เพื่อไทยห่วงสูตร 20 หยิบ 1 เฟ้น กมธ.ยกร่าง รธน.ฯ หลงเหลี่ยม หวยล็อกเสียงข้างมากครอบงำ “จาตุรนต์” ชี้ขาดการคัดกรองจากประชาชนไม่ได้การยอมรับจากสังคม จี้ กมธ.แก้ รธน.ทบทวนวิธีคัดกรอง “กรวีร์” การันตีลงมติวาระ 3 เสร็จทันภายในเดือน ธ.ค.แน่นอน เหลือถกปมคุณสมบัติและข้อห้าม กมธ.ยกร่างฯ “ลิซ่า” แซะคนมีชนักปักหลังพันเว็บพนันกล้าประกาศรอบหน้าเป็นรัฐมนตรี “อนุดิษฐ์” ยัน กธ.ไม่แทรกแซง ปกป้อง “ชนนพัฒฐ์” ถูกสอบเอี่ยวพนันออนไลน์ แต่ต้องมาตรฐานเดียวกันทั้งสภาฯ ตอก สส.ส้มคดีติดตัวมาโจมตีบี้คนอื่นลาออก ไล่กวาดบ้านตัวเองก่อนจากกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา มีมติกำหนดกระบวนการคัดเลือกคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คนโดยรัฐสภา ให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 ให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่ม กลุ่มละ 20 คน เพื่อเสนอชื่อ กมธ.ยกร่างฯ 1 คน ปรากฏพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นห่วงปัญหาหวยล็อกเรียกร้องให้ทบทวน ขณะที่ กมธ.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 จะเสร็จทันภายในเดือน ธ.ค.แน่นอนภท.ชี้ลงมติแก้ รธน.วาระ 3 ทัน ธ.ค.เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้าได้หรือไม่ว่า ยังตอบไม่ได้จะเสร็จเมื่อไหร่ ขณะนี้เหลือพิจารณาเรื่องคุณสมบัติและข้อห้ามของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงวิธีการทำงานร่วมกันของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและ กมธ.รับฟังความคิดเห็น แต่สาระสำคัญได้พิจารณาเสร็จไปแล้ว เชื่อว่าการพิจารณาหลังจากนี้จะเร็วขึ้น เมื่อถามว่าคาดว่าจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญได้เมื่อไหร่ นายกรวีร์กล่าวว่า ช่วงต้นเดือน ธ.ค. แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่า กมธ.จะพิจารณาเสร็จเมื่อไหร่ แต่ยืนยันว่าไทม์ไลน์กรอบใหญ่ทั้งหมด คือเสร็จภายในเดือน ธ.ค. ส่วนการเปิดสมัยวิสามัญจะเป็นวันไหนคงไม่ต่างกันมาก เพราะการลงมติในวาระสามจะทันภายในเดือน ธ.ค.แน่นอนพท.ห่วงสูตร 20 หยิบ 1 เข้าทางข้างมากนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วิธีคัดเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญสูตร 20 หยิบ 1 เป็นปัญหา เมื่อไม่มีการเลือกตั้งของประชาชนมาก่อนตามที่ระบุในร่างพรรคประชาชน (ปชน.) จะได้ กมธ.ไม่หลากหลาย เสียงข้างมากในสภาฯกำหนดตัวบุคคลได้ เดิมร่างพรรค ปชน.กำหนดให้ผู้ต้องการเป็น กมธ.สมัครเป็นบัญชีรายชื่อ เป็นกลุ่มๆใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งให้ประชาชนทั่วประเทศเลือกมาจำนวน 70 คน แล้วให้รัฐสภาเลือกเหลือ 35 คน จึงใช้สูตร 20 หยิบ 1 จะทำให้ได้ กมธ.กระจายตามสัดส่วนสมาชิกรัฐสภา ไม่ให้เสียงข้างมากได้ไปหมด สูตร 20 หยิบ 1 คล้ายวิธีตั้ง กมธ.ในสภาฯที่ให้แต่ละพรรคเสนอตัวแทนตามสัดส่วนจำนวน สส. แต่วิธีปกติในรัฐสภาไม่ได้เปิดรับสมัคร ใช้วิธีแต่ละพรรคเสนอชื่อตามจำนวนที่ต้องการเลย แต่ร่างพรรค ปชน.เอาสูตรนี้มาใช้เลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญโดยให้ประชาชนทั่วประเทศเลือกเหลือ 70 คน ไม่มีใครครอบงำได้ง่ายๆ แต่ขณะนี้การเลือกตั้งดังกล่าวตกไปในชั้น กมธ.หวั่นเป็นหวยล็อกจี้ให้ทบทวนนายจาตุรนต์กล่าวว่า วิธีที่ผ่านการโหวตในชั้น กมธ.ออกมาในรูปแบบที่ขั้นแรกผู้สมัครทั้งหมดที่ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว จะกี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่นคนจะถูกส่งไปในชั้นที่ 2 คือรัฐสภาเลือกเหลือ 35 คน ใช้สูตร 20 หยิบ 1 เมื่อเป็นอย่างนี้สูตร 20 หยิบ 1 อาจไม่ใช่วิธีทำให้ กมธ.มีความหลากหลาย ไม่สามารถป้องกันปัญหา กมธ.ถูกกำหนดโดยฝ่ายเสียงข้างมากของรัฐสภา เพราะไม่มีการคัดกรองจากการเลือกตั้งของประชาชนอาจรู้สึกจะสมัครเป็น กมธ.ยกร่างกันไปทำไม เมื่อ 35 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน อาจมีคนในใจหรือที่ต้องการให้เป็น กมธ.ไปสมัครไว้แล้ว พูดอีกแบบคือเป็นหวยล็อกไปแล้วกลายเป็น 20 เสนอ 1 คล้ายการเลือก กมธ.ในสภาผู้แทนราษฎร การหวังว่าเมื่อเปิดรับสมัครจะมีประชาชนมาสมัครมากๆ เมื่อเป็นแบบนี้จะมีคนมาสมัครหรือ เป็นห่วงวิธีได้มา กมธ.แบบนี้ อาจมีคนมาสมัครน้อยมาก 20 หยิบ 1 จะไม่ได้มีประโยชน์อย่างที่คิด ไม่ทำให้การได้มาของ กมธ.เป็นที่ยอมรับของสังคม ถ้า กมธ.เห็นปัญหาร่วมกัน ต้องช่วยหาทางแก้ปัญหา ถ้าจำเป็นก็ต้องทบทวนวิธีการคัดกรอง “ภัณฑิล” มองสถานการณ์เป็นบวกนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ ให้สัมภาษณ์ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. มั่นใจการลงมติวาระ 3 จะเกิดขึ้นเดือน ธ.ค.ว่า เป็นสิ่งที่เราคุยกันใน กมธ.เกี่ยวกับไทม์ไลน์การทำงาน เช่น 3 วันที่เหลือสัปดาห์หน้าวันที่ 19-21 พ.ย. น่าจะเร่งประชุมพิจารณากันถึงมาตรา 12 จาก 20 กว่ามาตรา ที่เหลือน่าจะไปได้เร็ว เช่น คุณสมบัติต่างๆหวังว่าพรรค พท.คงไม่แย้งมากแล้ว จากนั้นจะเกลาให้ถ้อยคำสมบูรณ์ตามกระบวนการนิติวิธี การแก้รัฐธรรมนูญตอนนี้มองว่าบวก 60-70% เพราะพรรค ภท.กับ สว.บอกตรงๆไม่อยากแตะหมวด 1-2 ไม่อยากให้เลือกตั้งกังวลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่บิดพลิ้ว เขารักษาคำพูด แต่พรรค พท.อาจชั่งใจว่าตัวเองพร้อมขนาดไหน เสียงดีขนาดไหนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะจะถูกตราหน้าเหมือนกันว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจนทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญพัง ตนดักคอเขาไว้ว่าเขาไม่มีเจตนาในการแก้ไข เป็นต้นยอมรับ สว.ปัจจัยยากควบคุมเมื่อถามว่าช่วงท้ายจะมีปัจจัยพลิกผัน ทำให้ไม่ราบรื่นจนเปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญไม่ได้หรือไม่ หลังพรรค ปชน.ขีดเส้นตายต้องเปิดวิสามัญก่อนวันที่ 12 ธ.ค. นายภัณฑิลตอบว่า เป็นการยืนหยัดเจตจำนงที่พรรคเสนอ ยอมรับมีอุปสรรคบ้าง แก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเล็ก ดีดนิ้วแล้วเดินหน้าได้ กระบวนการรัฐสภาเป็นธรรมดา ต้องฟังความเห็นหลากหลาย ยังดีที่เป็นข่าวประชาชนจะได้หันกลับมามอง เรื่องสำคัญ เล่นอะไรกันอยู่นักการเมือง ถ้าเราบิดพลิ้ว เบี้ยว คนไม่เลือกคราวหน้า อีกประเด็น สว.เป็นปัจจัยที่อาจควบคุมไม่ได้ อาจถูกตีตราว่าเป็น สว.สีน้ำเงิน แต่มี สว.อิสระด้วย บางทีไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร คุมได้หรือเปล่า บางฝ่ายบอกสีน้ำเงินเขาคุมได้ บางทีเขาจะพูดนอกสคริปต์ด่ากันทำให้เป็นเรื่อง นี่คือปัจจัยภายนอก พรรค ปชน.ผู้เสนอร่างหลักควบคุมไม่ได้ ส่วนจะไปบอกว่าพรรค ภท.คุมเขาได้ไหมไม่ทราบ ในเชิงนิตินัยมันคุมไม่ได้ แต่พฤตินัยเราไม่รู้เรื่องเขาไปคุยหลังไมค์หรือไม่ ไม่ก้าวล่วง แต่เป็นปัจจัยหนึ่ง“อนุสรณ์” จี้ รบ.เอาไงแน่ภาษีทรัมป์นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวถึงท่าทีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ว่าไม่สนแล้วภาษีขายประเทศนี้ไม่ได้ ไปขายประเทศอื่นว่า กว่าจะถึงวันยุบสภาคงได้ยินนายอนุทินขอโทษคนไทยอีกหลายครั้ง คราวก่อนขอโทษที่พูดว่าไทยรุกล้ำพื้นที่กัมพูชา ระยะเวลาอันใกล้อาจต้องขอโทษที่บอกว่าขายสินค้าให้สหรัฐฯไม่ได้ก็ไปขายที่อื่น ทั้งที่ตอนนายอนุทินไปลงนามถ้อยแถลงเพื่อนำไปสู่สันติภาพไทย-กัมพูชา มีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน เคยเชิดชูการลงนามถ้อยแถลงสันติภาพไทย-กัมพูชา เป็นก้าวประวัติศาสตร์ นับหนึ่งสู่สันติภาพถือเป็นความสำเร็จ แต่หลังเจอปัญหาชายแดน สแกมเมอร์ ทุนเทา-ดำ สินค้าเกษตรตกต่ำ น้ำท่วม หันมาพูดใหม่ว่าไม่สนแล้วภาษีทรัมป์ ขณะที่ รมว.พาณิชย์พูดอีกทางสหรัฐฯเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ประชาชนสงสัยรัฐบาลเดินเกมไหนกันแน่ จะไปขายให้ประเทศไหนทดแทน ดิจิทัลฟุตพริ้นต์ทำงาน คดีพลิกเร็วจนทำคนสับสนว่ารัฐบาลมีแนวทางการสร้างสันติภาพและภาษีทรัมป์อย่างไรแซะฝ่ายค้ำต้องมีส่วนรับผิดชอบนายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า นายอนุทินต้องปรับโฟกัสให้ถูกจุด ตกลงจะให้สหรัฐฯเป็นมหามิตรหรือเป็นศัตรู ทะเลาะกับสหรัฐฯได้คุ้มเสียหรือไม่ รู้หรือยังว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ประชาชนตั้งคำถามถึงภาวะผู้นำที่พูดแล้วอาจชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน อาจนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติได้ พรรคฝ่ายค้ำจะมองว่ารัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรเสียหายก็เป็นสิทธิ แต่ยืนยันว่าตรงกันข้ามกับพรรค พท.ที่เห็นว่ายิ่งนานวันท่าทีย้อนแย้งสับสนนี้ยิ่งก่อให้เกิดความสับสน เหมือนเดินหลงทางกลางพายุวิกฤติศรัทธา พรรคฝ่ายค้ำต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ“ลิซ่า” แซะคนมีชนักกล้าพูดจะเป็น รมต.วันเดียวกัน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กำลังพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ บทสนทนาตอนหนึ่งนายชนนพัฒฐ์บอกว่า “รีบเคลียร์ตัวเองให้จบ ถ้าผมเสร็จรอบนี้ รอบหน้าผมได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว สัญญาว่าจะทำงานอยู่กับชาวบ้านอย่างนี้ตลอดไป อยู่ใกล้ชิดกับทุกคนไม่ทิ้ง และถ้าได้ไปสมัยหน้ารับปากว่ายังจะทำงานแบบนี้แหละ เพราะมันสนุกไปแล้วตอนนี้ มันมีความสุขที่ได้เที่ยว ไปนู่นทีนี่ที”น.ส.ภคมนต์โพสต์ข้อความว่า ท้าทายกันให้สุดๆไปเลยประเทศไทย ขณะที่สังคมกำลังจับตาการสอบเส้นทางเงินของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว แต่เจ้าตัวบอกว่าเคลียร์จบรอบนี้ รอบหน้าเป็นรัฐมนตรีแล้ว ไอยะ!!?? การทุจริตคอร์รัปชันมันเคลียร์ได้มาตลอด รอบนี้คงมั่นใจมันจะอยู่กันยังไง ถ้าคนที่มีชนักติดหลัง กล้าประกาศตัวจะเป็นรัฐมนตรี เอากันใหญ่ประเทศไทย พูดออกมาเหมือนพี่น้องประชาชนพื้นที่เขต 4 สงขลาเป็นสมบัติตัวเองผูกขาดมั่นใจ จัดสรรอำนาจให้ตัวเองเสร็จสรรพกธ.ยันไม่แทรกแซงปม “ชนนพัฒฐ์”น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. กล่าวถึงกระแสสังคมหลังนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรค กธ. ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์จากข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเชื่อมโยงคดีพนันออนไลน์ว่า พรรค กธ.ยืนยันไม่แทรกแซง ไม่ปกป้อง ไม่ขัดขวางการตรวจสอบ พร้อมให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายตรงไปตรงมา นายชนนพัฒฐ์ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการยุติธรรม พรรคจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด หากตรวจสอบแล้วมีความผิดต้องรับผิด แต่หากเป็นผู้บริสุทธิ์ต้องคืนความเป็นธรรมให้เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการยกเว้นให้ใครทั้งนั้น ที่ผ่านมาได้รับคำถามทั้งความรับผิดชอบของพรรค และข้อเรียกร้องให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ต้องลาออก ขอชี้แจงว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ต้องมาตรฐานเดียวกันทั้งสภาฯลั่นต้องมาตรฐานเดียวทั้งสภาฯน.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขอให้สังคมมองภาพใหญ่ด้วยความเป็นธรรม ความสองมาตรฐานทางการเมือง ปัจจุบันมี สส.หลายพรรคทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านที่เคยถูกศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก แต่ยังดำรงตำแหน่งต่อไปได้ บางคนมีคดีติดตัวกลับออกมาเรียกร้องให้นายชนนพัฒฐ์ลาออกทันที เรากำลังใช้มาตรฐานเดียวกันจริงหรือไม่ หากผู้แทนฯที่กำลังต่อสู้คดีตัวเองยังทำหน้าที่ต่อไปได้ ควรใช้กับทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะบางฝ่ายเท่านั้น นี่ไม่ใช่โจมตีใครเป็นพิเศษ ขอย้ำ 3 หลักการสำคัญของพรรคคือ 1.ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกคนต้องถูกตรวจสอบอย่างเท่าเทียม 2.เคารพกระบวนการยุติธรรม คำพิพากษาศาลชั้นต้นหรืออุทธรณ์คือข้อเท็จจริงตามกฎหมาย แม้คดียังไม่ถึงที่สุด ไม่ควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ 3. นักการเมืองต้องเป็นตัวอย่างที่ดี หากจะเรียกร้องให้คนอื่นลาออก ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง การใช้คดีผู้อื่นสร้างประโยชน์ทางการเมืองไม่ควรเกิดขึ้น การยกระดับความเชื่อมั่นสภาฯต้องเริ่มจากตรวจสอบตนเองก่อนจะกวาดบ้านให้คนอื่น สีเขียวก็ไม่เอาสีเทาเช่นกันทสท.ส่ง สจ.กุ๊กไก่ลง สส.หนองบัวฯคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อม น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือจินนี่ คณะทำงานพรรค ทสท. ร่วมลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู พบปะประชาชนรับฟังปัญหา ส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาใหญ่ทั้งการทุจริตในระบบรัฐ ราคายาง ราคาข้าวตกต่ำ ปัญหาความยากจน พร้อมเปิดตัว น.ส.ประภาลักษณ์ สิทธิ หรือ “สจ.กุ๊กไก่” เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.หนองบัวลำภู พรรค ทสท.อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงสนับสนุนล้นหลาม คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวตอนหนึ่งว่า สจ.กุ๊กไก่เป็นคนรุ่นใหม่เติบโตและทำงานอยู่กับพื้นที่มาตลอด รู้ลึกถึงปัญหาและศักยภาพชุมชน มีความรู้ ความสามารถ ได้รับการยอมรับ เป็นคนทำงานจริง เข้าใจคนจริง ช่วยเหลือชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง มีแนวคิดพัฒนาพื้นที่เป็นรูปธรรม ทั้งแผนจัดตั้งโรงสีชุมชนยกระดับราคาข้าว เพิ่มอำนาจต่อรองเกษตรกร ตั้งโรงงานแปรรูปยางพารา แก้ปัญหายางราคาตก สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัด ให้กลายเป็นพลังเศรษฐกิจใหม่ ผลักดันมาต่อเนื่อง ลงพื้นที่จริงเห็นปัญหาจริง ทำงานเคียงข้างชาวบ้านมานาน ไม่ใช่ผู้แทนฯที่มาเฉพาะช่วงเลือกตั้งเป็นความหวังใหม่ของคนในจังหวัด ที่ต้องการผู้แทนที่ ตั้งใจทำงานจริง ไม่ซื้อเสียง ไม่โกง และไม่ทอดทิ้งพื้นที่ลั่นเป็น รบ. 6 เดือนล้างบางคนโกงจบคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า ผู้แทนประชาชนเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นคนดีด้วย ผู้แทนที่ดีจริงต้องไม่ใช่ผู้แทนที่ซื้อเสียง จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าใครมาซื้อเสียงรับเงินไว้ได้ แต่อย่าไปเลือกเพราะเงินซื้อเสียงไม่ใช่เงินจากน้ำใจใคร แต่คือเงินประชาชนที่ถูกโกงไป แล้วนำกลับมาใช้ซื้ออนาคตของประเทศ การซื้อเสียงคือการเปิดทางให้คนไม่ดีเข้ามามีอำนาจ และเมื่อคนไม่ดีได้อำนาจ ประเทศก็ต้องวนอยู่ในวงจรทุจริตซ้ำซาก ประชาชนยากจนลง ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าให้คนเลวมาซื้อประเทศไทยได้สำเร็จและอย่าเลือกคนซื้อเสียงเด็ดขาด เพื่อป้องกันโจรครองเมือง หากพรรค ทสท.ได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าปราบโกงแบบไม่ประนีประนอม ผ่าน 5 มาตรการเข้มข้น ได้แก่ เพิ่มโทษประหารผู้ทุจริตร้ายแรง เปิดทางประชาชน 50,000 รายชื่อร่วมถอดถอนองค์กรอิสระ พร้อมตั้งองค์กรตรวจสอบทุจริตภาคประชาชน ทำงานคู่กับ ป.ป.ช. สตง. ระงับกฎหมายและระเบียบที่ขวางการทำมาหากิน และปรับลดขนาดระบบราชการเพื่อลดงบประมาณรั่วไหล โดยประกาศชัดจะล้างบางคนเลวในระบบราชการและการเมืองให้จบใน 6 เดือน เพื่อเปิดทางให้คนดีทำงานได้เต็มที่ตามพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9แจกเน็ตคนละครึ่งบัตรสวัสดิการรัฐน.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเสนอโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” เข้าที่ประชุม ครม.เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของประชาชนกลุ่มรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านคนทั่วประเทศ อัตราค่าบริการเพียง 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีแล้ว) ได้รับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน ต่อเนื่อง 3 รอบบิล (3 เดือน) ใช้งบฯกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) อยู่ระหว่าง กสทช.เสนอเข้า ครม. คาดว่าจะเปิดให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนได้ภายในปี 68 กสทช.จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อจัดทำแพ็กเกจพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดกกต.ตัดตอน จนท.รับโอนเงินคดีฮั้วสว.วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ถึงการนำเอกสารไปยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษประเด็นกล่าวหาว่าพนักงานสำนักงาน กกต.รายหนึ่งมีพฤติการณ์รับโอนเงินช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.67 เชื่อมโยงการเรียกรับผลประโยชน์คดีฮั้ว สว. ขอชี้แจงพฤติการณ์รับโอนเงินเกิดขึ้นในปี 67 ส่วนคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ถูกแต่งตั้งมา ให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เดือน มี.ค.68 จึงไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อสำนักงาน กกต.ทราบพฤติการณ์ ได้มีคำสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน เพื่อความโปร่งใสและป้องกันมิให้เกิดผลกระทบกระบวนการตรวจสอบ พร้อมแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินการทางวินัย ก่อนมีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์แล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยแผนผังเส้นทางการเงินอ้างเป็นหลักฐานเชื่อมโยงโดยตรงขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว.ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ หลักฐานพุ่งเป้าไปที่พนักงานสืบสวนและไต่สวนประจำ กกต.ชื่อย่อ ส. ถูกกล่าวหาได้รับเงินโอนจากบุคคลเกี่ยวข้องเครือข่ายฮั้ว สว.ในพื้นที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่