“เท้ง-ณัฐพงษ์” ตะลุยเมืองชลฯ หวังทาสีส้มทั้งจังหวัด แจงยิบ “มนุษย์ป้า” มามุกเดิม เคลียร์ชัดจุดยืนเรื่องสถาบันฯ ไม่มีนโยบาย ม.112 หนุนงบฯกองทัพจัดซื้ออาวุธยืดอกโปลิตบูโรพรรคส้ม “ผมเอง” “ธนาธร”อ้อนคนอีสานกาส้มส่ง “เท้ง” เป็นนายกฯ ปชน.เปิดตัว “อนุชาติ พวงสำลี” รมว.ศธ.ยกระดับปฏิรูปการศึกษา “พิศาล” ยืนยันครอบครัวให้อภัยแล้ว ไม่เคยแก้ต่างให้คณะปฏิวัติ “เสี่ยหนู” สุดชิลเดินเล่นตลาดศรีย่าน “ยศชนัน” ฟุ้งกระแส พท.ดีขึ้นมาก แฟนคลับแห่อวยพรให้ชนะแลนด์สไลด์ “มาร์ค” บุกเมืองคอนดูแลตั้งแต่เกิดยันแก่ รับหนักใจซื้อเสียงปักษ์ใต้หนาหู “ชวน” สะบัดมีดกรีด “พิพัฒน์” เลียนแบบเลือกปฏิบัติ เหน็บนั่งเครื่องบินมาดูด สส.ถึงถิ่นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แจงยิบเคลียร์ชัดจุดยืนเรื่องสถาบันฯ ไม่มีนโยบายแก้มาตรา 112 พร้อมสนับสนุนงบประมาณกองทัพ จัดซื้ออาวุธ ย้ำต่างคนต่างรักชาติ ขณะที่พรรค ปชน. เปิดตัวนายอนุชาติ พวงสำลี อดีตประธานฯโรงเรียนสาธิต ม.ธรรมศาสตร์ เป็นแคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการ“เท้ง” หวังชลบุรีสีส้มทั้งจังหวัดเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่ จ.ชลบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่ช่วยนายยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครสส.ชลบุรี เขต 9 หาเสียง นายณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ผู้สมัครเขตเมืองพัทยา กำลังผลักดันเรื่องการท่องเที่ยว วันนี้จึงมาพบปะผู้ประกอบการรายเล็ก นักท่องเที่ยว และประชาชนเพื่อขอความไว้วางใจอีกครั้ง เลือกตั้งครั้งที่แล้วเราได้บัญชีรายชื่อจากชลบุรีมาถึง 47% แต่ไม่ได้ชนะยกจังหวัด ครั้งนี้อยากมาขอความไว้วางใจ มั่นใจว่าเขตเดิมจะยึดพื้นที่ได้ โดยเฉพาะ 3 เขต ที่เหลือ จากครั้งที่แล้วได้ 7 เขต อยากให้ชลบุรีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งที่แล้วบ้านใหญ่แยกกันอยู่ แต่ครั้งนี้มารวมตัวกัน ทำให้พรรค ปชน. ทำงานยากขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ทุกอย่างมีความท้าทายมากขึ้น แต่เชื่อว่าบริบทสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าการเมืองเปลี่ยนขั้วเราก็ไม่หวั่นไหว สิ่งที่เรามุ่งมั่นคือการนำเสนอนโยบายที่ดีที่สุดให้กับประชาชนแจงยิบ “มนุษย์ป้า” บุกถามปมเดิมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่นายณัฐพงษ์ ถูกหญิงคนหนึ่งซักถามจุดยืนเรื่องสถาบันฯ และตั้งคำถามตอนปะทะกับเขมรรอบที่ 2 น้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่เห็นบทบาทของพรรค ปชน.เลย นายณัฐพงษ์ พยายามอธิบายทุกประเด็น ยืนยันลงพื้นที่เยี่ยมพลทหารที่บาดเจ็บด้วยตัวเอง พรรค ปชน.สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องบินรบกริพเพน ไปทิ้งไข่ที่กัมพูชา เน้นย้ำว่าพรรค ปชน.ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับมาตรา 112 และย้ำว่าต่างคนต่างมีความรักชาติเช่นเดียวกัน บรรยากาศการเดินหาเสียงครั้งนี้ภาพรวมถือว่าได้รับความสนใจจากประชาชนดี มีชาวบ้านนำดอกทานตะวันมาให้ รวมถึงน้ำส้ม 2 ลัง มามอบให้กับนายณัฐพงษ์ด้วยอุ้ม “พิศาล” แนวคิดทิศทางเดียวกันผู้สื่อข่าวถามว่าการเปิดตัวนายพิศาล มาณว พัฒน์ อดีต สว. เป็นแคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ มีดราม่าเรื่องพฤติกรรม นายณัฐพงษ์ตอบว่าได้รับเรื่องแล้ว มีการพูดคุยและตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว โดยเฉพาะจุดยืนสมัยที่นายพิศาลดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาในยุค คสช. ไม่สามารถตอบแทนความคิดในใจของนายพิศาลได้ ว่าขณะนั้นมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร แต่ที่ตอบได้คือท่านเป็นข้าราชการประจำอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ต้องทำหน้าที่ภายใต้หมวกของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ถ้าเราลองดูประวัติที่ผ่านมาในช่วงหลัง ตอนที่ทูตพิศาลทำหน้าที่เป็น สว. นอกจากการโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯแล้ว การเลือกโหวตเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปิดสวิตช์ สว. นายพิศาลลงมติเห็นชอบถึง 6 ครั้ง การแสดงออกจุดยืนทางการเมือง เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่ามีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกับพรรค ปชน.ยืดอกโปลิตบูโรพรรคส้ม “ผมเอง”นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า พวกเราพร้อมเปิดกว้างหาทางออกให้กับสังคมร่วมกัน ส่วนการตั้งข้อสงสัยว่านายพิศาลอาจดำรงตำแหน่งไม่ได้เนื่องจากพ้นจากตำแหน่ง สว.ยังไม่ครบ 2 ปี มีการพูดคุยกันแล้ว ช่วงแรกนายพิศาลอาจยังไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ แต่เมื่อครบวาระก็สามารถดำรงตำแหน่งได้ เมื่อถามว่าคนนอกที่เอามาจะสามารถสู้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า เพิ่งเปิดตัวไปได้ 2 คน รอเปิดตัวทุกวันจนถึงวันที่ 15 ม.ค. อยากให้ติดตามเต็มชุดเชื่อว่าสู้ได้แน่ มีความรู้ความสามารถตรงสาย เมื่อถามถึงกรณี น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ รับไม่ได้ที่เอาคนนอกพรรคเข้ามา นายณัฐพงษ์ตอบว่า อ่านโพสต์แล้วเสียดายที่อาจไม่เข้าใจกระบวนการตัดสินใจทั้งหมด การลาออกไปก่อน อาจทำให้เสียโอกาส ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เมื่อถามว่าพรรค ปชน.มีโปลิตบูโรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ถ้าจะมีก็หัวหน้าพรรคนี่แหละที่เป็นคนตัดสินใจใหญ่ๆ ความรับผิดรับชอบอยู่ที่ตนและกรรมการบริหารพรรค“ธนาธร” อ้อนกาส้มส่ง “เท้ง” นายกฯขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปชน. เดินสายหาเสียงภาคอีสาน ที่ จ.ศรีสะเกษ-สุรินทร์ นายธนาธรกล่าวระหว่างหาเสียงว่า สภาพสังคมปัจจุบันกำลังย่ำแย่ ความเหลื่อมล้ำที่สูงขึ้น การศึกษาที่ล้มเหลวเข้าขั้นวิกฤติ ปัญหายาเสพติด รวมถึงการคอร์รัปชันที่ปรากฏตามหน้าสื่อ แม้แต่ในองค์กรตำรวจ หากคิดว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อส่งต่อประเทศที่ดีกว่านี้ให้กับลูกหลาน ขอให้เลือกพรรค ปชน. ขอโอกาสให้พลังใหม่ๆเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง ปี 2566 เขาขัดขวางนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ให้เป็นนายกฯ แม้จะรวมเสียงในสภาฯเกินครึ่งหนึ่งแล้ว รอบนี้ สว.ไม่มีอำนาจโหวตนายกฯแล้ว ดังนั้นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้เป็นนายกฯไม่ต้องเสียใจกัน อีกแล้ว เด็ดเดี่ยว แน่วแน่ มีความหวังและกล้าหาญ จำได้หรือไม่ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์เปิดให้บริการค้าขายทางเพศ คนที่เป็นถึงอดีต ผบ.ตร. เบอร์หนึ่ง ถูกสั่งชี้มูลว่าร่วมทุจริตคอร์รัปชันรีดส่วยเว็บพนัน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แทนที่จะตรวจสอบการทุจริต ตึกตัวเองถล่มลงมา เพราะใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ นี่คือความล้มเหลวของประเทศไทย เราไม่สามารถส่งต่อระบบนี้ไปให้ลูกหลานได้ หนักแน่นเข้าไว้ แรงเสียดทานช่วงนี้เยอะมาก เพราะเขาต้องการให้เราดำเหมือนเขาวางตัว “อนุชาติ พวงสำลี” รมว.ศธ.ต่อมาเวลา 12.00 น. เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเปิดตัวแคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการว่า “The Professionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน EP.3 เราต้องคืนการศึกษาที่มีความสุข และมีความหมายให้กับทุกคน นายอนุชาติ พวงสำลี ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการศึกษา มีประวัติ จบการศึกษาปริญญาเอก Human Ecology, Australian National University ออสเตรเลีย ปริญญาโท Environmental Sciences, Monash University ออสเตรเลีย ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านประสบการณ์ เคยเป็นคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) รองอธิการบดี ฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล”โชว์วิชันปฏิรูประบบการศึกษาพร้อมกันนี้ยังโพสต์วิสัยทัศน์นายอนุชาติว่า “ในมุมมองของผู้อาสามาปฏิรูปการศึกษา การเรียนรู้คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ทุกผู้คนในระบบการศึกษาอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยไม่รวบอำนาจการออกแบบการเรียนรู้ไว้ที่กระทรวง เหมือนที่เขายืนยันว่าวิธีคิดแบบเจ้ากระทรวงมันไม่เวิร์ก เราต้องอย่าลืมว่าในยุคปัจจุบัน เวลาพูดถึงการศึกษาหรือการเรียนรู้ ไม่เท่ากับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการมีแค่องคาพยพเดียว แต่การเรียนรู้ปัจจุบันกว้างขวาง เราพูดถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ทุกช่วงวัย ฉะนั้นทุกคนอยู่ในสมการหมด”“พิศาล” แจงยิบครอบครัวให้อภัยนอกจากนี้ เพจพรรคประชาชนยังเผยแพร่คำชี้แจงของนายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีต สว.แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ พรรค ปชน. ทั้งกรณีการถูกตั้งคำถามเรื่องการทำหน้าที่ระหว่างเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกา ในทำนองแก้ต่างให้รัฐบาล คสช. หลังรัฐประหาร รวมถึงการได้รับเชิญด่วนจากสถานีโทรทัศน์ของแคนาดา 2 ช่อง ให้ไปสัมภาษณ์สด นายพิศาลยืนยันว่าในการสัมภาษณ์ ไม่เคยกล่าวอะไรที่เป็นการสนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร พิธีกรตั้งคำถามสุดท้ายว่ามาในนามรัฐบาลที่พ้นจากอำนาจไป หรือรัฐบาลทหาร ก็ตอบไปว่ามาในฐานะตัวแทนประเทศไทย รวมถึงประเด็นเรื่องส่วนตัวที่เกิดขึ้นประมาณกว่า 20 ปีมาแล้ว นายพิศาลระบุว่า “ผมยอมรับผิด และได้ผ่านกระบวนการรับผิดต่อหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งครอบครัวได้ให้อภัยและสนับสนุนการเข้าสู่การทำงานการเมือง เพื่อช่วยให้การต่างประเทศเดินหน้าอย่างสง่างามอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์จริงที่ผ่านมาของผม”“เสี่ยหนู” สุดชิลเดินตลาดศรีย่านขณะที่ความเลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า ได้ลงพื้นที่ตลาดศรีย่าน เดินทักทาย ประชาชน พบปะพ่อค้าแม่ค้า แวะซื้อของรับประทาน ก่อนเข้าทำเนียบรัฐบาล มีประชาชนเข้ามาทักทายขอถ่ายรูปด้วย พร้อมสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับเรื่องค้าขาย ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันนายอนุทินไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว และยังไม่มีกำหนดการหาเสียงที่แน่นอน เจ้าตัวอ้างว่าต้องการหาเสียงแบบออร์แกนิก ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างเข้มข้น“ยศชนัน” ฟุ้งกระแส พท.ดีขึ้นมากนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินกระแสหรือโพลสำรวจของพรรคในพื้นที่ กทม.ว่า พบว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมาก ทำให้มีกำลังใจลงพื้นที่ เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าคะแนนนิยมพรรคที่ดีขึ้นเรื่อยๆมาจากปัจจัยใด นายยศชนันตอบว่า บ้านเมืองต้องการไปข้างหน้า เราไม่ไปทะเลาะกับใคร แต่เราพยายามพูดถึงนโยบายที่นำไปสู่ประชาชนแบบลงรายละเอียด ทำให้ทุกคนเริ่มกลับมามองเรา เข้าใจในแนวทางของเรา เพราะเรามีคนที่พร้อมจะทำ และมีประชาชนที่พร้อมสอดรับนโยบายเรา ทำให้ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น เมื่อถามว่านโยบายใดที่จะนำมาพิชิตใจคนกรุงเทพฯ นายยศชนันตอบว่า กทม.มีปัญหาที่หลากหลาย พยายามทำให้ทุกนโยบายเป็นรูปธรรม เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกคนเห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าไฟฟ้าที่เรากำลังมองหาพลังงานทดแทน ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลง เราเคยทำมาแล้วจาก 4 บาท เหลือ 3 บาทกว่า8 ม.ค.เปิดตัวนโยบายด้านสังคมเมื่อถามว่าการปราศรัยใหญ่วันที่ 8 ม.ค. ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร มีอะไรเด็ดบ้าง นายยศชนันตอบว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม ความเหลื่อมล้ำ จะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราลงพื้นที่ส่วนนี้เยอะมาก เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยถูกจ้องจับผิดและโจมตี มองว่าเป็นการดิสเครดิตทำให้เสียสมาธิในช่วงหาเสียงหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า ถ้าเรานั่งฟังอยู่กับที่ก็ไม่สบายใจ แต่เราลงพื้นที่มีประชาชนมาให้กำลังใจ บอกว่าทำอย่างนี้ดีแล้ว เดี๋ยวเขาก็หยุดไปเอง เดี๋ยวก็แพ้ภัยตัวเอง เราลงพื้นที่ไปเพื่อสื่อสารนโยบาย ไม่ใช่แค่ให้คนเห็นหน้า เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยตั้งคำถามถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้ทันทีจริงหรือ เพราะตอนเป็นรัฐบาลไม่ทำ นายยศชนันตอบว่า เรื่องนี้ทำงานร่วมกับเอกชน การคุยเกี่ยวกับสัมปทานรถไฟฟ้าและมีการบริหารที่ไม่ได้กระทบกระเทือน การเงินภาครัฐ มั่นใจว่าเราทำได้ จริงๆแล้วเราต้องทำสำเร็จตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 แต่เกิดประเด็นทางการเมืองไม่ได้ทำต่อ แต่ตอนนี้เตรียมพร้อมทำต่อแล้วภายใน 3-6 เดือน สามารถเห็นตรงนี้ได้แน่ให้พร “ยศชนัน” นำ พท.แลนด์สไลด์เวลา 08.00 น. ที่ตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายสรวงศ์ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.สระแก้ว พร้อมทีม ผู้สมัคร สส.นนทบุรี ลงพื้นที่เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า มีประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูป และมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจจำนวนมาก มีบางส่วนให้กำลังใจว่าไม่ต้องสนใจผลโพลที่ออกมา เพราะของจริงอยู่ที่ใจ ขณะนี้รัฐบาลเป็นสีเทาและสีดำ อยากให้นำสีขาวเติมเข้าไป พร้อมอวยพร “ให้โชคดี ขอให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน คนจะเลือกยังไงก็เลือกอยู่แล้ว คะแนนมันมุดดินอยู่เยอะ”ชูมัสยิดทุ่งครุปลุกวัฒนธรรมมุสลิมจากนั้นเวลา 10.00 น. นายยศชนันและคณะ ลงพื้นที่พบผู้นำชุมชน พูดคุยประเด็นปัญหาการจราจรที่มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ เขตทุ่งครุ ทันทีที่นายยศชนันและคณะมาถึงมีประชาชนมอบดอกกุหลาบ รวมถึงคล้องพวงมาลัยดาวเรืองให้นายยศชนัน พร้อมแซวว่า “เอาคนหล่อมา ใจจะสลาย” โดยฮัจญีศุกรีย์ สะเร็ม เลขาธิการมัสยิดอัลอิสติกอมะห์ มอบหมวกกะปิเยาะห์ให้กับนายยศชนัน นายยศชนันกล่าวว่า เราให้ความสำคัญกับพหุวัฒนธรรม กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ของทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงการเข้าถึงอาหารฮาลาล หรือการทำสถานที่ราชการให้เหมาะกับทุกคน ทุกวัฒนธรรม เรื่องการท่องเที่ยวของชาวมุสลิม ต้องได้รับความเท่าเทียมทางวัฒนธรรม และควรพยายามหาพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ให้คนรับรู้ประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิม แม้ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ไม่ใช่สิ่งที่มาจำกัดความเท่าเทียมทางศาสนา พรรคเพื่อไทยพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ ที่จะเป็นแนวนโยบายทำให้กับชาวมุสลิม หากมีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย“มาร์ค” บุกเมืองคอนดูแลเกิด–แก่ช่วงเช้าที่ จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป. ด้านยุทธศาสตร์ ร่วมลงพื้นที่ตลาดสดเทวดา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ช่วยนายชาญวัฒนา อิสระวัฒนา ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 9 หาเสียง ท่ามกลางพี่น้องประชาชนมาต้อนรับเนืองแน่น นายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมกลับมารับใช้ประชาชนด้วยนโยบายที่ทำได้จริง โดยเฉพาะการต่อยอดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปรับเพิ่มเป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า ไม่ต้องรอลุ้น มีนโยบายหมัดเด็ดด้านการศึกษาและเด็กเกิดใหม่ ด้วยเงินขวัญถุงเด็กแรกเกิด 65,000 บาทในปีแรก และมีระบบออมเงินให้เด็กจนมีเงินเก็บ 100,000 บาท เมื่ออายุครบ 18 ปี เพื่อสร้างอนาคตให้คนไทยรุ่นใหม่ เรียนฟรี 15 ปี ต้องถูกยกระดับเป็นเรียนฟรีจริงไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงรับหนักใจซื้อเสียงปักษ์ใต้หนาหูต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้ทวีความดุเดือดว่า เรียนตรงๆว่าหนักใจเรื่องการซื้อเสียงที่หนาหูอยู่ แต่พยายามสื่อสารกับทุกฝ่าย และดีใจที่พี่น้องประชาชนเริ่มลุกขึ้นมาพูดเองว่ามันน่าจะพอกันทีกับรูปแบบการเมืองที่เอาเรื่องของเงินมาเป็นตัวชี้ขาด ขอฝากถึงพี่น้องชาวใต้ว่าพรรค ปชป.พร้อมกลับมาเป็นที่พึ่ง และเป็นตัวแทนแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอีกครั้ง เพื่อแก้เรื่องปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะราคายางพารา และราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำมาหลายปี พรรค ปชป.พร้อมจะกลับมา จากนั้นคณะของนายอภิสิทธิ์ขึ้นรถแห่เข้าเขต อ.เมืองนครศรีธรรมราช ช่วยนายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 หาเสียง มีชาวบ้านออกมายืนรอรับขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ระหว่างนั้นมีคุณยายคนหนึ่งที่เดินไม่ไหวนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว ตะโกนจากในรถว่าอยากเจอ ทำให้นายอภิสิทธิ์ลงจากรถวิ่งไปหา ต่างฝ่ายต่างสวมกอดและร้องไห้ด้วยความดีใจ ก่อนจะอวยพรให้นายอภิสิทธิ์ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง“ชวน” กรีด “พิพัฒน์” เลือกปฏิบัติด้านนายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงตอบโต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่พาดพิงไม่มีการพัฒนาจังหวัดภาคใต้ช่วง 30 ปีที่ผ่านมาว่า ไม่ควรใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่โจมตีให้ร้ายใคร นายพิพัฒน์คงหมายถึงตนที่เป็นนายก 2 ครั้ง การพูดว่าหากประชาชนใน 14 จังหวัดช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย จะไปทำงบประมาณมาพัฒนาเรื่องนี้เคยเกิดในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯมาแล้ว เป็นหนึ่งในคนที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ทำให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้รับเลือกจากภาคใต้แม้แต่คนเดียว เพราะเชื่อว่าการเลือกปฏิบัติไม่ยุติธรรม ดังนั้นที่นายพิพัฒน์พูดก็คล้ายกันหมายความว่า ถ้าไม่เลือกเขาก็อาจไม่เอาสิ่งต่างๆ เข้าไปพัฒนา ปัญหาคือเมื่อพรรคภูมิใจไทยเขาพูดแล้วทำ ถ้าไม่เลือกเขาก็ไม่จัดงบประมาณมาให้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรง ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 27หรือไม่เหน็บนั่งเครื่องบินมาดูด สส.ตรังนายชวนกล่าวว่า ถ้านักการเมืองใช้วิธีการนี้ความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมืองจะเกิดขึ้น กลายเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก พื้นที่ที่ไม่เลือกไม่มีการพัฒนา แต่เก็บภาษีเขา เป็นนายกฯมา 2 สมัยไม่เลือกปฏิบัติ “นายพิพัฒน์นั่งเครื่องบินมา จ.ตรัง พบกับผม เพื่อไปหา สส. ได้มา 2 คน ผมไม่ได้พูดอะไร ไม่เกรงใจ ไม่ให้เกียรติชาวตรัง ผมก็ไม่เคยวิจารณ์ แต่การพาดพิงอย่างนี้ส่งผลกระทบต่อการหาเสียง คนจะเข้าใจผิดว่าผมไม่เคยทำอะไรให้จังหวัดตรัง ซึ่งผมได้พัฒนาจังหวัดตรังเหมือนจังหวัดอื่นๆ แต่ไม่อยากให้คนไปเที่ยวตรังแล้วมาด่าว่าเอางบประมาณไปทำบ้านมันคนเดียว จังหวัดตรังยังมีสถานีรถไฟกันตัง มีสนามบินที่สวยที่สุดด้วย ผมยึดหลักว่าเราเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ ต้องไม่มีเจตนาทำเพื่อประโยชน์ในบ้านตัวเองเท่านั้น แต่ต้องทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด นี่เป็นแนวทางที่ผมและพรรคประชาธิปัตย์ยึดปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน”รทสช.ปล่อยคาราวานลุยอีสานที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรค รทสช. พร้อมแคนดิเดตนายกฯอีก 2 คน คือนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง ร่วมปล่อยคาราวานภาคอีสานสู้ศึกเลือกตั้ง ภายใต้แคมเปญ “อีสานต้องดีกว่านี้” นายพีระพันธุ์กล่าวว่า พรรค รทสช.จะปล่อยคาราวานพบประชาชนทุกภาค เริ่มต้นที่ภาคอีสานเคลื่อนขบวน “เบอร์ 6 ไม่โกหก” เพราะทุกอย่างที่พูดแล้วทำจริง ทำแล้วค่อยพูด ภารกิจเร่งด่วนคือลดภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพ เพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชน ถ้าวันนี้มีรัฐมนตรีพลังงานชื่อพีระพันธุ์ แก๊สหุงต้มถังละ 15 กก. เหลือ 423 บาทแน่นอน และเตรียมกฎหมายรถรับจ้างจะมีน้ำมันราคาพิเศษ พร้อมทำทันทีหากได้เป็นรัฐบาลมอง “บิ๊กป้อม” ไขก๊อกไปต่อไม่รอดนายวันชัย สอนศิริ อดีต สว. กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนประกาศวางตัวนายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีต สว. เป็น รมว.ต่างประเทศ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ไม่ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ เพราะนายพิศาลยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งจริง พิจารณาไทม์ไลน์คาดว่ารัฐบาลใหม่จะตั้งได้ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค.2569 หากตั้งรัฐบาลหลัง สว.ปี 2567 เว้นวรรคแล้วก็รับตำแหน่งได้ การประกาศชื่อแต่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งจึงไม่ขัดกฎหมาย ก่อนหน้านี้มีอดีต สว.ประกาศสนับสนุนพรรคการเมือง ขึ้นเวทีต่างๆ โดยไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร หรือสมาชิกพรรคก็ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยของอดีต สว.ที่จะสนับสนุนใคร มองว่าเป็นกลยุทธ์พรรคประชาชน ต้องเฟ้นหาคนมีผีมือทำงานให้เห็นว่าครบเครื่อง หากยึดแต่สมาชิกที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาบริหารบ้านเมืองอาจไปไม่รอด ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คงประเมินแล้วว่าไม่ใช่โอกาสของตัวเอง หากเดินต่ออาจพ่ายแพ้ จึงแขวนนวมวันนี้ดีกว่าให้ผลเลือกตั้งตัดสินความพ่ายแพ้เปิดปาร์ตี้ลิสต์–แคนดิเดตนายกฯที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กรั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ลงนามในประกาศรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประกาศการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี มีพรรคการเมืองที่ยื่นสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 57 พรรค และรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอแต่งตั้งเป็นนายกฯ จำนวน 43 พรรค โดยพรรคที่ยื่นรายชื่อครบ 3 คน คือ พรรคก้าวอิสระ พรรคท้องที่ไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวหน้า พรรคไทยชนะ พรรคไทยธรรม พรรคไทยพร้อม พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชากรไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคแผ่นดินธรรม พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อบ้านเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรครวมพลังประชาชน พรรควิชชั่นใหม่ พรรคใหม่ และพรรคโอกาสใหม่“เรืองไกร” ร้องสอบ “เจษฎ์–ชัยวุฒิ”อีกเรื่องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในฐานะผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ได้ส่งเรื่องถึง กกต. ให้ตรวจสอบนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค ที่ขนทีมผู้สมัคร สส. ไปเต้นหาเสียงบริเวณสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่า เข้าข่ายโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพ หรือการรื่นเริงต่างๆที่อาจฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 73 (3) หรือไม่ และตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมว่ามีทีมผู้สมัคร สส. รายใดร่วมเต้น ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวหรือไม่ ได้ติดตามการหาเสียงของพรรคและผู้สมัครต่างๆมาตลอดช่วงเวลาที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง พบหลายกรณีอาจฝ่าฝืนข้อกฎหมาย โดยกรณีการหาเสียงมีการเต้นท่าเกาหลัง มีอุปกรณ์ประกอบที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย และเผยแพร่ตามสื่อสารมวลชน อีกทั้งวันที่ 4 ม.ค. พรรครักชาติโพสต์คลิปหาเสียงผ่านเฟซบุ๊ก หลังจากนายเจษฎ์และนายชัยวุฒิขนทีมผู้สมัคร สส.สร้างกระแสทางเลือกสู่วัยรุ่นสยามสแควร์ พร้อมผลักดันนโยบายพรรค และรับฟังเสียงสะท้อนคนรุ่นใหม่ การเต้นโดยใช้ไม้เกาหลังประกอบ เมื่อพิจารณาจากมาตรา 73 (3) รวมทั้งความหมายคำว่า “มหรสพ” และรื่นเริงจากพจนานุกรม จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่