“แสวง” เรียก จนท.กกต.ถกเครียด จัดเลือกตั้งล่วงหน้ามีปัญหาหลายจุด สายด่วน 1144 แทบไหม้ ปลอบใจ กปน. ทำดีอาจมีพลาดบ้าง แขวะพวกกล่าวหาอย่าพูดลอยๆ ถามจะหาความสมบูรณ์แบบจากไหน สั่ง กกต.จังหวัดทำรายงานด่วน ผู้สมัคร ปชน.แจ้งเอาผิด 157 เจ้าหน้าที่ข่มขู่ทีมงาน พรรคส้มจ่อยื่น กกต.เร่งตรวจสอบหากพบจงใจกระทำผิดต้องฟัน “ไอซ์” ปูด 5 ค่ายล้างสมองกำลังพล พท.-ปชป.-รทสช.ไล่บี้ให้รีบเคลียร์ “อนุทิน” โวแหลกกวาด สส.เขต 200 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 10-15 อย่างต่ำ ลั่นจับกับใครถ้าสังคมไม่ยอมรับก็ไม่เอา “ดร.เชน” คึกสุดขีดลุยอีสานตอนบน 4 จ.รวด “เต้น” กระทุ้งคลิปฉาว “ประกาศศักดา” “มาร์ค” เหน็บชัดขนาดนี้ยังเสียงคล้ายหรือ “สหัสวัต” แฉอีก สปส.ซื้อที่ดินรกร้าง 84 ล.สร้างตึกนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เรียกเจ้าหน้าที่ถกเครียด หลังพบมีปัญหาหลายกรณีจากการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา ขณะที่พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ จี้ กกต.เร่งตรวจสอบ หากพบเจ้าพนักงานจงใจประพฤติส่อไปในทางทุจริต ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกกต.ถกเครียด–สายด่วนแทบไหม้เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.พ.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เรียกประชุมคณะผู้บริหารเพื่อสรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งความผิดพลาดของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่กรอกรหัสเขตเลือกตั้งผิด เอกสารแนะนำผู้สมัครที่ปิดประกาศหน้าหน่วยไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาด คิวอาร์โค้ดลิงก์ข้อมูลผู้สมัคร สส.เป็นข้อมูลเก่าจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 รวมถึงประเด็นที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน รวมถึงมีข้อร้องเรียนต่อว่าจากประชาชนที่โทร.ผ่านสายด่วน กกต. 1144 หลังไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ขณะที่การประชุม กกต.ในเวลา 13.00 น. มีการพิจารณาแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ หลังได้รับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)“แสวง” ปลอบ กปน.ทำดีมีพลาดบ้างต่อมาเวลา 12.30 น. นายแสวงโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณ กปน.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว แม้มีบางส่วนไม่เข้าใจหรือสำคัญผิด ไม่รู้ในบางเรื่อง ได้ตำหนิเกรี้ยวกราด ตั้งข้อสังเกต ถือเป็นความรับผิดชอบของสำนักงานเอง อย่าได้เสียกำลังใจ ขอบคุณผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศคึกคัก ส่งผลกระตุ้นให้ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ.มากขึ้น แม้มีความไม่สะดวกอยู่บ้าง รวมถึงผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้สังเกตการณ์ที่ร่วมติดตามตรวจสอบการลงคะแนน การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม ส่วนข้อกล่าวหามีตามมาพอสมควร เรารับฟังเสมอเพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา แก้ไขให้ดีขึ้น แต่บางข้อกล่าวหาเป็นการพูดลอยๆ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ อย่างน้อยควรบอกหน่วยเลือกตั้งไว้ หรือบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยไว้จะดีมาก ไม่อยากให้กล่าวหากันลอยๆ ไม่เป็นธรรมกับ กปน.ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเขาไม่มีโอกาสพูดชี้แจงได้จะหาความสมบูรณ์แบบจากที่ไหนนายแสวงระบุอีกว่า เรื่องการอำนวยสะดวก เช่น กรณีไม่ติดป้ายผู้สมัครบนบอร์ดประกาศหน้าหน่วย นอกจากจะติดหน้าหน่วยแล้ว สำนักงาน ยังมีช่องทางให้ประชาชนตรวจดูอีกหลายช่องทาง คือเอกสารแนะนำตัวถึงเจ้าบ้าน ทุกครัวเรือน 19 ล้านกว่าครัวเรือน แอปพลิเคชัน smart vote เว็บไซต์สำนักงาน กกต.จังหวัด เว็บไซต์สำนักงาน กกต. เรื่องความสมบูรณ์แบบใครก็อยากจะเห็น โดยเฉพาะงานสำคัญของชาติ แต่เราจะหาความสมบูรณ์แบบได้จากที่ไหน เก่งแค่ไหน วัยวุฒิดีอย่างไรก็ผิดพลาดได้ แต่การเอาคนมาทำงานร่วมกันที่เป็นประชาชน อีกฝั่งมี 1 ล้านร่วม 2 ล้านคน อีกฝั่งมี 53 ล้านคน ย่อมมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่เราจะทำให้ดีที่สุดในจุดที่ต่ำสุดที่สังคมรับได้ และจะพยายามให้เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุดสั่ง กกต.จังหวัดทำรายงานชี้แจงด่วนผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวงยังส่งข้อความในกลุ่มไลน์สำนักงาน กกต. ถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคน ระบุว่า “วันนี้ดูข่าวช่อง 3 นำความผิดพลาดการปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการลงคะแนน และไม่ปิดเอกสารแนะนำตัวบางเบอร์ที่หน้าหน่วย ฯลฯ กล่าวหาสำนักงาน ทำให้เกิดความเสียหาย และการกระทำของสำนักงาน ก็ทำให้เขาได้รับความเสียหายมาก เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ ในการนี้ให้จังหวัดที่เกี่ยวข้องที่ทราบว่าเป็นจังหวัดของตนเอง ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว และให้สำนักประชาสัมพันธ์ถอดเทปว่ามีกรณีใดบ้าง เพื่อส่งให้ด้านบริหารการเลือกตั้งติดตามทุกประเด็น เพื่อรายงานให้ กกต.ทราบต่อไป”“ปาล์ม” ปชน.แจ้ง ตร.เอาผิด ม.157ที่ สน.บางบอน น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล หรือปาล์ม ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 พรรคประชาชน (ปชน.) เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ภมร โพธิ์ขาว สว. (สอบสวน) สน.บางบอน ให้ดำเนินคดี 1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2.คณะกรรมการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และ 3.คณะกรรมการสำนักงานเขตบางบอน ข้อหาความผิดมาตรา 157 จากสาเหตุพบคิวอาร์โค้ดประกาศรายชื่อผู้สมัครสส.แบ่งเขตพบข้อมูลผิดพลาด เหตุเกิดที่วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธิธาราม ถนนเอกชัย 116 น.ส.ชลณัฏฐ์กล่าวว่า ตนและทีมงานพรรคไปตรวจสอบความเรียบร้อย ณ หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ใช้โทรศัพท์มือถือสแกนคิวอาร์โค้ด ปรากฏว่าข้อมูลสมัยปี 2566 การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ขอให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำ ผู้สนับสนุน หรือเจ้าพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด “เท้ง” ลั่นถ้าพบจงใจ–เจตนาเจอแน่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเกิดข้อผิดพลาดในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ของ กกต.ว่า พรรคเตรียมพิจารณาเรื่องข้อกฎหมาย ถ้ามีความจงใจและเจตนากระทำหน้าที่ผิดพลาด พร้อมดำเนินการตามกฎหมายเต็มที่ มองว่า กกต.สามารถดำเนินการได้ดีกว่านี้ แต่กลับทำให้ประชาชนต้องไปหาข้อมูลเองหน้าหน่วย ถ้า กกต.คิดล่วงหน้าจะช่วยปกป้องสิทธิประชาชนได้ดีกว่านี้ ส่วนข้อกังวลว่าบัตรแบบแบ่งเขตอาจส่งไปผิดเขตผิดหน่วย อาจเกิดปัญหาบัตรเขย่งได้ เป็นสิ่งที่พวกเรารอฟังคำตอบจาก กกต.เช่นกัน แม้จะออกมาขอโทษก็ไม่สามารถแก้ปัญหาฟุ้งพรรค ปชน.คือทางเลือกดีที่สุด ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายกับผลโพลต่างๆที่ออกมา มั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้มากแค่ไหน นายณัฐพงษ์ตอบว่า โพลที่ออกมาจากสำนักต่างๆพบว่ากระแสความนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นทวีคูณตามลำดับ ตนและเพื่อนร่วมพรรคมีความมั่นใจ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่อยากให้มองว่าเป็นการเลือกนักการเมืองเข้าไปบริหารประเทศ แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศ เพื่อหลุดจากวงจรการเมืองในอดีต ถ้าเห็นด้วยว่าอยากได้ประเทศไทยที่ดีกว่า ไม่มีสีเทา ทุกคนเท่าเทียมกันเชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด“ไอซ์” ปูดค่ายทหารล้างสมองกำลังพลน.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวข้อผิดพลาดที่พบในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. มีทั้งไม่ติดป้ายผู้สมัคร สส.พรรค ปชน. บนบอร์ดรายชื่อ ในหลายจังหวัด พอมีคนไปถามเจ้าหน้าที่ กกต.กลับให้ข้อมูลว่าถูกตัดสิทธิไปแล้ว คิดว่าเป็นความตั้งใจ อย่าบอกว่าผิดพลาด เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เป็นธรรมกับพรรค ปชน. ยังมีอีก 2 กรณีที่เกิดขึ้นในค่ายทหาร มีการเก็บมือถือ ประชุมและพยายามล้างสมองปลุกใจ อย่าเลือกพรรคที่ด้อยค่าทหาร ซึ่งก็คือพรรคปชน. และอย่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะแก้มาตรา 112 เป็นข้อมูลที่บิดเบือน บางที่ถึงขนาดนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าไปดูว่ากาอะไร เท่าที่รับรายงานมามี 2 ค่าย แต่ขอไม่ให้เปิดเผย กลัวเดือดร้อน ส่วนที่นัดประชุมปลุกใจ มีประมาณ 3 ค่าย เมื่อถามว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาขอโทษและยอมรับเป็นความผิดพลาด น.ส.รักชนกตอบว่า ไม่ควรขอโทษควรลาออกไป ถ้าไม่สามารถทำให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรมได้ จะทำอย่างไรกับคะแนนที่ประชาชนอุตส่าห์บากบั่นไปกา แต่ไม่ถูกนับเพราะความผิดพลาดของ กกต. เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก อย่าบอกว่าแค่ไม่กี่คะแนน กกต.พูดพล่อยๆ แบบนี้ไม่ได้ปชน.จี้ กกต.ลงดาบบกพร่องหน้าที่วันเดียวกันทีมพรรคประชาชน เผยแพร่เอกสารกรณีดังกล่าวว่า ปัญหาความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง พรรค ปชน.ขอให้ กกต.เร่งกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 ก.พ. ตรวจสอบเจ้าพนักงานทั่วประเทศว่ามีการประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ หรือระเบียบของ กกต. ละเลยต่อหน้าที่หรือไม่ หากพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ขอให้สั่งปลดโดยทันที หากพบว่ามีการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ พรรคปชน.ขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 23 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรค ปชน. จะยื่นหนังสือด่วนที่สุดอย่างเป็นทางการต่อ กกต. ในที่ 3 ก.พ.เวลา 08.46 น.ปลุกคนอยุธยาสั่งสอน “อ้างรักชาติ”ช่วงเย็นที่ลานบึงพระราม จ.พระนครศรีอยุธยา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ลงพื้นที่หาเสียงช่วยทีมผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 5 เขต มีประชาชนเข้ามาร่วมให้กำลังใจคึกคัก นายณัฐพงษ์ปราศรัยว่า ขอทุกท่านอย่าประมาทในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. เห็นแล้วว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นอย่างไร มีข้อผิดพลาดมากมายเพียงใด ทั้งแผ่นพับแนะนำเบอร์ผู้สมัครพรรค ปชน. หายไปในหลายพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต. บอกว่าผู้สมัครของเราถูกตัดสิทธิ ทั้งที่ความจริงยังมีสิทธิอยู่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ากลุ่มอำนาจเดิมกำลังกลัวการเปลี่ยนแปลง ความรักชาติวัดได้จากว่าเรารักประชาชนมากน้อยแค่ไหน คนที่อ้างว่ารักชาติ แต่การกระทำยังตรงกันข้าม ยังโกงกินประเทศไทยอยู่ อย่างนี้เรียกว่ารักชาติได้อย่างไร“อนุทิน” โอ่ตั้งเป้าหมาย ภท.200 ที่นั่งเวลา 08.25 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการถามว่า ตั้งเป้าการเลือกตั้งรอบนี้จะได้ สส.เท่าไหร่ นายอนุทินตอบว่า คาดว่ามาเยอะ เมื่อถามย้ำว่ามาเป็นที่หนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เป็นเป้าหมาย พ่อสอนตั้งแต่เด็กว่าแข่งขันอะไรพยายามให้เป็นที่หนึ่งอย่าเป็นที่สองเป็นที่สองคนจะลืม แต่สมมติว่าเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วนั้นๆให้ได้ เมื่อถามย้ำว่าเชื่อมั่นใช่หรือไม่จะเป็นที่หนึ่ง นายอนุทินตอบว่า ก็ต้องเชื่อมั่น ส่วนขั้วที่ว่าแม้กระทั่งพรรคประชาชนก็ไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หัวหน้าพรรคประชาชนบอกไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯ แต่ยังไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามว่าหากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งจะจับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขอกลับไปคิดออปชันนี้ก่อน แต่มั่นใจในระดับหนึ่ง เมื่อถามย้ำกระแสข่าวประเมินว่าภูมิใจไทยได้ สส. 180 คนจริงหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะและตอบว่า “ผมประเมินสูง” เมื่อถามอีกว่าจะได้กว่า 200 ที่นั่งเลยหรือ นายอนุทินตอบว่า นั่นเป็นเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราเชื่อ เราส่ง 300 กว่าเขตและผู้สมัครเคยเป็น สส. เคยชนะเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต มีอีกประมาณ 70 เขตเป็นผู้ที่เกือบจะได้ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็ไม่เอาร่วม รบ.ผู้ดำเนินรายการถามว่า คิดว่าจะได้ สส.บัญชีรายชื่อกี่คน นายอนุทินตอบว่า คาดหวัง 10-15 ที่นั่ง ตนตีต่ำ เมื่อถามว่ามีอะไรจะสื่อสารถึงพรรคประชาชนโดยตรงหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่มีอะไร ไม่มีความเคียดแค้นส่วนตัว ไม่เคยปิดทางใคร ไม่เอาอย่างเดียวคือคนผิดกฎหมาย คนมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดี แต่ต้องมีกฎหมายมายืนยัน สำหรับวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. จะไปใช้สิทธิที่ จ.บุรีรัมย์ แล้วตระเวนดูพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่คาดหวังไว้สูง อาจเลยไป จ.ศรีสะเกษ และกลับกรุงเทพฯตอนค่ำ เมื่อถามว่าวันนั้นจะตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เวลา 20.00 น. น่าจะทราบผลแล้วว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์สนใจพรรคไหนกว่ากัน นายอนุทินตอบว่า ต้องรอผล ถ้าตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลก็เป็นคนกำหนด แต่ยังไม่บอกว่าใคร ขอดูตัวเลขก่อน แต่บอกแล้วไม่เอาเทา ไม่เอาดำ ไม่เอาพวกผิดกฎหมาย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาตนก็ไม่เอาดีใจผู้คนสนใจบ้านเมืองเยอะขึ้นนายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ผ่าน TOP News กรณีพบข้อผิดพลาดในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าว่า ในส่วนของภูมิใจไทยยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหา ทราบแต่รายงานภาพรวมมีประชาชนไปใช้สิทธิล่วงหน้าเยอะมาก ให้ความสนใจความเป็นไปของบ้านเมืองเยอะขึ้น ถือว่าดีเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าวันที่ 8 ก.พ. เจ้าของประเทศจะไปใช้สิทธิเต็มที่ ตัดสินใจอนาคตประเทศ เมื่อถามว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ระบุว่า มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพรรคประชาชนชนะ นายอนุทินถึงกับร้อง “หืม” ก่อนตอบว่า ทุกคนต้องคาดหวัง ทุกคนมีสิทธิ ไม่มีใครรู้จักพรรคประชาชนเท่ากับคนของพรรคประชาชนเอง เช่นเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทย“อนุทิน” ตั้งเวทีสุพรรณแห่ฟังแน่นต่อมาเวลา 18.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทยสุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย พร้อมนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต คือ นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัครเขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัครเขต 2 นายนพดล มาตรศรี ผู้สมัครเขต 3 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ผู้สมัครเขต 4 และนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครเขต 5 มีการตั้งเวทีปราศรัยที่ลานอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาล ต.ท่าระหัด มีประชาชนมารอรับฟังจำนวนมาก ตลอดเส้นทางนายอนุทินเดินทักทายประชาชน ต่างให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเข้าไปขอถ่ายภาพกันคึกคัก“หนู” บอกรักสุพรรณสุดใจขาดดิ้นนายอนุทินปราศรัยว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยฝากให้ดูแลนายวราวุธ เมื่อถึงวันหนึ่งต้องตัดสินใจหาวิธีการชวนนายวราวุธมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนายวราวุธเป็นหัวหน้าพรรค ชาติไทยพัฒนา ในอดีตเป็นพรรคชาติไทยที่ยิ่งใหญ่มาก่อน คนที่แยกออกไปไม่มีใครเลยที่ตกต่ำ นายเนวิน (ชิดชอบ) แยกออกไปบุรีรัมย์ก็แข็งแรง สุพรรณบุรีก็แข็งแรงอยู่ ทำไมไม่เอาทั้งสองฝั่งมาทำให้ประเทศแข็งแรง ที่ชวนนายวราวุธ บอกว่าพี่ต้องการน้องน้องก็ต้องการพี่ เราสองศรีพี่น้องเดินไปด้วยกันตามคำสั่งพ่อ เราคุยกันไม่มีเงื่อนไข คุยกันด้วยความชื่นมื่น รวมกันอยู่ภูมิใจไทยชาติไทยจะพัฒนา แปลว่าทุกคนชนะหมด ภูมิใจไทยยุคนี้ใช้คำว่าพลัส สุพรรณบุรีเมื่อรวมกันก็จะพลัส “วันนี้หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น ขนาดพระยังห้อยพระผงสุพรรณเลย ที่กล้าพูดแบบนี้เพราะคิดอย่างอื่นไม่ออก รักขนาดไหนวันนี้นโยบายพรรคจำไม่ได้แล้วจำได้แต่เพลงของคนสุพรรณ”เพื่อไทยลุยปั่นแต้มอีสานตอนบนช่วงเช้า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย น.ส.สกุณา สาระนันท์ ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 6 หาเสียง บรรยากาศคึกคัก จากนั้นไปช่วยลงพื้นที่หาเสียงอีก 2 จุด ช่วยผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 1, 2, 3 และเขต 4 ที่สวนสาธารณะเทศบาลตำบลพรรณานิคม อ.พรรณานิคม นายยศชนันปราศรัยว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึงอาทิตย์แล้ว วันที่ 8 ก.พ.คือวันชี้ชะตา ทำไม 1 สิทธิ 1 เสียงจึงสำคัญ เพราะ 1 เสียงจะไปเปลี่ยนและเลือกนายกฯ แล้วได้คนที่เข้าใจคนสกลนครจริงๆ สิ่งแรกที่จะทำทันทีคือแก้หนี้ทั้งระบบ สกลนครมี 7 เขต ขอ 7 เขตเลย และขออยู่ 8 ปี ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้“เต้น” ตั้งชื่อคลิป “ประกาศศักดา”ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายนี้บางพรรค การเมืองหน้ามืดบอกให้เลือกพรรคที่รักชาติ แล้วคิดว่าตัวเองรักชาติอยู่พรรคเดียว คนอื่นไม่รักชาติ พรรค พท.ไม่เดินแนวทางสร้างความแตกแยก นายยศชนันปราศรัยไม่เคยกระทบกระทั่ง ไม่เคยขัดแย้ง ไม่เคยมีวิวาทะกับใคร พรรคไหนที่บอกว่าชังชาติอย่าไปฟัง นั่นเป็นวิถีการเมืองที่ไม่ถูกต้อง วันนี้นั่งเครื่องบินมาจาก กทม. เขาเปิดคลิปเสียงใครไม่รู้ ไม่กล้าไปพูดชื่อเดี๋ยวเขาแจ้งความเอา คดีเยอะอยู่แล้ว แต่ฟังแล้วคนพูดน่าจะใหญ่โตมาก เขาบอกเลยว่ามีปฏิวัติแน่หากเลือกพรรคนั้น พูดถึงคนที่ถูกขังคุก อ้างในสิ่งที่ไม่ควรอ้าง ไม่รู้ว่าเป็นคลิปเสียงใครแต่หากใหญ่โตขนาดนี้ ขอเรียกว่าเป็นคลิป “ประกาศศักดา” แล้วกัน ไม่รู้ “นายกฯหนู” รู้เรื่องหรือยัง เห็นตอบนักข่าวว่าได้ฟังแล้ว แต่ท่าทีเหมือนไม่เชื่อ หากฟังเนื้อหาคนที่คิดจะใช้อำนาจแบบนี้ คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ใช้ความฉ้อฉลให้ได้มาซึ่งอำนาจ แบบนี้มันไปด้วยกันไม่ได้ พรรค พท.มีทำถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง เพราะทำมาเยอะ ผิดพลาดบ้างต้องมี อะไรผิดพลาดก็ขออภัย แต่อย่างเดียวแน่ๆที่ไม่เคยทำ คือไม่เคยเข้าสู่อำนาจด้วยวิธีการไม่ถูกต้อง ไม่เคยเกาะล้อรถถังตั้งรัฐบาลต่อนครพนม–มุกดาหาร–อำนาจเจริญผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นคณะของนายยศชนันไปช่วยหาเสียงให้ทีมผู้สมัคร สส.นครพนม ทั้ง 4 เขต ได้แก่ นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ผู้สมัครเขต 1 นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัครเขต 2 นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ผู้สมัครเขต 3 และนายชาญชัย คำจำปา ผู้สมัครเขต 4 ที่หอประชุมวชิรบพิตร มหาวิทยาลัยนครพนม มีประชาชนมาเต็มพื้นที่ และเดินทางต่อมาที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร ปราศรัยช่วย 2 ผู้สมัคร สส. คือ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัครเขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัครเขต 2 ก่อนแวะทักทายน้องๆนักเรียนโรงเรียนทีโอเอวิทยา เทศบาลวัดคำสายทอง นายยศชนัน กล่าวกับเด็กๆว่า ไม่ว่าน้องๆจะเข้าเรียนที่ไหน เอาสิ่งที่ตัวเองชอบ แค่นี้พอแล้ว และร่วมเซลฟี่กับเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง และเดินทางไปหาเสียงต่อที่ จ.อำนาจเจริญโวย กกต.เร่งสอบพบพิรุธหลายจุด นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ว่า พรรคส่งผู้สังเกตการณ์ไป 16 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง พบข้อสังเกตหลายประการที่เห็นว่า กกต.ควรเร่งตรวจสอบ ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดใน วันเลือกตั้งจริงวันที่ 8 ก.พ. ทั้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ล่วงหน้านอกเขต แต่อยู่ภายในจังหวัดเดียวกันจำนวนมาก มีลักษณะสุ่มเสี่ยงให้เกิดการซื้อเสียงล่วงหน้าในระดับพื้นที่ ยังพบความไม่เป็นมาตรฐานในการติดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้งกลาง หลายหน่วย ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไม่ครบถ้วน เช่น รายชื่อนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ณ ที่เลือกตั้งกลาง จ.นครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 พบความคลาดเคลื่อนในการจ่าหน้าซองแบบ สส. 5/2 โดยเฉพาะการกรอกรหัสเขตเลือกตั้ง ขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง“มาร์ค” ย้ำหมดเวลาการเมืองเทาที่อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ นำคณะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า นายสิทธิพัฒน์กำลังแข่งกับผู้สมัครพรรคหนึ่ง ที่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งศาลเพื่อยึดทรัพย์ ที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย ดังนั้น ประชาชนในเขตนี้จะส่งสัญญาณถึงประชาชนทั้งประเทศ แม้ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ถามว่าพี่น้องเขต 4 จะยังเลือกส่งผู้สมัครคนนี้เข้าสภาอีกหรือ หรือจะเลือกผู้แทนคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงานสร้างการเมืองสุจริต แม้กระแสของพรรคในสงขลา และโพลต่างๆ คะแนนดีหมด แต่คนใต้ใจเดียวจะแบ่งให้ใครไม่ได้ และอาทิตย์สุดท้ายเชื่อว่า แบงก์เทาจะดุเดือดมาก หากรับก็อย่าเลือก เพราะเงิน 1,000 บาทไม่คุ้มกับเวลา 4 ปี โกงทีเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน เหน็บชัดขนาดนี้ยังเสียงคล้ายหรือนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับในพื้นที่ภาคใต้ว่า หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามความนิยมของผลสำรวจ มั่นใจทั้งหมด แต่รู้ว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกซ้อน จึงขอคนภาคใต้ว่าช่วยสร้างพรรคการเมืองที่ยึดแนวทางการเมืองสุจริตและเข้มแข็ง ให้เข้าไปทำงานในสภาฯ เมื่อถามย้ำว่ามีการตรวจค้นของตำรวจ จ.สุราษฎร์ธานี อาจเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และโยงพรรคการเมืองใหญ่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ส่วนใหญ่จะได้รับจากการบอกเล่ากันมา ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าใจว่า กกต.ได้เบาะแสจึงเข้าไปตรวจสอบ อยากให้ดำเนินการจริงจัง หากทำให้เห็นได้ใน 1-2 วัน จะช่วยป้องปรามได้มาก และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา ช่วงโค้งสุดท้ายยอมรับว่าจะมีการใช้เงินซื้อเสียงกันรุนแรง เพราะหลายคนพูดว่าอาจจะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีคลิปเสียงคล้ายนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นี่ยังบอกว่าเป็นเสียงคล้ายอยู่ใช่ไหม อยากให้ตรวจสอบ ต้องดูถ้อยคำว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่รทสช.ฉะ กกต.ต้องรอบคอบกว่านี้นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวแสดงความเป็นห่วงการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าหลายพื้นที่มีปัญหาว่า นอกจากปัญหาชื่อผู้สมัครหายหลายพรรคแล้ว ยังมีประชาชนร้องเรียนมาว่าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว แต่พอไปใช้สิทธิจริงกลับไม่มีชื่อ ไม่สามารถใช้สิทธิได้ อยากให้ กกต.ทำงานให้รอบคอบกว่านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม ซ้ำยังกระทบสิทธิประชาชนด้วยทีดีอาร์ไอชำแหละนโยบายหาเสียงวันเดียวกัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยบทความข้อสังเกตต้นทุนทางการเงินและที่มาของเงินจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่มาจากการวิเคราะห์เอกสารที่ยื่นเสนอต่อ กกต. มีการตั้งข้อสังเกต 4 ประการ ได้แก่ 1.วงเงินที่ใช้ทำนโยบาย ความเป็นจริงอาจสูงกว่าที่คาดการณ์และนำเสนอไว้มาก พบว่า 5 พรรคการเมืองใหญ่ เสนอนโยบายที่จะใช้วงเงินดำเนินนโยบาย ระหว่าง 1.5-7.4 แสนล้านบาทต่อปี ประกอบด้วยพรรคประชาชน 741,835 ล้านบาทต่อปี พรรคประชาธิปัตย์ 531,050 ล้านบาทต่อปี พรรคกล้าธรรม 440,558 ล้านบาทต่อปี พรรคเพื่อไทย 243,300 ล้านบาทต่อปี และพรรคภูมิใจไทย 148,326 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเกิดรัฐบาลผสมหลังการเลือกตั้ง ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายพยายามผลักดันนโยบายของตนสู่การปฏิบัติ และมีผลทำให้วงเงินที่ต้องใช้จริงสูงกว่าวงเงินประมาณการชี้ส่วนใหญ่เป็นภาระด้านการคลังข้อสังเกต TDRI ยังพบว่าหลายพรรคการเมืองประมาณการต้นทุนดำเนินนโยบายไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ขณะที่บางพรรคมีนโยบายประกาศต่อสาธารณชน แต่ไม่ได้นำเสนอต่อ กกต. จึงไม่ได้รวมอยู่ในต้นทุนที่ประมาณการ ขณะเดียวกัน หลายพรรคคาดหวังว่าจะมีเงินจากแหล่งต่างๆมาใช้ดำเนินนโยบาย โดยมองโลกในแง่ดีเกินไป เช่น จะสามารถบริหารงบประมาณหรือเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย หรือสามารถดำเนินนโยบายผ่านกลไกร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ได้ ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งหลายพรรคยังมีมุมมองว่าจะใช้เงินนอกงบประมาณ ดังนั้นภาระการคลังจริงที่เกิดขึ้นน่าจะสูงกว่าที่ประมาณการนำเสนอไว้เน้นประชานิยมไร้ความรับผิดชอบประการที่ 2 นโยบายจำนวนมากยังคงเน้นการใช้เงินช่วยเหลือประชาชนในลักษณะประชานิยม ไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility study) และไม่มีความรับผิดชอบทางการคลัง ประการที่ 3 นโยบายของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อนโยบายการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว และประการที่ 4 หลายพรรคมีนโยบายที่นอกจากจะสร้างภาระทางการคลังในระดับสูงแล้ว ยังทำลายกลไกตลาด เช่น นโยบายแก้หนี้โดยไม่ระมัดระวัง นโยบายประกันกำไรหรือประกันรายได้ของเกษตรกร ล้วนทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงเกินตัวโดยไม่ต้องรับผิดชอบ (moral hazard) หรือนโยบายลดค่าไฟฟ้า และราคาพลังงานให้ต่ำกว่าต้นทุน ก็ไม่ทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน เป็นต้นแนะ กกต.ตีกรอบให้ชัดก่อนปล่อยผีTDRI ยังระบุว่า เมื่อพบว่าบางพรรคไม่ได้นำเสนอนโยบายที่ใช้หาเสียงต่อ กกต. อย่างครบถ้วน หรือนำเสนอหลายนโยบายที่ใช้งบประมาณมาก แต่ยังไม่ได้ระบุวิธีคำนวณวงเงินที่ใช้โดยมีรายละเอียดที่เพียงพอ ไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดด้านการคลังอย่างเพียงพอ กกต.จึงควรปรับปรุงแนวทางในการกำหนดให้พรรคการเมืองส่งข้อมูลด้านนโยบายที่ใช้หาเสียง ควรให้พรรคการเมืองระบุวิธีคำนวณงบประมาณที่ใช้แต่ละด้านให้มีรายละเอียดเพียงพอ เช่น ระบุจำนวนผู้ได้รับประโยชน์และต้นทุนต่อหน่วย ให้ระบุว่างบประมาณในภาพรวมจะมาจากแหล่งใด ในสัดส่วนเท่าไร ให้ส่งข้อมูลมาอย่างน้อย 30 วันก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ กกต.มีเวลาตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล และเปิดเผยต่อประชาชนได้อย่างน้อย 15 วันก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดการถกอภิปรายต่อสาธารณะอย่างมีความหมายกลุ่ม “เพื่อนสุภัทร” ชง “บวรศักดิ์” สอบใหม่ที่ศูนย์รับเรื่องราวทุกข์ของรัฐบาล กลุ่มขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับเครือข่ายผู้สูญเสียจากโควิด-19 และกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร นำโดยนายวทัญญู แสงแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมนายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร ยื่นหนังสือถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ขอความเป็นธรรมกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท และผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน ถูกปลดออกจากราชการ ขอให้ ก.พ. และ ก.พ.ค.สอบสวนใหม่ เพราะ นพ.สุภัทรยังไม่ได้ชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการที่มีธรรมาภิบาล ยุติข้อครหาว่าเป็นการกลั่นแกล้ง อคติ และหวังผลทางการเมือง“ณัฐพงษ์” และคณะยื่นประกันล่วงหน้าที่ศาลอาญา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นายวรภพ วิริยะโรจน์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เข้ายื่นเอกสารขอประกันตัวก่อนวันนัด ในคดีที่บริษัท ในกลุ่ม บ.กัลฟ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทั้ง 3 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทพร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคนละ 100 ล้านบาท รวมทั้งหมด 300 ล้านบาท กรณีนายณัฐพงษ์แถลงข่าวพูดถึงโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาล ส่วนกรณีนายศุภโชติ และนายวรภพ เป็นกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ศาลนัดสอบคำให้การในคดีนายณัฐพงษ์ และคดีนายศุภโชติ ในวันที่ 16 ก.พ. ส่วนคดีนายวรภพ ศาลนัดสอบคำให้การในวันที่ 11 พ.ค.แฉอีกซื้อที่ดินรกร้าง 84 ล. สร้างตึกนายสหัสวัต คุ้มคง อดีต สส.ชลบุรี พรรค ปชน. โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงเฟซบุ๊กว่า ได้รับเอกสารจากคนในสำนักงานประกันสังคม ในโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีแห่งใหม่ เลยแวะมาดูที่ดิน คือโครงการเลขที่ 67089559825 อนุมัติช่วงปลายปี 2566 เริ่มใช้งบฯในปี 2567 ตั้งงบฯจัดซื้อไว้ 88 ล้านบาท แต่ได้มาในราคา 84.5 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง แค่ 3.98% ที่ดินดังกล่าวเป็นการรวมแปลงที่ดิน 5 แปลงรวมกัน ราคาประเมินของกรมธนารักษ์อยู่ที่ประมาณ 24 ล้านบาท ที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ 1 งาน ตั้งอยู่ในซอกหลืบโซนบ้านสวน มีการประกาศราคากลาง วันที่ 24 ส.ค.2567 และประกาศรายชื่อผู้ชนะ วันที่ 11 ธ.ค.2567 สิ่งที่เกิดขึ้นคือจนถึงวันนี้ผ่านไปปีกว่ายังไม่มีโครงการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ มีคนในประกันสังคมมาแอบกระซิบว่า อาจเพราะเป็นการซื้อที่ผิดสเปกที่ต้องติดถนนใหญ่ แต่ดันไปซื้อในตรอกซอก“ศุภชัย” กวักเรียก “ษัษฐรัมย์” เคลียร์อีกเรื่อง นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรรมการประกันสังคม ในสัดส่วนผู้ประกันตน ระบุว่า กลัวภูมิใจไทยฟ้องว่า อย่าปลุกม็อบ พรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมสู้เพื่อผู้ประกันตน แต่ประเด็นที่จะดำเนินคดีคือ การกล่าวหาว่าคนในพรรคภูมิใจไทยเป็นต้นตอการทุจริตของกองทุนประกันสังคม พรรคภูมิใจไทยต้องปกป้องตัวเองจากการถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ถ้ามีหลักฐานพรรคภูมิใจไทยพร้อมตรวจสอบ และร่วมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ยืนยันว่าไม่ต้องกลัวถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องจริง เว้นแต่เป็นเรื่องไม่จริง ถ้าไม่เจตนาทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย ก็มาทำความเข้าใจกัน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ดำเนินคดี“โอ๊ค–เอม” เยี่ยมพ่ออุบตอบพักโทษที่เรือนจำกลางคลองเปรมฯ นายพานทองแท้ ชินวัตร พร้อม น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อมา น.ส.พินทองทาเปิดเผยว่า เรื่องสุขภาพคุณพ่อที่ไม่สบายก่อนหน้านี้เล็กน้อย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ได้นอนพักผ่อน ส่วนการเรียนคอร์สทำอาหารภายในเรือนจำ ทราบว่าเป็นคอร์ส 10 วัน ไม่ใช่เพียงการทำอาหารแต่ยังมีการอบรมหลายเรื่อง และยังมีเรียนวาดรูป ลักษณะเป็นการให้ผู้ต้องขังมีพัฒนาการทางอารมณ์และสุขภาพจิตดี เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายนี้นายทักษิณฝากอะไรถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือไม่ น.ส.พินทองทาได้แต่ยิ้มและปฏิเสธว่า “ยังไม่มีค่ะ” เมื่อถามต่อว่าเดือน พ.ค.นี้ นายทักษิณใกล้ได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไป ทางเรือนจำประสานขอข้อมูลจากครอบครัวหรือไม่ น.ส.พินทองทาปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณและเดินทางกลับอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่