ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ยิ่งใกล้วันกาบัตรเลือกตั้ง บรรยากาศการ เมืองก็คึกคักขึ้น อย่างชัดเจนทั้งระบบ เนื่องจากจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทุกองคาพยพจึงต้องรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่แน่นอนมีอยู่ 2 ประการ1.ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ (จะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่) ก็ตาม2.ได้รัฐบาลชุดใหม่ นโยบายใหม่และวิถีทางใหม่อยู่ที่ว่าจะดีหรือไม่ดีเท่านั้นหากดีก็จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นหากไม่ดีก็ต้องโทษตัวเองที่ไปเลือกเข้ามามันก็เป็นอย่างนี้แหละ...แต่ที่แน่ๆ การเลือกตั้งทุกครั้งจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนกว่ารูปแบบหรือที่คิดค้นกันขึ้นมา เนื่องจากเงินหมุน เวียนจริงๆมีการจ่ายจริง ใช้จริงเพียงแต่ซ่อนเร้นอำพรางกันบ้าง!ยิ่งการต่อสู้เข้มข้นเท่าใด วงเงินที่จะกระจายออกไปก็จะมาเป็นเท่าตัว ปีนี้พรรคการเมืองใหญ่ที่ส่งผู้สมัครมากเพื่อหวังเข้ามาเป็นรัฐบาลคุมอำนาจรัฐก็ต้องจ่ายมากเป็นเรื่องปกติวงเงินที่จะไหลเข้าสู่ตลาดเป็นแสนล้านบาทแน่ บวกลบคูณหารจากแต่ละพรรคแล้วก็ดีที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นที่น่าจับตาก็คือการบริหารจัดการของพรรคการเมืองที่จะได้เป็นรัฐบาล โดย เฉพาะพวก “บ้านใหญ่” ที่แห่เข้าไปสังกัดพรรคนั้น“ภูมิใจไทย” นั่นแหละ...ที่บรรดา “บ้านใหญ่” หนีความพ่ายแพ้เข้าไปสังกัด หลังจากถูกพรรคคนรุ่นใหม่เขี่ยสอบตกกันระนาวเมื่อครั้งเลือกตั้งที่ผ่านมาหากสู้แบบเก่าก็พ่ายคารังอีกแน่จึงต้องหาวิธีการใหม่นั่นคือ รวมกันสู้แยกหมู่เราตาย...ทำนองนั้นแต่การไปสังกัดพรรคไหนก็ต้องดูทิศทางลมว่า นำพาพรรคก้าวไปสู่ความนิยมแค่ไหน มีสิทธิได้เป็นรัฐบาลหรือไม่อันเป็นหัวใจสำคัญไม่ต่างไปจากสอบได้สอบตกไปที่ไหนไปด้วย แต่ต้องชนะและได้เป็นรัฐบาลต้องท่องให้ได้ขึ้นใจ!ประเด็นที่ต้องจับตามองต่อไปก็คือ พรรคการเมืองที่เป็นฐานให้นั้น มีความสามารถแค่ไหน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตามมาไม่ใช่ชนะเลือกตั้งแต่มาแพ้ภัยตัวเองบรรดา “บ้านใหญ่” แต่ละก๊วนนั้นถือว่าเขี้ยวลากดินทั้งนั้น ครบเครื่องทุกอย่าง อำนาจ บารมี กระสุน พรรคพวกต่างก็ต้องการเข้าไปบริหารอำนาจกันทั้งนั้นการจัดการจึงไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้คนและกลยุทธ์ที่แยบยลเพื่อให้เกิดการยอมรับและไม่ทะเลาะกันจนนำไปสู่การแตกหักและแตกแยกของพรรคการจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องไม่มีพรรค การเมืองมากเกินไปเพราะโควตารัฐมนตรีมีจำกัด จึงต้องจัดการเพื่อให้เกิดความพอใจของทุกฝ่ายดูแล้วแต่ละคนหาใช่ว่าจะยอมกันง่ายๆที่สำคัญคือแม้เขาจะไม่เป็นเอง แต่ยังมีทายาทคนรุ่นใหม่เรียงแถวอยู่ก็ต้องอาศัยกติกา “คุณภาพ” เป็นตัวชี้ขาด!ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม