้นตอน เมื่อบัตรเลือกตั้งเดินทางถึงพื้นที่แล้ว จะอยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.ประจำเขต จะจัดเก็บรักษาในสถานที่ปลอดภัย เช่น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจหรือสถานที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยพร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ดูแลตลอด 24 ชม. ก่อนนำออกมานับคะแนนพร้อมกันวันที่ 8 ก.พ.กรอกรหัสเขตผิด 100 ใบแก้ไขแล้วด้านนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าพบกรณีกรอกรหัสเขตผิดประมาณ 100 ใบ กกต.คัดแยกและจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องตามสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกใบได้ถูกส่งไปถึงเขตครบถ้วน และจะนำมานับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ. ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของทุกคนได้ถูกส่งไปยังเขตอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้วสรุปกา สส.ล่วงหน้า 1,974,009 คนเวลา 18.00 น. สำนักงาน กกต. สรุปยอดผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้าทั้งในเขตเลือกตั้งและนอกเขตเลือกตั้งและที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการ หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งมี 9,087 คน ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 1,963,348 คน และผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ก่อนวันเลือกตั้ง สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ มีจำนวน 1,574 คน“เต้” แจงนโยบายทำได้จริงไม่เพ้อเจ้อเมื่อเวลา 10.45 น. ที่สำนักงาน กกต. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกฯพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมผู้สมัคร สส.ของพรรค เข้ายื่นหนังสือขอคำชี้แจงจากเลขาธิการ กกต.หลังถูกเตือนว่านโยบาย “เปลี่ยนโลก” เป็นไปไม่ได้ เพ้อเจ้อ ยืนยันว่านโยบายทั้งหมดทำได้จริง หากได้รับอำนาจจากประชาชน พรรคทางเลือกใหม่ส่งนโยบาย 12 ข้อให้ กกต.เพื่อพิมพ์และแจกจ่ายให้ประชาชน นโยบาย พรรคอื่นๆ เช่น ทำให้คนไทยหายจน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หรือแจกเงินหมื่นก็ทำไม่ได้จริง หรือทำไม่ได้ครบ ในอดีต กกต.ไม่เคยดำเนินคดี บางพรรคส่งนโยบาย 100 ข้อ แต่ทำได้แค่ข้อเดียวผิดหรือไม่ ยืนยันนโยบายตนไม่ใช่เพ้อเจ้ออย่างที่ถูกวิจารณ์“เรืองไกร” ยื่นสอบเครื่องบินหรู “สุริยะ”วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ขอให้ กกต.รีบตรวจสอบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค พท. ลำดับที่ 3 ใช้เครื่องบินเป็นยานพาหนะหาเสียงหรือไม่ แจ้งการใช้ทุกครั้งหรือไม่ ใช้ไปในทางที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 และมาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือไม่ จากข้อมูลปรากฏในเว็บไซต์ไทยโพสต์วันที่ 5 ก.พ.ระบุว่ามีเพจดังแฉนักการเมือง ระดับ รมต. ชื่อย่อ “บิ๊ก ส.” ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากเบน สมิท มูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 100 ล้าน แต่แจ้ง ป.ป.ช.ว่าซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท บนตัวเครื่องยังมีอักษรย่อชื่อ-นามสกุล SRJ มีสายข่าวแจ้งว่าเครื่องบินลำนี้ถูกใช้งานบินลำเลียงกระสุนไปยังเป้าหมายต่างๆในภาคเหนือและอีสาน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเครื่องบินดังกล่าวได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ และเชื่อมโยง กับนายทุนเทาหรือขบวนการผิดกฎหมายหรือไม่มูลค่า 800 ล้านแต่แจ้ง ป.ป.ช.30 ล้านนายเรืองไกรกล่าวว่า มีเหตุต้องไปตรวจดูบัญชีทรัพย์สินนายสุริยะที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีพ้นตำแหน่ง รมว.คมนาคม วันที่ 24 ก.ย.68 นายสุริยะแจ้งมียานพาหนะ 1 รายการ เป็นเครื่องบิน Gulf stream G550 ได้มาวันที่ 17 ก.ย.67 มูลค่า 30,000,000 บาท ไม่มีการแจ้งรายจ่ายรายการนี้ เมื่อย้อนดูบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ป.ป.ช.กรณีพ้นจากประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย วันที่ 6 ก.ย.67 แจ้งว่ามียานพาหนะ 1 รายการเป็นเครื่องบิน Gulfstream G550 ไม่ระบุวันที่ได้มา แต่แจ้งเป็น (ค่ามัดจำ) มูลค่า 30,000,000 บาท โดยไม่แจ้งรายจ่ายรายการนี้ มีข้อสังเกตว่าราคามัดจำกับราคาเครื่องบินเท่ากัน ควรตรวจสอบว่าราคาเครื่องบินมีมูลค่าตลาดที่แท้จริงเท่าใด ในข่าวแจ้งมูลค่าถึง 800 ล้านบาท แต่แจ้ง ป.ป.ช.ไว้เพียง 30 ล้านบาท วันที่พ้นประธานกรรมการฯ วันที่ 6 ก.ย.67 แจ้งเป็นค่ามัดจำเครื่องบิน 30 ล้านบาท และวันพ้นรองนายกฯ แจ้งว่าได้เครื่องบินมาเมื่อวันที่ 17 ก.ย.67 มูลค่า 30 ล้านบาท อาจต่ำกว่าราคาตลาดมาก มีเหตุอันควรขอให้ กกต.ตรวจสอบการใช้เครื่องบินดังกล่าวโดยด่วน ใช้ในการหาเสียงหรือไม่ ใช้ทั้งหมดกี่ครั้ง ไปที่ไหนบ้าง มีการใช้ไปในทางที่มิชอบตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 และมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ขอให้ กกต.ดำเนินการโดยเร่งด่วนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอให้ กกต.ส่งข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไปให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปด้วย“สุริยะ” ยันซื้อถูกต้องถือครองตามสัดส่วนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีเพจ CSI LA เปิดเผยข้อมูล นักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ชื่อย่อ big ส.ซื้อ เครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิท นักธุรกิจ ชาวต่างชาติมูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท แต่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่า ซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท ว่า ตอนปี 67 ตน และครอบครัวปรึกษากันว่าอยากได้เครื่องบินส่วนตัวไว้ใช้งาน เพราะมีกันหลายคน และมีพรรคพวกที่รู้จัก กับนายเบน สมิท แนะนำมีเครื่องบินหลายลำอยากขาย กระทั่งซื้อขายกันช่วงต้นเดือน ส.ค.67 เรื่องมีแค่นั้น มูลค่ารวม 862,191,500 บาท นำเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมศุลกากรถูกต้อง เมื่อวันที่ 13 ก.ย.67 ใช้ทำภารกิจระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม บินครั้งสุดท้ายช่วงต้นเดือน พ.ย.68 ส่วนการแจ้งต่อ ป.ป.ช. ตนแจ้งไปชัดเจนว่าถือครองทรัพย์สินในเครื่องบินลำนี้สัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาท มูลค่าที่เหลือ อีกกว่า 832 ล้านบาท แจ้งไปครบถ้วนว่าถือครองโดยกลุ่มญาติพี่น้องใครถือสัดส่วนเท่าไหร่โวยโจมตีการเมืองป้ายสีลำเลียงกระสุนมีประเด็น ที่ถูกกล่าวว่าเครื่องบินดังกล่าวลำเลียงกระสุนทางการเมืองไปยังพื้นที่เป้าหมาย นายสุริยะกล่าวว่า เป็นการโจมตีทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เพื่อทำลายความเชื่อมั่น ยืนยันข้อกล่าวหาไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูลจากผู้ไม่หวังดีครับ“ทิสรัตน์” แจ้งความเพจปั่นข่าวมั่ววันเดียวกัน น.ส.ทิสรัตน์ เลาหพล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 29 พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ได้เข้าแจ้งความที่ สน.ตลิ่งชัน ให้ดำเนินคดีกับเพจข่าวที่นำรูปตนไปใส่ประกอบข้อความว่า “มีส้มไม่มีเรา มีแต่ ม.112” ทั้งที่ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง ถือเป็นการทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือจูงใจให้เกิดความเกลียดชัง ส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรค และก่อนหน้านี้มีการกล่าวหาโจมตีตนในเพจเฟซบุ๊กหนึ่งที่มีผู้สมัคร สส.ของพรรคการเมืองหนึ่งเป็นแอดมินอยู่ เป็นการหลอกลวง ใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ได้ให้ทีมกฎหมายรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีจนถึงที่สุด“ตุ๋ย” ซัด กกต.เมินสอบถอนเงิน 450 ล้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกสอบนายซีเค เจิง คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดัง กรณีระบุการซื้อเสียง 2,000 บาท ว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการทำงานของ กกต. เมื่อเทียบกับการเบิกถอนเงินสดผิดปกติสูงถึง 450 ล้านบาทในช่วงหาเสียงเลือกตั้งแต่กลับไม่มีการตรวจสอบ เพราะก่อนหน้านี้ผู้ว่าการ ธปท.ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่าพบการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ลักษณะผิดปกติ รวมกันสูงถึงประมาณ 450 ล้านบาทระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อยู่การเมืองมากว่า 30 ปีไม่เคยเห็นกรณีแบบนี้ ต่อให้ไม่มีการเลือกตั้ง การเบิกเงินสดขนาดนี้ถือว่าไม่ปกติแล้ว แต่นี่เป็นช่วงเลือกตั้ง เงินสด 450 ล้านบาทเอาไปไหน ไปทำอะไร เรื่องแบบนี้สืบสวนสอบสวนไม่ยาก เพราะเป็นธนาคารพาณิชย์และผู้ว่าการ ธปท.เป็นคนพูดเองสีข้างถลอกอ้างไม่มี MOU กับ ธปท.นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด กกต.จึงเลือกสอบสวนกรณีเงิน 2,000 บาท แต่กลับไม่ตรวจสอบกรณีเงินสด 450 ล้านบาท อ้างไม่มี MOU กับ ธปท. ทั้งที่อำนาจหน้าที่ กกต.ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง กำหนดชัดเจนว่าหากมีพฤติการณ์น่าสงสัยที่อาจกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง กกต.มีหน้าที่ต้องสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.ต้องสนับสนุน หากละเลยอาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในอดีตตนเคยเตือน กกต.บางชุดเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่รับฟังกระทั่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกภายหลัง มีประชาชนจำนวนมากสอบถามกรณีนายซีเคมีความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาจากกระบวนการสอบสวนและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เทียบกับกรณีเงินสด 450 ล้านบาท มีพยานบุคคลสำคัญคือผู้ว่าการ ธปท.กลับไม่มีการสอบสวน ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อสังคมว่า กกต.กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและเป็นอิสระหรือไม่ อยากชี้ให้เห็นความแตกต่างชัดเจนของทั้ง 2 กรณี เป็นสิ่งไม่ปกติหรืออาจเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอำนาจบางกลุ่มหรือไม่ ขอเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาตามกฎหมาย รักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่