“เท้ง” เดินเช็กเรตติ้งสยามสแควร์วัน ตั้งเป้าทิ้งห่างอันดับสอง 30-40 ที่นั่ง เปิดเวที “เชื่อในประชาชน Trust The People” “พิธา” คัมแบ็ก ปลุกพลังเงียบ 10 ล้านออกมาใช้สิทธิ ลั่นต้องชนะให้ขาด พรรคอันดับสองจะได้มียางอายไม่กล้าแข่ง ฟุ้งแป๊บๆ “ธร-ป๊อก-ทิม-ต๋อม” จะกลับมาฟูลทีม “ดร.เชน” พลังล้นลุยแหลกหนองบัวลำภู-ชัยภูมิ-มหาสารคาม-ขอนแก่น ยกทัพตีงูเห่า “ไชยา พรหมา” ระทึกเล็กน้อยลมหอบเต็นท์พังที่ขอนแก่น ลั่นไม่ท้อแม้นายกฯโดนปลดปีละคน “อิ๊งค์” เดินสายช่วยผู้สมัครที่เชียงใหม่ “จุลพันธ์” โอ่ปั้นเศรษฐีวันละ 9 ล้าน ได้เงินเข้าคลังปีละ 2 แสนล้านยิ่งกว่าคุ้ม ให้มองเป็นการลงทุน Big Data ครั้งใหญ่ “เสี่ยหนู” อ้อนปักธงหนองบัวลำภู ผวาเดินตลาดแม่ค้าส่งลูกท้อให้ชิม เย้ย พท.แจกเงินล้านแค่โปะออนท็อป “ไอซ์” โชว์หมาย “ผู้กอง” ฟ้องหมิ่นฯ นิด้าโพล-สวนดุสิตตรงกัน คนหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯพรรคประชาชนเร่งเครื่องโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตรึงสามย่านมิตรทาวน์ ผุดแคมเปญ “เชื่อในประชาชน Trust The People” นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีต หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กลับมาขึ้นเวทีฉุดเรตติ้งด้อมส้ม ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.“เท้ง” เดินเช็กเรตติ้งสยามสแควร์วันเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่สยามสแควร์วัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เดินเท้าหาเสียงจากสยาม สแควร์วัน ผ่านถนนพญาไท ก่อนไปจบที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยในกิจกรรม “เชื่อในประชาชน Trust The People” บรรยากาศตลอดทางมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปกันคึกคัก มีอาม่าคนหนึ่งบอกว่ามาจาก จ.สุราษฎร์ธานี พยายามแหวกเข้ามาขอถ่ายรูปกับนายณัฐพงษ์ และมีนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมายืนโบกมือให้กับขบวน พร้อมกับขอถ่ายรูป ส่วนกลุ่มผู้สนับสนุนเดินเกาะติดขบวนมีตะโกนเป็นระยะๆว่า “นายกฯเท้ง 46” นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้การตอบรับอย่างดี วันนี้เรามาเชิญชวนทุกคนร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับการเมืองไทย การเลือกตั้งครั้งนี้เราเหลือแค่ 2 ทาง คือ การเมืองในอดีตและการเมืองแห่งอนาคต ที่จะสร้างประเทศไทยให้กับลูกหลาน ช่วงโค้งสุดท้ายจะมีคาราวาน 8 สายไปครบ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และยังมีเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้ายด้วย หากอยากเห็นประเทศไทยที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องลังเลกาให้กับพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบตั้งเป้าทิ้งห่างอันดับสอง 30—40 ที่นั่งนายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กลับมา กังวลหรือไม่ว่าจะทําให้วาทกรรมมีทหารไว้ทําไมกลับมาด้วย ว่า นายพิธาชี้แจงไปหมดแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจดี ที่พรรค ปชน.ยืนอยู่ข้างกองทัพ ที่ทําหน้าที่ปกป้องประเทศ สนับสนุนกองทัพให้มีความทันสมัย ทหารชั้นผู้น้อยได้รับสวัสดิการที่ดี เป้าหมายที่พรรค ปชน.ตั้งไว้คือเราได้รับเสียงสนับสนุนมากเพียงพอ เช่น ถ้าเราได้เกินครึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็ไม่ต้องกังวลใดๆ แต่หากได้ไม่ถึง อย่างน้อยต้องทิ้งห่างพรรคอันดับสองสัก 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เขารวมขั้วจัดตั้งแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง ฉะนั้นโจทย์ตอนนี้เรามองไปไกลกว่าว่าจะตั้งได้หรือไม่ได้ ถ้าประชาชนเชื่อแบบเดียวกับเรา กาให้พรรคประชาชนถล่มทลายปิดประตูทุกช่อง ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน“พิธา” คัมแบ็กปลุก 10 ล้านใช้สิทธิจากนั้นเวลา 16.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ พรรค ปชน.เปิดเวทีปราศรัย กับกิจกรรม “เชื่อในประชาชน Trust The People” บรรยากาศมีประชาชนมารอฟังปราศรัยกันคึกคัก ที่ถูกจับตามากที่สุดคือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล มาปรากฏตัวก่อนขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้กลับมาอีกครั้งอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย ยังมีเรื่องที่เรายังค้างคาอยู่ ยังทำไม่จบ การเลือกตั้งยากทุกครั้ง แต่จุดเด่นเราคือทำงานเป็นทีมตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ จะได้เห็น “ธร-ทิม-เท้ง-ต๋อม” หรือ 4T ร่วมกันทำให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลให้ได้ ส่วนการดึงคะแนนช่วงโค้งสุดท้ายปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายณัฐพงษ์ ตนเพียงมาเป็นผู้ช่วย ตั้งใจสื่อสารกับคน 25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 10 ล้านคน ที่ปกติแล้วไม่ออกมาใช้สิทธิ เราต้องปลุกให้ออกมาให้ได้ เพราะคุณไอซ์ (น.ส.รักชนก ศรีนอก) ก็ได้ล่อไปแล้ว 24 ล้านคนจากประกันสังคม เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำให้เห็นว่าการออกมาเลือกตั้งมีประโยชน์ ส่วนกระแสชาตินิยมกับวาทกรรมทหารมีไว้ทำไม มีการอธิบายไปหลายครั้งมากแล้ว จุดยืนของเราปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย มีสิทธิมนุษยชน ไม่มีคอร์รัปชัน เป็นสิ่งที่ทหารมืออาชีพจำนวนมากเข้าใจลั่นชนะให้ขาดอันดับ 2 ไม่กล้าแข่งต่อมานายพิธาขึ้นกล่าวเปิดเวทีปราศรัยว่า “พิธา” กลับมาแล้ว กลับมาเพราะเหตุผลเดียว คือการชักชวนประชาชนเลือกพรรค ปชน. ส่งนายกฯเท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล แม้วันนี้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไป แต่ตัดความคิดถึงที่มีต่อประชาชนไม่ได้ ครั้งที่แล้วประชาชนกว่า 40% เทคะแนนให้กับพรรคก้าวไกล 14 ล้านเสียง มาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่ยอมให้บริหารเพื่อประชาชน ครั้งนี้ต้องไม่ยอมอีกต่อไป วิธีการเดียวจะทำแบบนั้นได้ต้องชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม ต้องชนะให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ย้ำว่าเลือกพรรค ปชน.ให้ขาดต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ให้สมศักดิ์ศรี รวมทั้งต้องชนะให้ยาวจนนายกฯเท้ง 2 สมัย 8 ปี จนตน และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรค ก.ก. กลับมาพอดี และยาวจนลูกสาวสามารถเลือกตนกลับมาได้ฟุ้งแป๊บๆ “ธร—ป๊อก—ทิม—ต๋อม” ฟูลทีมนายพิธากล่าวย้ำว่า คนอย่างตนนั้นอยู่เป็น เย็นพอ รอได้ ตอนนี้โลกคือเวทีของตนไม่ใช่ที่นี่ ปล่อยให้นายกฯเท้ง 2 สมัยเต็มๆไปเลย งานยากอันนี้ต้องให้น้องชายทำ ส่วนอีก 8 ปีที่จะเพิ่มมาอีก 8 ล้านเสียง อันนั้นงานง่าย เดี๋ยวทำเอง พร้อมตั้งคำถามว่าไม่รู้จะมีการเหนี่ยวรั้งอนาคตไว้ทำไมเพราะ 10 ปีก็แป๊บเดียว เดี๋ยวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล คนอนาคตใหม่กลับมา และสมัยที่ 2 ของนายกฯเท้ง พิธาและชัยธวัช ก้าวไกลกลับมา แบบฟูลทีมแน่นอน ประชาชนกว่า 25% ของจำนวน 50 ล้านคนในประเทศ จะไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ จึงอยากสื่อสารไปว่า เข้าใจดีว่าการใช้สิทธิใช้เสียงมีต้นทุน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญกว่าครั้งไหน เพราะไม่มี สว.แล้ว คน 25% เท่ากับ 12 ล้านคน ที่ไม่เคยเลือกตั้งครั้งไหนมาก่อน แต่ครั้งนี้ควรเป็นครั้งแรก“ช่อ” ผุด “สัญญาสามย่าน” สู่อนาคตน.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน.ปราศรัยว่า วันนี้ขนาดพรรค ปชน.อยู่อันดับหนึ่งในทุกโพล แต่กูรูการเมืองเขาไม่เชื่อว่าพรรคส้มจะได้เป็นรัฐบาล กูรูการเมืองเหล่านี้ไม่ใช่ไม่แม่น แต่เขาเชื่อว่าเงิน อำนาจรัฐ กลไกเก่า มีอำนาจขัดขวางการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ แต่พวกเราไม่ได้เชื่อแบบนั้น ถ้าเสียงของประชาชนเปล่งออกมาพร้อมกัน และดังพอ เราเชื่อว่าจะผลักดันประเทศนี้ไปข้างหน้าได้ จากวันนี้เป็นต้นไปหัวคะแนนธรรมชาติจะทำงานหนักมากกว่าเดินไปบอกทุกบ้าน ทำตัวเป็นสแปมทุกที่ จงลุกขึ้นมาทำมัน นี่คือภารกิจร่วมกัน ทำสัญญาประชาคมร่วมกัน ชื่อสัญญาสามย่าน เพื่อให้เสียงของคนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ จุดเทียนส่องสว่างให้กับประเทศที่มืดมิดมานานหลายสิบปี เดินไปสู่อนาคตที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ“ยศชนัน” ยกทัพตีงูเห่า “ไชยา”ช่วงเช้าที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร (ตลาดสดเทศบาล) อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู เขต 2 พื้นที่เดิมของนายไชยา พรหมา ที่ย้ายไปลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม (กธ.) นายยศชนันได้สักการะศาลพระพรหมหน้าตลาด และเดินทักทายชาวบ้านที่นำดอกไม้และพวงมาลัยที่ทำจากผักสดมารอต้อนรับ ชาวบ้านส่วนหนึ่งบอกว่าไม่ว่าใครไม่สน ขอแค่เป็นพรรค พท. นายยศชนันพูดปราศรัยขอเหมาทั้ง 3 เขตอีกครั้ง ขอหนองบัวลำภูสีแดงทั้งแผ่นดิน และขอพรรค พท.เข้าไปทำงานเป็นนายกฯของชาวหนองบัวลำภู จากนั้นนายยศชนันและคณะนั่งรถสามล้อพ่วงข้าง มาที่ตลาดณัฐพงษ์ (ชูเดช) มีคุณยายคนหนึ่งบอกว่า “รักเพื่อไทย หัวใจสีแดงด้วย เศรษฐกิจจับต้องได้ต้องเพื่อไทยเท่านั้น”ลั่นไม่ท้อนายกฯโดนปลดปีละคนต่อมานายยศชนันเดินทางต่อมายังโรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ หาเสียงช่วย น.ส.วิเมลือง แก้วศิริ ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 6 บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนมอบพวงมาลัยเป็นมะเขือเทศ ข้าวแต๋น หมูแดดเดียว ชุดผักสด กล้วยฉาบ นายยศชนันปราศรัยว่า เราสู้มาตลอด พร้อมเปลี่ยนความหวังและความฝันของคนชัยภูมิให้เป็นจริง เรามีหลายนโยบายหารายได้ เข้าประเทศ หลายคนคิดว่าเราทำไม่ได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงศึกษามาเรียบร้อยแล้ว ทำได้แน่ ครั้งที่แล้วพอไม่ได้เข้าไปทั้งทีมไม่สามารถผลักดันนโยบายให้รวดเร็วได้ 1 ปี ถูกปลด 1 คน อีกปีเข้ามาก็ถูกปลดไปอีก 1 คน แต่เราไม่ย่อท้อเตรียมทุกอย่างไว้หมด จากนั้นนายยศชนันเดินทางมาที่ อ.แก้งคร้อ หาเสียงช่วยนายจอมจักรภพ วัชระจินดาวัฒนะ ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 7ระทึกลมพัดเต็นท์ถล่มขณะปราศรัยจากนั้นนายศชนัน และคณะเดินทางต่อมาที่ตลาดบ้านหัน ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย น.ส.วิภาณี ภูคำวงศ์ ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 8 หาเสียง ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุชุลมุน เมื่อมีลมพัดเต็นท์ถล่มขณะชาวบ้านกำลังนั่งฟังนายยศชนันปราศรัย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ กระทั่งเวลา 15.55 น. นายยศชนันเดินทางมายังสนามกีฬา อบต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ช่วยทีมผู้สมัคร สส.มหาสารคาม ทั้ง 6 เขตหาเสียง บรรยากาศคึกคัก ประชาชนเข้ามารุมกอด หอมแก้ม ขอถ่ายเซลฟี่ คล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง และพวงมาลัยมันแกว นายยศชนันปราศรัยย้ำถึงนโยบายของพรรค พร้อมกล่าวว่า เอาเบอร์ 9 เข้าไปอย่างเดียว การที่เรามีเสถียรภาพในสภาฯ จะทำนโยบายต่างๆให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ ครั้งที่แล้วเมื่อไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้เราทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ วันนี้มาตอกย้ำเพราะมหาสารคามมีบุญคุณมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยแล้ว ไม่มีที่นี่ก็ไม่มีพวกเรา วันนี้ตนห้อยมันแกว แน่นอนไม่ควรเก็บไว้แค่ที่มหาสารคาม แต่ต้องไประดับโลก ด้วยนักวิทยาศาสตร์คนนี้ไปไกลแน่นอน การมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ“อิ๊งค์” เดินสายช่วยผู้สมัครเชียงใหม่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ น้ำพุร้อนสันแพง ช่วยนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 3 หาเสียง จากนั้นช่วงเย็น น.ส. แพทองธารมาเดินถนนคนเดินประตูท่าแพ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเชียงใหม่ ช่วยผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทยหาเสียง“จุลพันธ์” นำทีมเยือนถิ่นบุรีรัมย์ที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยทีม ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขต นายจุลพันธ์กล่าวว่า วันที่ 8 ก.พ. ชาวบุรีรัมย์จะตัดสินชะตาประเทศด้วยมือคนบุรีรัมย์ เดินหน้าไปกับพรรคเพื่อไทย วันที่ 26 ม.ค.เป็นครั้งแรกที่นายยศชนันมาเยือนบุรีรัมย์ ว่าที่ผู้นำประเทศจะพาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าประเทศด้วยหลักวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม มาพัฒนาประเทศ ขอโอกาสชาวบุรีรัมย์ เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัด เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายืนยันพรรคเพื่อไทยสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยไทย สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการคืนความปกติให้พื้นที่โดยเร็วโอ่ลงทุนพันล้านได้คืนแสนล้านนายจุลพันธ์ยังโพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนว่า ไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่คือการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศระยะยาว มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่านโยบายนี้ใช้จ่ายสิ้นเปลือง แต่ความจริงคือกลยุทธ์เพิ่มรายได้รัฐอย่างเป็นระบบ ดึงประชาชนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ระบบภาษี เมื่อประชาชนเรียกหาใบเสร็จเพื่อลุ้นรางวัล ฐานภาษีก็ขยายตัวทันที รัฐมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ นี่ไม่ใช่การแจกฟรี แต่คือการลงทุนให้ระบบการเงินและการคลังประเทศเข้ารูปเข้ารอย ไม่ใช่ความคิดลอยๆ มีแนวทางพิสูจน์ได้ผลจริงในหลายประเทศ เช่น บราซิล เก็บภาษีเพิ่มได้ 8-9% ไต้หวันโมเดลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จสูง เพิ่มรายได้ภาษี 20% ปัจจุบันฐานภาษีมูลค่าเพิ่มไทยอยู่ที่ 8-9 แสนล้านบาท หากเพิ่มการจัดเก็บได้ระดับเดียวกับไต้หวันคือ 20% จะมีรายได้เพิ่มเกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ต้นทุนเงินรางวัลอยู่ที่ 3 พันล้านบาท ต้นทุน 3.3% แลกรายได้หลักแสนล้าน ลงทุนพันล้านแต่มีโอกาสได้คืนหลักแสนล้านแจงเป็นการลงทุนไม่ใช่ประชานิยมนายจุลพันธ์ระบุต่อว่า หากนโยบายนี้ช่วยเพิ่มรายได้รัฐ 1-2 แสนล้านบาท นำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการ บริการสาธารณะได้มหาศาล สิ่งที่รัฐจะได้ไม่ใช่แค่เงินภาษี แต่คือข้อมูลเศรษฐกิจ Real-time ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ข้อมูลระดับจุลภาค ตลาดใดขายอะไร รู้ว่าพื้นที่ใดมีความหนาแน่นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นำ AI มาวิเคราะห์นโยบายและสวัสดิการได้ตรงจุด จากเดิมที่ต้องคาดเดา หว่านแห เปลี่ยนเป็นการตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง ที่สำคัญสุดคือดึงเศรษฐกิจนอกระบบ 9 ล้านล้านบาท ขึ้นมาบนดิน นโยบายนี้เลือกใช้ความหวังเป็นเศรษฐีเงินล้าน เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนและผู้ประกอบการ สมัครใจเข้าสู่ระบบเอง ผลลัพธ์คือประชาชนได้ลุ้นรางวัล รัฐได้ฐานภาษีใหม่ ประเทศได้ Big Data เพื่อการบริหารที่แม่นยำ Win—Win ทุกฝ่าย เลิกปั่นวาทกรรมล็อกผลแบบไร้หลักฐาน ระบบสุ่มถูกออกแบบมาให้ตรวจสอบได้ สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการใช้งบแบบเดิมที่หว่านแห รั่วไหลมหาศาล ควรมองเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลประเทศ“เต้น” แฉพิรุธคดีฮั้ว สว.อุ้มตัวใหญ่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สว.ชุดนี้คือผลพวงรัฐธรรมนูญปี 2560 มีเจตนาชัดเจนสกัดกั้นพรรคเพื่อไทย กำหนดให้ สว.มาจากการเลือกกันเองเพื่อไปรวมกับ สส.เลือกนายกรัฐมนตรี กระบวนการเลือกเต็มไปด้วยการฮั้ว เป็นขบวนการ นำไปสู่การสอบสวนโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีผู้ถูกกล่าวหาถึง 1,200 คน แต่เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2569 อัยการคดีพิเศษทำหนังสือส่งสำนวนกลับไปยังดีเอสไอ เนื่องจากพบความผิดปกติร้ายแรงในสำนวนคดีฮั้ว สว. คือการเลือกปฏิบัติ สั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 คน จาก 1,200 คน กันตัวการใหญ่และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลออกจากการเป็นจำเลยทั้งหมด และสำนวนคดีไม่สมบูรณ์ ตั้งข้อหาฟอกเงินโดยที่ยังทำคดีหลัก คือคดีฮั้วและอั้งยี่ซ่องโจรไม่เสร็จ ตามกฎหมายต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่แยกขายปลีก ตัวใหญ่รอด ผ่านมา 1 สัปดาห์เรื่องยังเงียบกริบ ใครจงใจปิดเรื่องนี้ ขอถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานเรื่องนี้จากกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าสำนวนคดีอ่อน มีเจตนากันตัวใหญ่ออก กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ใครผิดต้องรับโทษสูงสุด“เสี่ยหนู” อ้อนปักธงหนองบัวลำภูที่ศาลสมเด็จพระนเรศวร อ.เมืองหนองบัวลำภู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคฯ และคณะ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยทีมผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู คือ นายสุวัฒน์ มนตรี ผู้สมัครเขต 1 นางชญาน์นันท์ พิมพ์กิรติ ผู้สมัครเขต 2 และนายอาณัติ ชินทะวัน ผู้สมัครเขต 3 หาเสียง โดยนายอนุทินได้เข้าสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวร มีประชาชนมอบหมวกสานจากใบจาก และนำผ้าขาวม้าผูกเอวนายอนุทิน บางคนตะโกนว่า “นายกฯในดวงใจอนุทิน ชาญวีรกูล” นายอนุทินกล่าวว่า มาดูว่าผู้สมัครของพรรคขยันขันแข็ง เข้าถึงประชาชนหรือไม่ จังหวัดนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นที่โยกย้ายข้าราชการที่มีปัญหา อีกหน่อยข้าราชการจะต้องแย่งกันมาอยู่หนองบัวลำภู สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ต้องกังวลความมั่นคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันยังไม่เปิดด่านในขณะนี้ “ผมเป็นนายกฯที่ไม่มีรูปแบบ ขอให้เลือกอนุทิน ติดดิน กินง่าย ขอให้ลองของใหม่ ที่ผ่านมาชาวหนองบัวลำภูยังไม่เคยมีผู้แทนจากพรรคภูมิใจไทย”ผวาเดินตลาดแม่ค้าส่งลูกท้อให้ชิมต่อมานายอนุทินเดินทางมาที่ตลาดห้วยเดื่อ มีการทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ชิมมะขามหวาน ข้าวจี่ ลูกกระบก พร้อมอุดหนุนซื้อเดินถือถุงกินไปตลอดทาง บอกว่าอร่อยมากเพิ่งเคยกินครั้งแรก ขณะเดียวกันมีแม่ค้าร้านหนึ่งมอบลูกท้อให้ แต่นายอนุทินไม่รับ บอกว่า “ลูกท้อไม่เอาสิ ยังไม่ท้อ” ระหว่างเดินตลาดมีแม่ค้าสอบถามว่าจะได้เงินหมื่นหรือไม่ นายอนุทินตอบกลับว่าได้คนละครึ่ง จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ที่ จ.หนองบัวลำภู เราส่งผู้สมัครทั้ง 3 เขต ต้องทำให้พ้นจากสภาพเมืองรองเป็นเมืองน่าเที่ยว ถ้ามาอุดรธานี ขอนแก่น แล้วต้องมาหนองบัวลำภู ก่อนนำคณะเดินทางต่อไปยัง จ.หนองคายช่วยทีมผู้สมัคร สส.หนองคายหาเสียง นายอนุทินถือโอกาสเข้ากราบสักการะหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวหนองคายนับถือเย้ย พท.แจกเงินล้านโปะออนท็อปนายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ของพรรคเพื่อไทยว่า แตกต่างกับนโยบายคนละครึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น มีเงินหมุนเวียนในตลาด กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้แจกเงินประชาชน แตกต่างกันชัดเจน นโยบายเงินหมื่นไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำไม่จบ ไม่สามารถประเมินได้ แต่นโยบายคนละครึ่งแทบไม่ต้องประเมินเชิงวิชาการ รับรู้ความพอใจของประชาชนว่าต้องการแค่ครึ่งๆก็แฮปปี้แล้ว การแจกเงินประชาชนเยอะๆ เรื่องงบประมาณต้องมีความชัดเจนพอ ต้องเตรียมแผน ไม่ใช่นโยบายรายวัน เห็นคู่แข่งทำนโยบายอะไรแล้วจะไปโปะออนท็อป คงไม่ใช่ การให้เงินเปล่าๆกับประชาชนต้องทั่วถึง การแจกคนละ 1 ล้านบาท วันละ 9 คน ถามว่า 9 คนคือใคร ไม่อยากก้าวล่วงนโยบายพรรคอื่น สมมติวันละ 9 คน วันละ 9 ล้านบาท คงดูว่ายอดเงิน 3 พันล้านบาทไม่ได้เยอะมาก แต่คนไทยมี 70 ล้านคน ต้องใช้เวลาเกือบ 2 หมื่นปีประชาชนจะได้ครบ“เอกนิติ”เดินช่วยผู้สมัครหาเสียงขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำพรรคลงพื้นที่ตลาดสามย่าน ต่อด้วยแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. หาเสียง นายเอกนิติกล่าวว่า กระแสตอบรับค่อนข้างดี ทุกคนให้ความไว้วางใจเชื่อมั่นนโยบายเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส“ลุงป้อม” สวมบท “นักชิม” ร้านเด็ดวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สวมบท “นักชิม” พาเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 เดินทางไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดัง “นาย ต.” (วัชรพล) โดย พล.อ.ประวิตร ได้เรียก ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 12 และทีมงานหาเสียงมาร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเติมพลังและสร้างขวัญกำลังใจก่อนลงพื้นที่หาเสียงต่อ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่าย ระหว่างพูดคุย พล.อ.ประวิตรได้สอบถามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พร้อมกำชับผู้สมัครให้ใกล้ชิดประชาชน รับฟังปัญหา และนำไปหาแนวทางแก้ไข ก่อนเดินทางกลับเจ้าของร้านและประชาชนได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมสอบถามถึงโอกาสกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง ซึ่ง พล.อ.ประวิตรตอบด้วยอารมณ์ดีว่า ขอวางไว้เบื้องหลัง และหันมาเป็น “นักชิม” เต็มตัว ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้รีวิวในสไตล์นักชิมหน้าใหม่ โดยกล่าวว่า “ก๋วยเตี๋ยว นาย ต. วัชรพล เพิ่งมาครั้งแรก แนะนำให้มาหลายคน สั่งหม้อไฟ เนื้อเปื่อย เนื้อกรอบ ลูกชิ้นครบ ก๋วยเตี๋ยวต้องกินที่ร้าน ถึงจะเด็ด”“มาร์ค” ชิวโพลชี้อยู่อันดับกลางๆที่ตลาดมีนบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ นำทีมลงพื้นที่ช่วย น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 หาเสียง ได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้า และผู้มาจับจ่ายใช้สอยตลอดทาง มารุมล้อมจับไม้จับมือขอกอด และถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนมาใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ. เป็นโอกาสแห่งการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหม่ ให้ประเทศกลับมาสุจริตไม่มีทุจริตคอร์รัปชัน วางรากฐานให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อถามว่าจากผลสำรวจนิด้าโพล ประชาธิปัตย์อยู่ในลำดับที่ 5 ของ จ.สมุทรปราการ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า แต่ละจังหวัดย่อมมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และแต่ละพรรคมีฐานเสียงเดิมอยู่แล้ว ประชาธิปัตย์จะปฏิบัติงานเพื่อคนไทยทั้งประเทศต่อเนื่อง“สุดารัตน์” ขอเสียง “ชาวสันติอโศก” ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เดินทางมาที่ชุมชนสันติอโศกและย่านตลาดสัมมากร พบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ขายได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราตั้งใจอาสาเข้ามาบริหารงบประมาณด้วยความสุจริต แก้ไขการทุจริตคอร์รัปชัน และช่วยเหลือคนตัวเล็กที่กำลังเผชิญกับวิกฤติรายได้ไม่พอกับรายจ่าย และหนี้สินที่ท่วมท้นให้ลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน พรรคนำเสนอนโยบายดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัยเริ่มต้นด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยผ่านคูปองสร้างเด็กไทย ต่อเนื่องไปถึงด้านการศึกษาที่เน้นนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีโดยไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ. อีกต่อไป พร้อมปรับปรุงหลักสูตรการเรียนให้กระชับลดเวลาเรียนลง 3-4 ปี เพื่อให้เยาวชนสามารถเรียนจบและเริ่มประกอบอาชีพได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่“ดร.เอ้–คุณหญิงกัลยา” ตะลุยน่านที่ จ.น่าน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกฯ และคณะ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.น่าน เขต 1 และเขต 3 รวมถึงผู้สมัคร สส.ภาคเหนือของพรรค ทั้งหมดร่วมไหว้ศาลหลักเมืองน่าน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดน่าน พร้อมเสี่ยงเซียมซี ขอพรให้ได้รับชัยชนะ นายสุชัชวีร์กล่าวว่า เราตั้งใจจริงในการช่วยแก้ไขปัญหาพลิกให้น่านเป็นเมืองปลอดภัยพิบัติ ช่วงโค้งสุดท้ายพรรคเตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ทั้งในภาคใต้ ภาคกลาง และ กทม. ขอโอกาสให้คนรุ่นใหม่ คนใหม่ได้เข้ามาพัฒนาแก้ไข หากเลือกสิ่งเดิมก็ได้คนเก่า ประเทศจะถดถอยยิ่งกว่าเดิม ประเทศไทยจะเอาของเก่ามาทำใหม่ไม่ได้แล้ว ขอย้ำว่าพรรคจะรับผิดชอบต่อนโยบายทุกอย่าง เราไม่ได้ขายฝัน มองนโยบายแจกเงิน 9 ล้านบาท 9 คนต่อวันของพรรคเพื่อไทยอย่างไร นายสุชัชวีร์ตอบว่า การทำนโยบายต้องคิดให้รอบคอบ ที่ประเทศไทยถดถอยมาทุกวันนี้ เพราะใช้นโยบายประชานิยม ถ้ามันดีจริงประเทศไทยคงเป็นประเทศพัฒนาไปนานแล้ว แต่วันนี้เรากำลังจะแพ้เวียดนาม ไม่อยากให้ส่งสัญญาณผิดๆกับประชาชน“ไอซ์” โชว์หมาย “ผู้กอง” ฟ้องหมิ่นฯด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพหมายศาลลงบนเฟซบุ๊กพร้อมระบุว่า “รับหมายศาลจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท นัดไต่สวนมูลฟ้องที่ศาลพะเยา 13.00 น.พรุ่งนี้ จะได้เจอคุณธรรมนัสไหมนะ อยากถามอะ ไหนบอกนักเลง ฟ้องนักการเมืองไม่ว่าแต่เที่ยวฟ้องประชาชนคนธรรมดาด้วย คนที่เสนอตัวมารับใช้ประชาชน ได้อำนาจได้ความไว้วางใจมา อำนาจนั้นเค้ามีไว้ให้ใช้เพื่อยืนเคียงข้างประชาชน ไม่ได้มีไว้ใช้ทำอะไรแบบนี้ แล้วข้อความแค่นี้เรียกร้อยล้านเลยหรอ ไหนบอกใจนักเลง ชาวพะเยาพรุ่งนี้ได้เจอกัน ถึงเปลี่ยนไม่ได้ แต่ทำให้หนาวได้แน่นอน อย่ามั่นใจอะไรมาก คนพะเยาอยากเปลี่ยนเยอะ”กกต.ตรวจใช้สิทธินอกราชอาณาจักรที่สหรัฐอเมริกา นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ยังคงปฏิบัติภารกิจตรวจติดตามการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการประชุมออนไลน์หารือร่วมกับนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ แคนาดา เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง อาจมีอุปสรรคบางประการ รวมทั้งสังเกตการณ์การคัดแยกซองใส่บัตรเลือกตั้ง และซองใส่บัตรออกเสียงประชามติ ที่ได้รับคืนจากผู้ใช้สิทธิ ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสรับผิดชอบพื้นที่ 13 รัฐ ปรากฏมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิสูงที่สุดในสหรัฐฯคนปากน้ำหนุน “เท้ง” เป็นนายกฯอีกเรื่อง นิด้าโพลเปิดผลสำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวนทั้งสิ้น 1,067 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนสมุทรปราการ” ระหว่างวันที่ 15-19 ม.ค. พบว่า บุคคลที่คนสมุทรปราการจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ร้อยละ 31.96 เป็นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 20.15 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 16.31 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ร้อยละ 9.00 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และร้อยละ 6.09 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สำหรับพรรคการเมืองที่คนสมุทรปราการมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบเขตพบว่า ร้อยละ 42.46 เป็นพรรคประชาชน ร้อยละ 18.18 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 14.62 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 7.69 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 6.09 พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคการเมืองที่มีแนวโน้มในการเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อ ร้อยละ 41.71 ระบุว่าพรรคประชาชน ร้อยละ 19.12 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.96 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 8.05 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 6.00 พรรคประชาธิปัตย์ตรงกับสวนดุสิตโพลสำรวจทั่ว ปท.ส่วนสวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 2,269 คน เรื่อง “คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569” ระหว่างวันที่ 20-23 ม.ค. โดยร้อยละ 53.15 ระบุว่า เคยอ่าน/ศึกษารัฐธรรมนูญ 2560 บางส่วน มีร้อยละ 47.82 คิดว่าตนเองเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 เล็กน้อย ทั้งนี้ร้อยละ 37.99 มองว่าข้อดีของรัฐธรรมนูญ 2560 คือมีกลไกตรวจสอบนักการเมืองเข้มแข็ง แต่มีข้อจำกัดคือเปิดช่องให้กลไกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจสูง เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 พบว่า ร้อยละ 33.14 จะเลือกพรรคประชาชน รองลงมา ร้อยละ 20.76 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.57 พรรคภูมิใจไทย ด้าน สส.เขต ร้อยละ 31.16 จะเลือกสังกัดพรรคประชาชน รองลงมาร้อยละ 21.20 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 18.11 พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 33.80 อยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่