กกต.เปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร มีผู้มาใช้สิทธิคึกคักในหลายประเทศ ซิดนีย์ครองแชมป์ยอดผู้ลงทะเบียนสูงสุดกว่า 1.5 หมื่นคน แต่พบปัญหาบัตรถูกตีกลับหลายที่ เหตุแจ้งที่อยู่ไม่ชัดเจน กกต.ถือโอกาสแบ่งสายทัวร์นอก ออกประกาศย้ำโทษซื้อสิทธิขายเสียงถึงขั้นจำคุก แบ่งกลุ่มพรรคการเมืองดีเบตแก้ รธน. พท.ขู่ไล่เช็กบิลข้าราชการเอียงข้าง ชี้เป้าภาคอีสาน“นายอำเภอ”ตัวดี “ประเสริฐ” ฟ้องกลับ “ศุภชัย” ใส่ร้าย “ชูศักดิ์”แฉ 26 จังหวัด ขอเลือกตั้งล่วงหน้ามากผิดปกติ “อนุทิน” เมินโพล บอกแฮปปี้หาเสียงออร์แกนิก “เท้ง” ลั่นตัดหัวแกนนำกี่รุ่นก็ฆ่าไม่ตาย “ปิยบุตร” ปลุกชาวบึงกาฬโหวตให้ถล่มทลาย ใครก็ขวางไม่ได้แล้ว “อนุดิษฐ์”รับผิดพลาดเช็กคุณสมบัติผู้สมัครคณะกรรมการการเลือกตั้งร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ที่มีคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เริ่มเปิดหน่วยให้แก่ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิแล้ว หลายประเทศบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเริ่มแล้วเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ม.ค.ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้จัดหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ ที่โรงแรมเมโทร มาร์โลว์ ซิดนีย์ ย่านไทยทาวน์เปิดเป็นหน่วยเลือกตั้งวันแรก มีนายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. และนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมตรวจหน่วยเลือกตั้ง ทั้งนี้ นครซิดนีย์เป็นเมืองที่มีคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกราชอาณาจักรมากที่สุด จำนวน 15,154 คน โดยนายนฤชัยใช้สิทธิเป็นคนแรก และมีผู้มาใช้สิทธิตลอดทั้งวันจนถึงปิดหีบในเวลา 17.00 น. บรรยากาศเป็นไปด้วยความราบรื่น มีผู้มาใช้สิทธิกว่า 1 พันคน ขณะที่สถาน เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิรองลงมาที่ 11,295 คน มีผู้ใช้สิทธิส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว มายังสถานทูตจำนวน 3 พันคน และจะเปิดให้มาใช้สิทธิไปจนถึงวันที่ 26 ม.ค. มีผู้ใช้สิทธิคึกคักในหลายประเทศขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ จัดหน่วยเคลื่อนที่หรือ mobile unit สำหรับเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ 5 วัน ระหว่างวันที่ 22-26 ม.ค. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ถือเป็นวันแรกของการเปิดหน่วย ที่โรงแรม NH Groningen มีคนไทยที่พำนักในบริเวณทางเหนือของเนเธอร์แลนด์ และพื้นที่ใกล้เคียงออกมาใช้สิทธิกันคึกคัก มีนายอสิ ม้ามณี เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ใช้สิทธิเป็นคนแรก เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย มีการจัดเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ สำหรับคนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงในประเทศรัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย และอุซเบกิสถาน ระหว่างวันที่ 22-27 ม.ค. มีการแจ้งให้ผู้ที่ลงทะเบียนไปใช้สิทธิออกเสียงตามที่กำหนดพบปัญหาบัตรถูกตีกลับหลายที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภาพรวมยังพบปัญหาการจัดส่งบัตร จึงขึ้นประกาศหน้าเพจให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ ติดต่อกลับมายังสถานทูต เช่น สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ประกาศให้คนไทยที่พำนักในเกาหลีติดต่อกลับสถานทูต เนื่องจากบางคนเขียนที่อยู่ไม่ชัดเจนและไม่ครบถ้วน และสถานทูตไม่สามารถติดต่อได้ เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติที่ลงทะเบียนไว้ หลังพบปัญหาไม่สามารถจัดส่งซองบรรจุบัตรส่งให้ทางไปรษณีย์ได้ เนื่องจากกรอกที่อยู่ไม่สมบูรณ์ หรือกรอกที่อยู่ในประเทศไทย ทำให้สถานทูตไม่สามารถติดต่อได้ ขอให้ติดต่อกลับมายังสถานทูต เพื่อจัดส่งบัตรไปให้ได้ใช้สิทธิออกเสียงทันเวลากกต.ถือโอกาสเดินสายทัวร์นอกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่า กรรมการ กกต. ได้แยกกันเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฎ กกต. ไปดูงานที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. ไปร่วมสังเกต การณ์ที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ส่วนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ไปสังเกตการณ์ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกาออกประกาศย้ำห้ามซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งนี้สํานักงาน กกต. ยังออกประกาศเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทําที่เข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษอาญาร้ายแรง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ขอเชิญชวนประชาชนผู้รู้เห็นการแจกเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง แจ้งเหตุพฤติกรรมการซื้อสิทธิขายเสียง พร้อมภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอหลักฐาน มายังสายด่วน กกต.1444 หรือผ่านแอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” หรือสำนักงาน กกต.ทุกจังหวัด หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้แจ้งจะได้รับรางวัลสินบนนำจับ เป็นเงินสด 1 ล้านบาทแบ่งกลุ่มพรรคดีเบตประชามติด้านนายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมจับสลากผู้แทนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติว่า มีพรรคการเมืองร่วมลงทะเบียนขอแสดงความคิดเห็น 34 พรรค แต่มีการถอนตัวไปบางส่วน เหลือ 30 พรรค แบ่งเป็นพรรคที่เห็นชอบ 17 พรรค ไม่เห็นชอบ 13 พรรค ทั้งนี้มีการตกลงกันว่าในแต่ละฝ่ายจะส่งผู้แทนกลุ่มมา 5 พรรค ใช้การจับสลาก เนื่องจากไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะแต่ละพรรคอยากเป็นตัวแทนกลุ่ม ทั้งนี้ กกต.จะจัดเวทีให้ในวันที่ 27 ม.ค. เวลา 10.30 น. ที่ห้องออดิทอเรียม รร.เซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT 2HD และเพจเฟซบุ๊กสำนักงาน กกต. รวมถึงนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆพท.ขู่ไล่เช็กบิลข้าราชการเอียงข้างช่วงสายที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการใช้กลไกราชการช่วยบางพรรคการเมืองว่า ขณะนี้มีการใช้กลไกข้าราชการ อำนวยประโยชน์การเลือกตั้ง อยากให้ข้าราชการเป็นกลาง โปร่งใส ได้รับรายงานทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการว่า มีกลไกราชการเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง เช่น จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน มีรัฐมนตรีช่วย หรือรัฐมนตรีกระทรวงที่มีอำนาจ เรียกข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปหารือกันถึงในอำเภอ ให้นำเสื้อพรรคไปแจกโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเลือกตั้ง เป็นเรื่องร้ายแรงบั่นทอนระบอบประชาธิปไตย ข้าราชการบางส่วนอาจยอมรับอามิสสินจ้าง เกรงกลัวอิทธิพล แต่ขอให้ปกป้องความยุติธรรม อำนาจการเมืองมาแล้วก็ไปเป็นเรื่องชั่วคราว แกะดำเพียงไม่กี่คนทำให้ข้าราชการทั้งหมดเสื่อมเสีย หากเราได้กลับเข้ามา สิ่งที่ทำอะไรไว้ถ้ามีหลักฐานจะไม่ปล่อยวาง ทำให้เป็นตัวอย่าง ไม่อยากเห็นข้าราชการถูกใช้ในทางการเมือง“ประเสริฐ” ฟ้องกลับ “ศุภชัย” ใส่ร้ายนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายผู้มีอำนาจมีความพยายามทำให้ประเด็นต่างๆเป็นประเด็นการเมือง ทำลายฝ่าย ตรงข้าม โดยเฉพาะกรณีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับบริษัทประเทศสิงคโปร์ ได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยต่อศาล อาญา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ข้อหาหมิ่นประมาท และความผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. มาตรา 75 (5) ศาลรับคำฟ้องไว้แล้ว นายศุภชัยแถลงข่าวบิดเบือนใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ และนำข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ในเพจพรรคภูมิใจไทย มีเจตนาให้ตนและพรรคเพื่อไทยเสียหาย ศาลนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 23 มี.ค.นี้ ส่วนกรณีได้รับหนังสือจากกระทรวงดีอีให้ไปชี้แจงการลงนามเอ็มโอยูนั้น เป็นความพยายาม ดิสเครดิตทางการเมือง รายชื่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายการเมือง ส่งหนังสือเรียกถึงตนวันที่ 21 ม.ค. ให้ไปชี้แจงวันที่ 22 ม.ค. มีเวลา 1 วัน ไม่เพียงพอเตรียมเอกสาร เป็นการดำเนินการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่26 จังหวัด ลต.ล่วงหน้ามากผิดปกตินายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า หลังเปิดศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้ง มีเรื่อง ร้องเรียนเข้ามา 61 เรื่อง พบว่ามีข้อมูลที่มีมูลมากกว่าไม่มีมูล ส่วนใหญ่เป็นการแจกสิ่งของ ทรัพย์สิน ใส่ร้ายด้วยความเท็จ ทางศูนย์นำเรื่องที่มีมูลทั้งหมดมายกร่างคำร้อง เพื่อแจ้งไปยัง กกต.จังหวัดที่เกี่ยวข้อง แจ้งไปแล้ว 7 เรื่อง เช่น จ.ปทุมธานี สตูล สุพรรณบุรี บึงกาฬ กทม. โดยเฉพาะ กทม. มี 3 เรื่องส่วนใหญ่เป็นการให้ทรัพย์สิน ฝาก กกต.พิจารณาด้วยความ รวดเร็ว นอกจากนี้ศูนย์ปราบโกงพรรคเพื่อไทยนำข้อมูลลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชนมาวิเคราะห์ พบว่ามี 26 จังหวัด มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามากผิดปกติ จากการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่า 100% เช่น จ.พะเยา มีประชาชนลงทะเบียนปี 2566 จำนวน 5,717 คน ปี 2569 ลงทะเบียน 13,034 คน เพิ่มขึ้น 127.9% ส่งสัญญาณซื้อเสียงล่วงหน้า ซื้อเสียงข้ามเขต ศูนย์ปราบโกงฯจะแจ้งไปที่ผู้สมัคร สส. ให้แต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ ในกระบวนการลงคะแนนวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. วัยรุ่นสยามแห่แชะภาพคู่ “ดร.เชน”จากนั้นเวลา 16.30 น. ที่สยามสแควร์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. เดินหาเสียงกับกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา รวมถึงกลุ่มคนทำงาน ที่มาเดินสยามสแควร์ ได้รับความสนใจมีผู้เข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกับนายยศชนันจำนวนมาก มีกองเชียร์นำพวงมาลัยรูปแบบต่างๆมาคล้องคอ อาทิ พวงมาลัยทองคำ พวงมาลัยรูปถ่ายนายยศชนันตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นที่ไว้ผมยาว และรูปในปัจจุบัน รวมถึงสายสะพายสีแดงที่เขียนข้อความ “นายกฯลูกพี่เชน” มามอบให้นายยศชนัน ก่อนที่คณะของนายยศชนันเดินเท้ามาที่ลานพาร์คพารากอน ที่มีการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ มีแกนนำพรรคเข้าร่วมพร้อมหน้า อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน รวมถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ตามมาสมทบ“สุริยะ” สุดมั่นเพื่อไทยแกนนำตั้ง รบ.นายสุริยะปราศรัยว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนต่างเรียกร้องอยากเจอนายยศชนันตัวเป็นๆ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนจากวันละ 2 จังหวัด เป็นวันละ 4 จังหวัด ค่ำไหนนอนนั่น “ทุกคนอยากเติมเชนใช่หรือไม่” สองอาทิตย์สุดท้ายจะเป็นตัววัดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ตลอดเส้นทางการเมือง 25 ปี ยิ่งลงพื้นที่พบประชาชนยิ่งมั่นใจว่าประเทศต้องการรัฐบาลที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่พูดเก่งแต่แก้ปัญหาไม่เป็น จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และพร้อมจัดตั้งรัฐบาล ผลักดันให้นายยศชนันเป็นนายกฯ เราจะเป็นผู้เลือกว่าจะจับมือกับใครตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายของเราให้ถึงมือประชาชน ทั้งตนและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.สาธารณสุข อยู่กับพรรคเพื่อไทยเพื่อบอกว่าเข็มทิศชี้ความหวัง เป็นเข็มทิศชี้นายกฯ และนายกฯคนต่อไปของพรรคเพื่อไทยคือนายยศชนัน เป็นวิศวกรรู้ดีว่าเหล็กแท้ดีกว่าเหล็กชุบจุดพลุลุ้นรางวัลวันละ 9 ล้าน 9 คนด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า วันนี้ตนมาประกาศอีก 1 นโยบาย รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน คนละ 1 ล้านบาท โดยผู้ได้รับสิทธิวันละ 9 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม เศรษฐีเงินล้าน 4 คนแรก มาจาก 4 กลุ่ม คือ พี่น้องเกษตรกร 1.7 ล้านครัวเรือน เพียงแค่ลงทะเบียนก็ได้ลุ้น กลุ่มที่สอง คือ คนที่เสียสละเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ อสม. อสส. กลุ่มที่สาม ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่สี่ คือ ประชาชนผู้ยื่นภาษีคนสี่กลุ่มนี้จะได้สุ่มชื่อลุ้นเงินรางวัล 1 ล้านบาททุกวัน ทุกกลุ่ม กลุ่มละ 1 คน 1 ล้านบาท ส่วนอีก 5 คน มาจากประชาชนที่จับจ่ายใช้สอย จะได้โบนัสแห่งโอกาสสู่การเปลี่ยนชีวิต จากทุกการใช้จ่ายที่มีใบเสร็จ รัฐบาลจะสุ่มแจก จำนวน 5 คน คนละ 1 ล้านบาท ทุกวันไม่เว้นวันหยุด คนที่ไม่ถูกรางวัล ไม่เสียอะไรเลย แต่ยังได้รับความสะดวกสบายจากระบบใบเสร็จดิจิทัล และมีความหวังรออยู่ทุกวัน ผู้ประกอบการจะได้ยกระดับร้านค้าสู่มาตรฐานสากล จากนโยบายนี้ และเราจะมีฐานข้อมูลของแพงที่ไหนรัฐบาลรู้ทันที แก้ไขได้ตรงจุด“หนู” โต้ “ธนาธร” ทวงช่วยน้ำท่วมเมื่อเวลา 10.45 น. ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ชั้น 2 ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 18 ปี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ภายใต้แนวคิดพลังศรัทธา พลังล่าทุจริต พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 8 ราย ต่อมา นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาทวงค่าซ่อมบ้านให้คนหาดใหญ่ที่หลายคนยังไม่ได้รับว่า ครม.เพิ่งอนุมัติเพิ่มเติมที่หาดใหญ่เสนอ กกต.ไป กกต.เพิ่งอนุมัติ ต้องตั้งคำถามให้ถูก บางคนที่ยังไม่ได้เพราะตกหล่นไม่มาขึ้นทะเบียน ช่วงหลังถึงมาขึ้นทะเบียน กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการต่อ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของนักการเมืองมาทวง เป็นงานประจำของหน่วยงานที่รับผิดชอบเมินโพลแฮปปี้ลงพื้นที่ออร์แกนิกเมื่อถามว่า หลายพรรคทำโพลของตัวเอง พรรคภูมิใจไทยทำบ้างหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ สนใจหาเสียงแบบออร์แกนิกมากกว่า และมีความสุขที่ได้ไปแบบนี้ ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะของประชาชน บางอย่างเรานึกไม่ถึงเขาคิดแบบนี้ เราก็แจ้งฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปทำตามความต้องการของประชาชน ใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้เกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชน และรัฐบาลได้ผลงานด้วย หน่วยงานก็ได้ผลงาน ทำอย่างนี้มีความสุขรอ รบ.ใหม่ชี้ขาดร่วมแผน “ทรัมป์”นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือเชิญเกี่ยวกับ Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict และข้อริเริ่มของสหรัฐฯ ในการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพว่า ได้รับจดหมายแล้ว เรารับทราบเจตนารมณ์ แต่คงทำหนังสือตอบกลับไปว่าขณะนี้เราเป็นรัฐบาลรักษาการ คงไม่สามารถไปผูกพันอะไรกับรัฐบาลใหม่ได้ และจะส่งเรื่องนี้ไปยังผู้นำรัฐบาลชุดต่อไป ขอให้พิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย เมื่อถามว่าหากประเทศไทยเข้าร่วม จะมีผลดีผลเสียอย่างไร นายอนุทินตอบว่า ผลดีก็เยอะ ทั้งเรื่องการสร้างสันติภาพ ความสงบสุข และการสร้างเครือข่ายระดับนานาประเทศ แต่ผลเสียคือเสียเงินจำนวนมาก ต้องอยู่ที่รัฐบาลใหม่ว่าตัดสินใจอย่างไร รัฐบาลชุดนี้ทำได้เพียงส่งต่อ รอเวลาอีกแป๊บนึง เขาก็ไม่ได้กดดันเรื่องเวลา เมื่อถามว่าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ไม่เห็นด้วย นายอนุทินตอบว่า ภูมิรัฐศาสตร์แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลต่อ ต้องดูตามสถานการณ์ ต้องดูในภูมิภาคและการเชื่อมโยงกับเทรนด์ของโลก“เท้ง” ลั่นตัดหัวแกนนำกี่รุ่นก็ไม่ตายวันเดียวกันที่ จ.ลำปาง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นำคณะผู้สมัคร สส.ลำปาง เดินหาเสียงที่กาดเช้าเมืองง้าวเงิน อ.งาว ตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วย น.ส.สุวิภา กุศลจูง ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 2 และจัดปราศรัยย่อยที่ลานอเนกประสงค์วัดป่ากล้วย อ.เมืองลำปาง ช่วยนายชลธานี เชื้อน้อย ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 3 นายณัฐพงษ์กล่าวปราศรัยว่า อย่าไปคิดว่าข้างหน้าเลือกแล้วจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ เลือกแล้วก็หาคดีมาเล่นงานอีก จะเล่นงานพวกเราอีกสักกี่ครั้ง ตัดหัวแกนนำอีกสักกี่คน กระบวนการเราเติบโตมากขึ้นทุกวัน ตราบใดที่พวกเรายังมีหวัง เชื่อในกันและกัน ทุกครั้งเราออกไปเลือกตั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลง ไม่มีวันที่เขาจะทุบทำร้ายพวกเราได้ ครั้งนี้ก็บอกว่าเลือกไปได้ที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล เดี๋ยวก็มีคดี 44 สส. ขอให้ทุกคนช่วยพิสูจน์ลบคำสบประมาทก่อนแล้วเราจะได้เป็นรัฐบาล “แม้จะเป็นแกนนำรุ่นที่ 3 แต่มีบุคลิกที่แตกต่าง หลายคนอาจบอกว่าพี่เท้งกระแสไม่มา พูดแล้วดูไม่ค่อยมีเสน่ห์เหมือนพี่ทิม ผมยอมรับบางมุมอาจมีเสน่ห์ไม่เท่าพี่ทิม แต่บางมุมก็น่ารักกว่าพี่ทิม วันที่ 8 ก.พ.นี้ ชาวลำปางจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้อีกครั้ง”แฟนคลับเชียงใหม่ตามมาอวยพรจากนั้นคณะของนายณัฐพงษ์ เดินทางต่อมาที่ จ.ลำพูน นำผู้สมัคร สส.ลำพูน พบปะพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดลำพูนจตุจักร ระหว่างหาเสียงมีประชาชนกลุ่มที่เป็นแฟนคลับ ชาว จ.เชียงใหม่ นำเค้กวานิลลา 2 ชั้น ชั้นบนเป็นสีน้ำเงิน ชั้นล่างสีส้ม ปักรูปนายณัฐพงษ์กับหมายเลข 46 มามอบให้พร้อมร้องเพลง “Happy Birthday” ขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวขอบคุณ แม้วันนี้ไม่ใช่วันเกิด ล่วงหน้าไปหลายเดือนเลย ก่อนที่ผู้สมัคร สส.จะบอกว่าเขาจะฉลองนายกฯคนใหม่ นายณัฐพงษถึงกับหัวเราะ จากนั้นนายณัฐพงษ์เดินไปที่แผงขายลอตเตอรี่ 2 ชุด ชุดละ 5 ใบ เงินรางวัล 30 ล้านบาท ใบแรกหมายเลข 130246 ใบที่สอง หมายเลข 776501 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากดดันหรือไม่ หากไม่ชนะเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ตอบว่า มีแต่ความมั่นใจมากกว่า พูดคุยกับผู้สมัครก็มั่นใจเกิน 100%ย้ำไม่มีวันโหวตให้ “เสี่ยหนู” อีกที่ จ.นราธิวาส นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปชน.กล่าวปราศรัยระหว่างนำคณะลงพื้นที่หาเสียงว่า ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังพยายามทำลายพรรค ปชน. เพราะกลัวว่าหากได้เข้าไปเป็นรัฐบาล จะเข้าไปจัดการเช็กบิลบุคคลที่เคยกระทำผิดในอดีต กลัวว่าพรรค ปชน.จะเข้าไปจัดระเบียบระบบผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก ขอให้พี่น้องชาวนราธิวาสอย่ายอมทนต่อการซื้อสิทธิขายเสียง อย่าทำให้เรื่องที่ไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ หากอยากได้อนาคตที่สว่างไสว ไม่มีอิทธิพลทั้งสีเทาสีดำ ขึ้นอยู่กับทุกท่านตัดสินใจให้อะไรกับอนาคตประเทศไทย หากสังคมดีขึ้น อยากเห็นสันติภาพเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ขอให้เลือกพรรค ปชน. เมื่อถามว่าหากเลือกพรรค ปชน.แล้ว จะโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ อีกหรือไม่ นายธนาธรตอบว่า ไม่มีการขานชื่อนายอนุทินเป็นนายกฯ จากพรรคประชาชนอีกแล้ว พร้อมวอนพี่น้องอย่าเชื่อข้อมูลเท็จดังกล่าว“ปิยบุตร” ปลุกบึงกาฬโหวตถล่มทลายที่วัดโป่งทองชัยพัฒนาราม อ.เมืองบึงกาฬ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน นำทีมงานลงพื้นที่ช่วยนายสมชาย โสดากุล ผู้สมัคร สส.บึงกาฬ เขต 1 หาเสียง นายปิยบุตรปราศรัยว่า พรรคจัดทำนโยบายไว้กว่า 200 นโยบาย ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพิ่มเป็น 1,000 บาท ทันที หนี้เกษตรกร การดูแลเด็กเล็ก ผู้บริหารพรรคเตรียมไว้แล้วว่า 100 วันแรก จะทำอะไรบ้าง นี่คือ สัญญาประชาคม ถ้าเข้าไปแล้ว 100 วันแรกทำไม่ได้ก็เป็นอันว่าใช้การไม่ได้ ครั้งต่อไปพี่น้องไม่ต้องเลือก ถ้า 100 วันแรกที่เข้าไปแล้วทำให้เห็นว่าสามารถทำได้ นั่นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนรัฐบาล เพราะเกือบทุกพรรคเป็นกันมาหมดแล้ว ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้พี่น้องดีขึ้นได้จริง ประเทศไทยคงไปได้ไกลกว่านี้ เลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ให้ สส.ขึ้นไปถึง 200 คน หรือ 250 ยิ่งดี คะแนนรวมกันทั้งประเทศเกิน 20 ล้านเสียง คราวนี้ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน ใครก็ขวางไม่ได้แล้ว“อนุดิษฐ์” รับพลาดเช็กคุณสมบัติที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาสั่งถอนชื่อนายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต พรรค กธ.กรณีถือครองหุ้นสื่อว่า การตรวจสอบโดยคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคได้ตรวจสอบโดยละเอียดเท่าที่จะตรวจสอบได้แล้ว โดยเฉพาะในส่วนบัญชีทรัพย์สิน ยอมรับว่าทางพรรคยังไม่ได้ตรวจละเอียด รวมถึงการให้ผู้สมัครมาแจ้งเรื่องการถือหุ้น ข้อผิดพลาดตรงนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับพรรค กธ. และกับพรรคการเมืองอื่นด้วย ทั้งนี้ เรื่องการถือหุ้นสื่ออาจมีการถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์สามารถทำกิจการสื่อได้ แต่อาจยังไม่ได้ทำ ต้องเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันต่อไป เป็นหน้าที่ของ กกต. เมื่อถามว่ากกต.มีมติถอนชื่อนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครสส.นครศรีธรรมราช เขต 7 เหตุเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ต้องดูการต่อสู้ที่หนักหน่วง ผู้สมัครในแต่ละเขตต้องงัดกลยุทธ์เข้ามาต่อสู้เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ นายก้องเกียรติเป็นแชมป์เก่า ถือว่าเป็นตัวเต็ง ขณะนี้นายก้องเกียรติได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว“เจ๊ปิ๊ก” ติวเข้มนโยบายด้านสังคมขณะที่นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษา ฝ่ายสังคม และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค กธ. เป็นประธานประชุมผู้สมัคร สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ “ติวเข้มนโยบายพรรคด้านสังคม ช่วงโค้งสุดท้าย สู้ศึกเลือกตั้ง 69” นางปวีณากำชับว่าต้องเน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจและรับรู้ว่า“กล้าธรรม ทำได้จริง” มุ่งแก้ปัญหาสังคมผ่าน 5 นโยบายคือ 1.บำบัดผู้เสพ ตัดวงจรยา 2.ตั้งสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ 3.ข่มขืนฆ่าโหด เท่ากับประหารสถานเดียว 4.ผู้สูงวัยเรียนฟรี สร้างอาชีพ อายุ 60 ไม่ใช่ปลายทาง และ 5.ตั้งศูนย์เด็กเล็กในโรงงาน-หน่วยงานรัฐ ชุมชน เมื่อแม่ทำงาน ลูกต้องปลอดภัย“มาร์ค” รับประกันกำจัดแก๊งสีเทาช่วงเช้าที่ตลาดแสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค และนายธีระ สลักเพชร อดีต สส.ตราด 5 สมัย ร่วมลงพื้นที่ช่วยนายปรีชาวิญช์ ฉิมผกา ผู้สมัคร สส.ตราด หาเสียง มีประชาชน พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาทักทาย บางคนตะโกนเชียร์“สู้ๆ ประชาธิปัตย์ เบอร์ 27” นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยบนรถแห่ว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ชาวตราดได้รับผลกระทบ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตนเป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบได้รับการช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว วันนี้บ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีปัญหามาก เรื่องใหญ่คือติดหล่มปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน หากได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการให้เฉียบขาดกับกลุ่มทุนเทาจริงจังทันที เดินหน้าสร้างบ้านเมืองสุจริตรทสช.ปล่อยคาราวานภาคกลางที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมปล่อยขบวนคาราวานมุ่งสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก ท่ามกลางกลุ่มเกษตรกร ชาวนา และประชาชนจากหลายพื้นที่เข้าร่วมสะท้อนปัญหา และให้กำลังใจอย่างคึกคัก นายพีระพันธุ์ย้ำความเชื่อมั่นว่า นโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถตอบโจทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทสท.อาสาทวงเงินโกง 5 แสน ล.ที่ย่านอโศก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เดินรณรงค์หาเสียงย่านธุรกิจใจกลางเมือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากนั้นเคลื่อนขบวนต่อไปยังบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดเส้นทางได้รับการต้อนรับจากคนวัยทำงาน และนักศึกษาที่เข้ามาขอถ่ายรูป และให้กำลังใจ คุณหญิงสุดารัตน์ใช้โอกาสนี้สื่อสารนโยบายเชิงรุก เน้นย้ำความตั้งใจเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงบประมาณแผ่นดิน สาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดตัว และประชาชนต้องเผชิญกับความยากจน ทั้งที่งบประมาณประเทศพุ่งสูงเกือบ 4 ล้านล้านบาท เพราะเงินภาษีประชาชนถูกทุจริตคอร์รัปชันไปปีละกว่า 5 แสนล้านบาท ถูกนักการเมืองบางกลุ่มปล้นไปสร้างความมั่งคั่งส่วนตัว พรรคไทยสร้างไทยจึงขออาสาเข้ามาทวงคืนเงินก้อนนี้กลับคืนสู่กระเป๋าของคนไทยทุกคน เพื่อยุติวงจรความเหลื่อมล้ำที่กัดกินประเทศมาอย่างยาวนานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่