“นโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง” ย่อมมีผลต่อ “คะแนนเสียงเลือกตั้ง” อย่างสำคัญ พรรคการเมืองใดเสนอนโยบายถูกใจพี่น้องประชาชน คะแนนเสียงเลือกตั้งก็ไหลไปเทให้พรรคนั้นเป็นกอบเป็นกำด้วยเหตุนี้ ทุกพรรคการเมืองจึงต้องแข่งกันเสนอ “นโยบายประชานิยม” กันสุดลิ่มทิ่มประตูโดยเฉพาะ “นโยบายแจกเงินฟรี” ต้องขนมาประชันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย“แม่ลูกจันทร์” จึงเห็นด้วยที่ กกต.ออกกฎเหล็กให้ทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องจัดส่งนโยบายหาเสียงให้ กกต.ตรวจสอบรายละเอียดก่อนกำหนดเลือกตั้ง 20 วันเนื่องจาก มาตรา 57 พ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้กำหนดว่านโยบายหาเสียงเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน“ต้องระบุวงเงิน แหล่งที่มาของเงิน ต้องประเมินความคุ้มค่า ต้องประเมินผลกระทบ และประเมินความ เสี่ยงของแต่ละนโยบายให้ชัดเจน”เพื่อป้องกันพรรคการเมืองเสนอนโยบายประชานิยม (หวังผลเลือกตั้ง) จนเกินความเป็นจริงและป้องกันพรรคการเมืองใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนไปถลุงแจกฟรีจนริดสีดวงบานเป็นกลีบมะไฟหากนโยบายพรรคใดเสนอรายละเอียดไม่ครบถ้วน กกต.จะมีคำสั่งให้พรรคนั้นต้องเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมหากพรรคการเมืองใดบิดตะกูดไม่ส่งนโยบายหาเสียงให้ กกต.พิจารณาในกำหนดเวลา (ก่อนเลือกตั้ง 20 วัน)จะถูกลงโทษปรับ 5 แสนบาทและต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มอีก 1 หมื่นบาทต่อวัน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองลงสนามเลือกตั้งถึง 57 พรรค และทุกพรรคต้องเสนอนโยบายหาเสียงเลือกตั้งให้ กกต.พิจารณาก่อนเส้นตายวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาข้อสำคัญ 80 เปอร์เซ็นต์ของนโยบาย หาเสียงพรรคการเมือง ต้องใช้งบอัดฉีดจากรัฐบาลดังนั้น นโยบายหาเสียงจากพรรค การเมือง 57 พรรค จะไหลมากองอยู่ที่ กกต.เป็นภูเขาเลากา“แม่ลูกจันทร์” ประเมินขั้นต่ำๆ แต่ละพรรคการเมืองจะเสนอขายนโยบายหาเสียงพรรคละ 20 นโยบายตั้งแต่นโยบายแจกเงินฟรี นโยบายพักหนี้เกษตรกร นโยบายล้างหนี้ประชาชน นโยบายเพิ่มสวัสดิการทุกช่วงวัย นโยบายประกันราคา นโยบายประกันกำไร นโยบายตรึงราคาพลังงาน ฯลฯเท่ากับมีนโยบายพรรคการเมืองที่ กกต.ต้องพิจารณาตรวจสอบราย ละเอียดไม่ต่ำกว่า 1,140 นโยบายแถม กกต.ต้องตรวจสอบให้เสร็จภายใน 20 วันหรือเฉลี่ยต้องพิจารณามากถึง 57 นโยบายต่อวัน“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้งบอัดฉีดหลักพันล้านบาทหรือหลักหมื่นล้านบาท หรือหลักแสนล้านบาท หรือหลายแสนล้านบาทไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่นอน!!แม้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.จะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆมาช่วยตรวจสอบนโยบายอีก 20 คนแต่การจะชี้ว่านโยบายใดใช้งบคุ้มทุน? หรือไม่คุ้มทุน?หรือนโยบายใดล้างผลาญเงินภาษีประชาชนเกินควร?จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลราย ละเอียดเพื่อชั่งน้ำหนัก ข้อดีข้อเสียกันหลายชั้นหลายเชิงถามจริง...เวลาเพียง 20 วัน จะทำทันหรือ กกต.??"แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม