โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569 เหลือเวลาอีก 15 วัน ก็ถึงวันหย่อนบัตร 8 ก.พ.บรรยากาศหาเสียงทวีความเข้มข้นดุดัน เดิมพันเกมชิงอำนาจสำคัญของทุกค่ายการเมือง ต้องเร่งกวาดคะแนนเสียงตามยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าไว้กระแส-กระสุน ยิงสู้กันอุตลุด ฟาดฟันรุนแรงกว่าทุกครั้งอย่างที่สื่อนำไปพาดหัวครึกโครม เรตซื้อเสียงเลือกตั้งเมืองกรุงสูงสุด 7,500 บาทต่อหัว ต่างจังหวัดถัวเฉลี่ยอยู่ที่หัวละ 3,000-5,000 บาท จากข้อมูลสำรวจความเห็นประชาชนของกลุ่ม Zero Corruption และภาคเอกชนชาวบ้านหูผึ่งตัวเลขเงินซื้อเสียง จริงหรือมั่ว ไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆเป็นแรงกระตุ้นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งวางมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้นป้องกันการซื้อเสียงมากขึ้นแนวโน้มปั่นราคาซื้อเสียงดุเดือดกว่าทุกรอบ ใส่กันหมดหน้าตัก แลกกับชัยชนะทางการเมือง นักเลือกตั้งเก็งกันว่ามีเงินสะพัดหมุนเวียนหลักแสนล้านบาทแต่ที่เพิ่มเติมหนักหน่วงกว่าทุกรอบคือ สงครามสาดโคลน ปล่อยข่าวใส่กันยับ พัวพันทุนเทาประเด็นธุรกิจสีเทาลามเขย่าเกือบทุกพรรค โดนแรงกระแทกถลอกปอกเปิกไปหลายคนล่าสุดถึงคิวพรรคประชาธิปัตย์ก้นร้อน ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค โดนปล่อยข่าวแพร่สะพัด จ่อถูกตำรวจค้นบ้าน หลังคนนามสกุลเดียวกันถูกจับคดียาเสพติด ต้องโร่ปฏิเสธพัลวันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผลสืบเนื่องหลังจาก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม และ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขุนศึกค่ายสีน้ำเงิน รับส่งลูกปูดข่าว มีอดีต สส.และผู้สมัคร สส. 10 ราย ส่อถูกหมายจับพัวพันธุรกิจสีเทายาเสพติด-เว็บพนันออนไลน์แม้จะปฏิเสธภายหลังว่า ไม่เชื่อมโยงอดีต สส.และผู้สมัคร เป็นแค่เครือข่ายใกล้ชิดนักการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวโยง แต่ก็ส่งแรงกระเพื่อมเข้าเนื้อคนค่ายสีฟ้าเจ็บตัวไปด้วยตามสถานการณ์ปัจจุบันที่พรรคประชาธิปัตย์ คือคู่แข่งสำคัญแย่งที่นั่ง สส.กับพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ อาจมีรายการงานเข้าสกัดเจ้าถิ่นเก่า ไม่ให้กลับมาติดลมช่วงอันตราย 15 วันก่อนเลือกตั้ง ปล่อยอาวุธลับซัดกันนัว พุ่งเป้าทำลายคะแนนนิยมคู่แข่ง ไม่ให้แก้ต่างได้ทัน เล่นงานหลายพรรคเสียศูนย์ ต้องรีบตั้งการ์ดสูงรัดกุม เร่งปรับกลยุทธ์กู้ภาพลักษณ์ สกัดคะแนนไหลออกโดยเฉพาะพรรคที่โดนแรงกระแทกปะทะหนักสุด คือพรรคประชาชนต้องหัวหมุน กู้แต้มหลายตลบหลังเพลี่ยงพล้ำ 2 กรณีติดๆ ผู้สมัคร สส.ถูกออกหมายจับพัวพันการฟอกเงินเว็บพนัน-ยาเสพติด ต้องรีบแก้เกมตัดสิทธิการเป็นผู้สมัคร แสดงความรับผิดชอบเฉพาะหน้ากับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโชว์จุดยืน “ตัดเนื้อร้าย ชูความใสสะอาด” ย้ำหมุดการเมืองสีขาว ไม่พึ่งพาทุนเทาตามที่ถูกกล่าวหาปรับหมากจากที่ตั้งรับปมคุณสมบัติผู้สมัคร สส.พลิกเกมเปิดเกมบุก ตรวจสอบรัฐบาลอย่างหนัก รัวทำแต้มโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งส่งตัวจี๊ด รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นหัวหอกตรวจสอบความไม่เหมาะสม การใช้งบประมาณสำนักงานประกันสังคมอย่างเข้มข้น อาทิ การใช้งบประมาณซื้อตึกและสร้างโรงอาหารแพงเกินจริง รณรงค์ให้ผู้ประกันตนคว่ำสูตรการเลือกบอร์ดประกันสังคมสูตรใหม่กัดไม่ปล่อยเรื่องขมุกขมัวในองค์กรประกันสังคม พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปการทำงาน นำประกันสังคมออกจากระบบราชการมาให้มืออาชีพบริหาร การปรับเพิ่มเงินบำนาญชราภาพ ให้สอดคล้องค่าครองชีพค่ายส้มทิ้งไพ่เด็ดช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เปลี่ยนจากตั้งรับมาเปิดเกมรุกฉับพลัน เลือกประเด็นขยี้ถูกจุด ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องประกันสังคมโหมโรงขยี้ประเด็นที่ตรงกับอารมณ์ความรู้สึกเหล่ามนุษย์เงินเดือน เงินออมทั้งชีวิตของผู้ประกันตนที่เป็นความมั่นคงหลังเกษียณ ถูกนำไปใช้อีรุ่ยฉุยแฉกโดยที่ไม่สามารถทักท้วงได้สร้างภาพจำการเป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์คนทำงาน ทั้งตั้งข้อสังเกตการใช้งบฯไม่โปร่งใส เสนอแนวทางยกเครื่องการทำงาน ไม่ได้พุ่งเป้าด่าอย่างเดียว แต่แนบแนวทางแก้ไขพ่วงมาด้วยหมายมั่นปั้นมือโกยความนิยมจากผู้อยู่ในระบบประกันตน ทั้งคนชั้นกลาง และผู้ใช้แรงงานกว่า 24 ล้านคน แหล่งรวมคะแนนจำนวนมหาศาลเพียงพอเป็นปัจจัยชี้ขาดผลเลือกตั้งได้มีตัวตึง “รักชนก” ทำหน้าที่เปิดประเด็น และ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศปลุกพลังการตื่นตัว เปลี่ยนแปลงรื้อใหญ่โครงสร้างประกันสังคม ขับเคลื่อนกันเป็นระบบประเด็นประกันสังคมถูกนำมาขยายผลโค้งสุดท้าย สร้างกระแสความนิยมให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสถานการณ์ค่ายส้มได้ลุ้นจากฟุบมาเป็นฟื้น ยิ่งทุบแล้วไม่ร่วง อาจมีคะแนนสงสารพ่วงมาเป็นขบวนทุบแล้วร่วง หรือยิ่งทุบยิ่งโต อีกไม่นานได้รู้กัน!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่