ขอให้แจ้งมา “โจรย่อมทิ้งร่องรอย” ประกาศตีธงตามล่าโจรโกงเมืองกันแล้ว ในบทถนัดของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” รอบล่าสุดก็สะท้อนว่าผู้นำเอาจริงกับปัญหาหมักหมม ฉุดรั้งประเทศ ในยุคโกงเรื้อรังสั่งสมระบาดไปทุกหย่อมหญ้าก็ว่าได้ เพียงแต่ว่า ถ้าบทนี้ของนายกฯไม่ใช่ “ซีนซ้ำซาก” ที่คนไทยเห็นมาทุกยุคทุกสมัย รัฐบาลไหนๆก็เป็นแบบนี้ แม้กระทั่งยุคท็อปบูตครองเมือง รัฐบาล คสช.อยู่ในอำนาจต่อเนื่องกว่า 10 ปีผู้นำคนดีในดวงใจของใครหลายๆคน รวมทั้งเป็นไอดอลของ “อนุทิน” ก็เคยเล่นบทนี้ แต่ก็บ้อท่าทำไม่เข้าเป้ารอบนี้นายกฯที่ประกาศเดินตามลุง รับไม้เล่นซีนโชว์บ้างในห้วงสภาพการณ์ที่ชาวบ้านรับรู้ข้อมูลวันนี้ ทั้งเรื่องสินบน การวิ่งเต้นโครงการ จ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา เงินใต้โต๊ะ รับส่วยสินบน มีตั้งแต่ในระดับล่างกลไกรัฐ ไปจนถึงผู้บริหารส่วนราชการระดับสูง จนถึงระดับบน ฝ่ายนโยบายคนในรัฐบาลกำลังถูกจับตา ในประเด็นเรื่องฮั้วประมูลโครงการ จัดอภิมหาโปรเจกต์ งาบคำโต ไปจนกระทั่งการไล่ทุบแหลก ตีเมืองขึ้น ออกนโยบายที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อพวกพ้องและครอบครัวหนำซ้ำแค่เริ่มต้นรัฐบาลก็มีข่าวพาดพิงเครือข่ายผู้มีอำนาจ กั๊กน้ำมัน โกยกำไรถอนทุนจนผู้คนเริ่มระแวง ทางหนึ่งก็หว่านโปรยอัดฉีดปิดปากชาวบ้าน อีกทางก็จ้องคำโตมากกว่าที่ประชาชนได้รับเรื่องจำพวกนี้ “นายกฯอนุทิน” ก็รับรู้ ถึงขั้นเอ่ยปากว่าแค่ติดตามข่าวสารและพบเจอเองก็รู้ว่าปัญหาโกงมีอยู่ในบ้านนี้เมืองนี้ เพียงแต่ไม่อยากให้เน้นแค่เรื่อง “ความรู้สึก”แต่ต้องแจ้งข้อมูลให้ชัด ที่สำคัญต้องปิดรูโหว่อุดช่องว่างไม่ให้มีการโกงอย่างจริงจัง กวาดล้างต้านโกงทุกมิติ โดยเฉพาะที่มอบหมายรองนายกฯ “บริกรกฎหมาย” ให้ไปศึกษาพิจารณากฎเกณฑ์กติกาแก้ปัญหานี้กองเชียร์เลยมีความหวังคิวล้างโกงในประเทศ ขณะที่คนที่ไม่ปลื้มปริ่มรัฐบาลก็ยังให้โอกาสรอพิสูจน์น้ำยา ภารกิจยากของนายกฯผู้ขยันโชว์แก้โกงสำเร็จได้ในยุคนี้ มีแห่ฉลองกันทั้งเมืองทั้งหมดทั้งปวง รายการนี้จะถือเป็นไฟต์บังคับที่ “อนุทิน” ต้องเล่นก็ไม่ผิด เพราะขืนเมินเฉย โบ้ยบ้ายไม่รับรู้เสียงที่โวยกระหึ่มเมือง ทนไม่ไหวแล้วกับเรื่องโกงในหน่วยงานราชการที่ภาคเอกชนเหลือทนเปิดข้อมูลประจานหากมีทีท่าต่อล้อต่อเถียง ชวนทะเลาะกับนักข่าวแบบรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่บางราย ไม่พอใจคำถาม “โกง” ในหน่วยงานรับผิดชอบ ถึงขั้นบริภาษเชิงขู่ “รู้จักกูน้อยไป”มีซีนเฮี้ยวแบบนี้บ่อยๆ รัฐบาลพังก่อนเวลาแน่ที่สำคัญ หากปล่อยโกงระบาด ทุจริตเรื้อรังต่อไป แน่นอนจะฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ และกระตุกขารัฐบาลให้เดินหน้าต่อไปได้ยาก เพราะตั้งแต่จุดเริ่มต้นก็โดนจับตาต่อเนื่องตั้งแต่ปมกั๊กโกงโกยราคาน้ำมันเป็นต้นมา รัฐบาล น.หนู และที่ปรึกษาใหญ่ น.เนวิน ชิดชอบ จะคิดอ่านเปิดโปรเจกต์ใด ถูกจับตาด้วยความหวาดระแวงไปหมด ตั้งแต่แค่แอะถึงโครงการดิสนีย์แลนด์ เปิดไต๋โปรเจกต์แลนด์บริดจ์ จัดซื้อปุ๋ย แผนกู้เงินลอตตีเช็คเปล่า อุ้มแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ฯลฯนอกจากเงินกู้หนุนคิวอัดฉีดไทยช่วยไทยพลัสที่ไม่โดนสกัด นอกนั้นพับแผนยื้อเวลาเกือบหมดแม้กระทั่งที่พยายามรื้อโครงสร้างปิดช่องโกงกอบโกยทุกมิติในเรื่องพลังงาน เร่งแผนปรับโครงสร้าง รื้อโละทั้งระบบ ล่าสุดรายการทุบโรงกลั่นขี้ฉ้อ กั๊กน้ำมันฟันกำไรบานเบอะ ลุยแบบจริงจังขึงขังเข้มข้นก็ไม่วายมีคนสงสัยคิวเคาะกะลา ล่าขุมทรัพย์ ตีเมืองขึ้นภาพรวมแผนรื้อโครงสร้างด้านพลังงานก็ยังถูกมองพร้อมตั้งคำถาม ทุบเจ้าเก่าไปเข้าทางรายใดกลุ่มทุนไหนจะอิ่มอ้วน เฟื่องฟูยุคสีน้ำเงินผงาดฉะนั้นจึงเป็นเวลาที่รัฐบาล “อนุทิน” นอกจากต้องเร่งฟื้นบ้านเมือง ยังต้องเร่งกระตุกความน่าเชื่อถือเพราะคำว่า “ศรัทธา” วูบไหวได้ตามพฤติกรรมที่ประจักษ์แต้มจะฟื้นได้ ต้องพิสูจน์ชัดโดยการกระทำแค่เก่งปากเก่งพูด คงไม่ช่วยฟื้นเครดิตที่วูบตกไปทุกที.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม