ครม.รักษาการถกนัดพิเศษไร้เงา “ก๊วนกล้าธรรม-เฮ้ง” ตั้ง “ภูมิธรรม” ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ หวด ภท.โฆษณาชวนเชื่ออวด 280 เสียงหนุน “เสี่ยหนู” นั่งนายกฯปาดหน้าตั้งรัฐบาลเย้ยฝันกลางวันหรือเปล่า ค่ายส้มยอมรับได้หรือล้มคดีที่ดินเขากระโดง-ฮั้วเลือก สว. แจง พท.แยกกันคุยหลังบ้านชัดก่อน ค่อยไปเทียบเชิญเป็นทางการ ขึงขังถือดาบยุบสภาแต่ยังไม่ใช้ “สรวงศ์” รับมีงูเห่าเลื้อยข้ามขั้ว ยัน พท.คุยนอกรอบก่อนเจรจาเป็นทางการ ไม่รับปากชุ่ยๆ ภท.ปิดเกมไว “อนุทิน-ธรรมนัส” ถกปิดดีลตอนดึก กธ.ร่อนแถลงการณ์มติพรรคเอกฉันท์อุ้ม “เสี่ยหนู” นั่งนายกฯร่วมรัฐบาลค่ายสีน้ำเงิน ภท.โชว์ภาพปิดจ๊อบชื่นมื่น “เท้ง” ยัน ปชน.ยังไม่เลือกใคร ขีดเส้นประชุม สส. 1 ก.ย.เคาะตัวเลือก ใครไม่มาเจรจาทางการไม่รับดีล“ธนาธร” รับ “ทักษิณ” เจรจาโหวตหนุน “ชัยเกษม”หลังจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินเกมเร็วดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) และ สส.กลุ่ม 18 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขอเสียงสนับสนุนจากพรรค ประชาชน (ปชน.) ชิงประกาศจัดตั้งรัฐบาลเกิน 280 เสียง ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุพรรค ภท. โฆษณาชวนเชื่อเกินจริงถก ครม.รักษาการไร้เงาก๊ก “กธ.—เฮ้ง”เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อแต่งตั้งเลขาธิการนายกฯที่ว่างลง มีชื่อ นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกฯ และมีคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ปฏิบัติราชการแทนนายกฯ และคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนัก นายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและประธานในคณะกรรมการต่างๆ ตามระเบียบสำนักนายกฯ บรรยากาศการประชุมค่อนข้างเงียบเหงา รัฐมนตรีร่วมประชุมบางตา แจ้งลาประชุม 7 คน คือ 1.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ 2.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข 3.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง 4.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ 5.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรฯ 6.นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และ 7.นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกฯ โดย รมต.ที่มีไปจับมือกับพรรค ภท.ตั้งรัฐบาล ทั้งกลุ่มพรรค กธ.ลายกทีม รวมทั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ แกนนำกลุ่ม 18มติ ครม. “อ้วน” ทำหน้าที่แทนนายกฯต่อมาเวลา 10.44 น. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม. ว่า การที่นายกฯพ้นจากตำแหน่งด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ยังรักษาการ ครม.ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ กรณีเช่นนี้กำหนดว่ากรณีที่ไม่มีนายกฯ และรองนายกฯ ขอให้ ครม.มีมติแต่งตั้งรองนายกฯท่านใดท่านหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ครม.จึงมีมติแต่งตั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกฯ และ แต่งตั้งให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นเลขาธิการนายกฯ และ ครม.มีมติแนะนำ ครม.ที่รักษาการอยู่ว่าให้ทำหน้าที่เหมือน ครม.ปกติ เพียงแต่เรื่องใดที่เป็นนโยบายที่อาจผูกพัน ครม.ในอนาคตให้ชะลอไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ทำหน้าที่ได้ตามปกติทั่วไปยุบสภาเป็นความเห็นทาง ก.ม.เมื่อถามว่าที่ประชุมได้หารือแนวทางการยุบสภาหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ไม่ได้หารือกัน หารือเฉพาะเรื่องจำเป็นต้องทำ กรณีเลขาธิการกฤษฎีกาเห็นว่านายกฯรักษาการไม่มีอำนาจยุบสภา อย่าเพิ่งไปพิจารณาเลยเป็นความเห็นทางกฎหมาย อาจเห็นแตกต่างกัน ขณะนี้กำลังฟอร์มตั้ง ครม.กันอยู่ ไม่ควรไปพูดเรื่องการยุบสภาให้เขาทำกันให้สำเร็จไปก่อน ไม่สำเร็จค่อยว่ากันอีกที“ภูมิธรรม” อัด ภท.โฆษณาชวนเชื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประกาศตั้งรัฐบาลว่า ไม่เป็นไรให้ประกาศไป แต่มีอะไรมัดใจได้ถึงกล้าประกาศเช่นนั้น บอกมีตัวเลข 280 มีเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) เขาถาม ปชน.แล้วหรือยัง ปชน.ยังไม่ได้บอกว่าจะจับมือกับ ภท. เพียงแต่เสนอเงื่อนไขมา ยังไม่ปิดเงื่อนไข ระหว่างพรรค พท.กับพรรค ภท.ใครเหมาะสมมากที่สุด การประกาศ 280 เสียงทั้งที่พรรค ปชน.ยังไม่ประกาศชัดเจนถือเป็นโฆษณาชวนเชื่อ ปชน.ยังต้องใช้เหตุใช้ผลเต็มที่ ข้อเสนอพรรค ปชน.เสนอมาพรรค พท.ไม่มีอะไรขัดข้อง ทั้งเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ การทำประชามติพรรค ปชน.คุยกับพรรค พท.ง่ายกว่าพรรค ภท. สื่อไปถามพรรค ปชน.ดู วันที่ 29 ส.ค. น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า พูดแล้วว่าอยากให้ลืมอดีตให้เอาเรื่องนี้ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา พรรค พท.ไม่ได้ปฏิเสธ เมื่อถามย้ำว่าที่บอกเริ่มคุยกันแล้ว จะไปเทียบเชิญเป็นทางการหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า การเมืองต้องคุยให้จบก่อนการส่งเทียบเชิญถือเป็นที่หลังสุด ประกาศตรงนั้นเสนอชื่อนายกฯได้เลย ตอนนี้ความคืบหน้าไปได้ดีพอสมควรแล้วฝันกลางวันยอมหรือเขากระโดง—ฮั้ว สว.เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรค พท.พูดคุยกับพรรค ปชน.แล้วหรือยัง นายภูมิธรรมตอบว่า ตอนนี้เริ่มติดต่อกันบ้างแล้ว ปัญหาประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ แล้วพรรค ปชน.ลงรอยกับพรรค ภท.หรือ วันนี้พรรค ภท.พูดได้ทุกเรื่องเพราะมีเรื่องที่ตัวเองต้องจัดการ เขาห่วงใยมากด้วย ทั้งเขากระโดง ฮั้ว สว. พรรค ปชน. ยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้หรือ เมื่อถามว่าพรรค ภท.ตั้งโต๊ะแถลงข่าวประกาศพร้อมเป็นนายกฯแล้ว แต่พรรค พท.ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมเสียง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่ เข้าใจผิดแล้ว พรรค ภท.พยายามประกาศตัวเองเพื่อดึงคนอื่น แต่เราเป็นรัฐบาลมีอำนาจเต็ม ไม่ว่าโยกย้ายข้าราชการ จ่ายงบฯฉุกเฉิน เราทำได้หมด รวมถึงการยุบสภา พรรค ภท.ประกาศบนความว่างเปล่ามันตั้งได้หรือ ต้องให้หัวหน้าพรรค ภท.นั่งคิดมากๆก่อนว่าพูดอะไรออกมา ถ้าเลื่อนลอยความเชื่อถือคุณจะมีหรือไม่ พรรค พท.ได้รับมอบหมายให้ดึงคนเข้ามาให้มากขึ้น พรรคร่วมฯพูดกันจับมือกันชัดเจนแล้ว พรรค ภท.ฝันกลางวันหรือไม่ขึงขังมีอำนาจยุบสภาแต่ยังไม่ใช้เมื่อถามว่า พรรค กธ.ยังร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้เหมือนการล้างแล้วไปคุยกันใหม่ คนที่พรรค ภท.บอกจะไปร่วมยังไม่มีใครตัดสินใจ พรรค พท.และพรรคร่วมฯเมื่อวันที่ 29 ส.ค. จับมือกันให้เห็นชัดเจน อยู่ในขั้นตอนจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้กำหนดต้องใช้วันเวลาเมื่อไหร่จะยื่นให้สภาฯพิจารณา อำนาจการยุบสภาไม่ต้องหารือใน ครม. ถ้าเราจะยุบเราก็ยุบเลย ใครขัดข้องไปฟ้องได้ไม่มีปัญหาอะไร เป็นกระบวนการสร้างข่าว ทำให้รู้สึกว่าไม่แน่ใจ รู้สึกว่ารัฐบาลมีปัญหา แต่ยืนยันไม่มีปัญหา การตั้งรัฐบาลยังไม่จบง่ายๆ ยุบสภายังไม่ตัดสินใจอะไรเป็นประโยชน์ที่สุด หากต้องยุบสภาก็ยุบ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูด เอาตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน แก้ปัญหาประเทศให้ได้ ยืนยันวันนี้ยังไม่มีการยุบสภา ระยะเวลาใกล้ๆนี้ยังไม่ยุบ ต้องแก้ปัญหาจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยคุยหลังบ้านชัดค่อยไปหารือเป็นทางการเมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะไปพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บ่ายวันที่ 30 ส.ค. ที่โรงแรมคอนราด นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้เป็นคนพูดและไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่รู้ข่าวมาจากไหน ตอนนี้พวกเรากำลังทำงานอยู่ มีคณะประสานพูดคุยกัน มีบางส่วนพูดคุยไปบ้างแล้ว แต่การจะเปิดการพูดคุยอย่างเป็นทางการ คงต้องให้การพูดคุยหลังบ้านได้ข้อสรุปชัดเจนก่อน ขั้นตอนขณะนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะความคิดอุดมการณ์ ของพรรค ปชน.และ พท.ไม่ได้ต่างกันมากนักไม่ขัดถามแก้ รธน.พ่วงประชามตินายภูมิธรรมกล่าวว่า สิ่งที่พรรค ปชน.อยากให้มีการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยให้มี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งและให้ยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปัญหาของการเมืองไทยคือรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ทำให้ระบบการเมืองผิดเพี้ยน การจะแก้ปัญหานี้ต้องรีเซตระบบการเมืองใหม่ทั้งระบบ เราจึงเห็นด้วยต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรค แต่การแก้โดย ส.ส.ร.ต้องใช้เวลา จึงเสนอว่าการทำประชามติที่จะถามแก้ รัฐธรรมนูญ อยากให้เพิ่มเติมไปว่าระหว่างรอ ส.ส.ร.ให้ใช้รัฐธรรมนูญ 40 ที่ทุกฝ่ายมองตรงกันว่าเป็นประชาธิปไตย ที่สุดมาใช้ไปพลางก่อนจะดีหรือไม่ รวมถึงการยุบสภา ภายใน 4 เดือนไม่ใช่ปัญหาหากเดินหน้าได้ยุบก่อน 4 เดือนยังได้เลย เราไม่ขัดข้อง ที่กลุ่มการเมืองบางส่วนไม่สบายใจเรื่องเอ็มโอยู 43, 44 ให้นำเรื่องนี้เข้าไปไว้ในประชามติให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะยกเลิก หรือไม่ ยุติความขัดแย้งของคนในชาติ“สรวงศ์” รับมีงูเห่า พท.เลื้อยข้ามขั้วนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรค พท.กล่าวถึงกรณีที่มี สส.เพื่อไทยไปปรากฏตัวที่พรรค ภท.สนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลว่า เมื่อช่วงเช้าได้พูดคุยกันในกลุ่มแล้ว เข้าใจเหตุผลแต่ละคน ยอมรับว่ามีไปบางส่วน เข้าใจได้ จำนวนยังไม่ทราบ พยายามคุยกันอยู่ให้ยึดมั่นอุดมการณ์ และจุดยืนพรรค การเป็นพรรคใหญ่คงทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ บางคนอาจน้อยใจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนกระโดดออกจากพรรคหรือมีงูเห่า เข้าใจได้แต่พยายาม ทำความเข้าใจคนที่มีใจอยู่กับพรรค หัวหน้าพรรคยังชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตรซุ่มคุยหลังบ้านดีล ปชน.ไม่รับปากชุ่ยๆนายสรวงศ์กล่าวอีกว่า ส่วน 3 ข้อเสนอของพรรค ปชน. พรรค พท.คุยกันแล้วก็ยินดี แต่ สส.หลายคนแสดงความเห็นแตกต่างกันพอสมควร แต่จะลองดูเพราะยังมีเวลาพูดคุย ใครสนิทสนมกับใครก็พูดคุยกัน เป็นการพูดคุยหลังบ้านว่าทำตามข้อเสนอได้หรือไม่ เราไม่ได้รับปากแบบชุ่ยๆ ถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้มันเสีย ไม่ใช่สิ่งที่เสนอมาเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องรู้ว่าทำได้แค่ไหน เช่น การแก้รัฐธรรมนูญไปย้อนดู พรรคใดขัดขวาง ไม่ใช่ว่าอยากเป็นจนรับปากแล้วเป็นไปไม่ได้ 4 เดือนไม่เสร็จ อาจต่อรองเป็น 6 เดือน เมื่อถามว่าจะไปเจรจากับพรรค ปชน.เป็นทางการหรือไม่ นายสรวงศ์ตอบว่า มีการพูดคุยหลังบ้าน หากวันใดเรียบร้อย เป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้ จะไปเทียบเชิญขออย่างเป็นทางการ ย้ำว่าทุกอย่างที่เราตัดสินใจ ต้องเป็นไปได้ เมื่อถามว่าช่วงที่พรรค พท.ข้ามขั้ว เคยบอกแนวทางพรรคก้าวไกลเดิมไปด้วยกันไม่ได้ นายสรวงศ์ตอบว่า หากย้อนกลับไปจริงๆเป็นน้ำเดียวกัน แต่ถูกแยกโดยเหตุการณ์การเมืองบังคับให้เป็น แบบนั้น เรามีจุดยืนเดียวกันคือคงไว้ซึ่งประชาธิปไตย“ประเสริฐ” ขออย่าด่วนสรุป ภท.ตั้ง รบ.ได้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเสียงมั่นใจว่ามีเสียงเพียงพอ เมื่อ วันที่ 29 ส.ค. ยังเป็นพรรครวมรัฐบาลเดิมอยู่ ส่วน พรรค กธ.ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวด้วย ทราบว่าติดประชุม พรรค ที่พรรค ภท.ประกาศตัวเลข 288 เสียงจัดตั้งรัฐบาล อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าฝั่ง ภท.มีตัวเลขดังกล่าว เพราะพรรค ปชน.ยังไม่ได้ตอบรับเป็นทางการแล้วทึกทักเอาเองว่าเอาไปรวมแล้ว พรรค กธ.ก็ยังไม่ได้ตอบรับ ตัวเลขนี้ยังสรุปไม่ได้ ยังมั่นใจว่าพรรค พท.รวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ ชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เหลือเป็นแคนดิเดตนายกฯอยู่คนเดียว ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลมอบหมายให้พรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น่าจะเป็นไปตามนั้น ที่ปรากฏภาพนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรค พท.ไปนั่งแถลงที่พรรค ภท. อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าจะมี สส.ตามที่นายศักดิ์ดาอ้าง การตัดสินใจของนักการเมืองไม่ง่ายอย่างที่นายศักดิ์ดาคิดบอกดีเอ็นเอ พท.—ปชน.ใกล้เคียงกันนายประเสริฐกล่าวว่า เงื่อนไขพรรค ปชน.ต้องคุยในรายละเอียด แต่ไม่ได้ติดขัดอะไรขึ้นอยู่ถ้าดูดีเอ็นเอของพรรค ปชน.และพรรค พท.ไม่ห่างกันมาก มีลักษณะใกล้เคียงกันอยู่ นโยบายหลายอย่างสอดคล้องคล้ายคลึงกันอยู่หลายเรื่อง ตอนต้องแยกกันมันมีเหตุจำเป็นตามระบอบประชาธิปไตยชี้ “จึงรุ่งเรืองกิจ” คุยกันง่ายกว่านายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ทีมพรรค พท.กำลังรวบรวมเสียง ทิศทางการเมืองคงเหมือนเดิม เราต้องรวบรวมเสียงให้ได้แค่นั้นเอง เมื่อถามว่าการที่นายสุริยะไปพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นามสกุลเดียวกันจะทำให้การพูดคุยง่ายขึ้นและเอนเอียงมาทางพรรค พท.ได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คงจะคุยกันได้ง่ายกว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายก และ รมว. คมนาคม แกนนำพรรค พท. กล่าวว่า การรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลให้รอฟังจากนายภูมิธรรม เมื่อถามว่านายสุริยะยังอยู่กับพรรค พท.ต่อหรือไม่ นายสุริยะตอบว่า เกิน 100% เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามักมองเมื่อนายสุริยะไปอยู่ฝ่ายใดจะเป็นรัฐบาลเสมอ ครั้งนี้มั่นใจพรรค พท.จะได้เป็นรัฐบาลต่อหรือไม่ นายสุริยะตอบว่า ยังมั่นใจ พรรค พท.ทำเพื่อประชาชนแกนนำ สส.กาญจน์ฯชี้เป็นไปไม่ได้นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม แกนนำ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรค พท. ไปร่วมสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค ภท. อ้างมีเสียง สส.ในมือกว่า 10 เสียงว่า ยังไม่ได้คุยกับนายศักดิ์ดา แต่ยืนยันว่า สส.กลุ่ม จ.กาญจนบุรียังอยู่ครบ ยกเว้นนายศักดิ์ดาที่อ้างว่ามีเสียง สส.ในมือกว่า 10 เสียงคงเป็นที่อื่นจริงๆ เป็นข่าวมาแล้วแต่จะจำนวนเท่าใด ไม่มีอะไรแน่ชัด เชื่อว่าไม่น่าเป็นไปได้“งูเห่า” ทยอยออกกลุ่มไลน์ สส.เพื่อไทยผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พท.ว่า มีความเคลื่อนไหวของ สส.พรรค ที่จะไปสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. เป็นนายกฯ ตามที่นายศักดิ์ดากล่าวอ้างในการแถลงข่าวกับพรรค ภท. เมื่อวันที่ 29 ส.ค. โดยนายศักดิ์ดาถูกดีดออกจากกลุ่มไลน์ สส.พรรค พท. ขณะที่มี สส.เริ่มทยอยออกจากกลุ่มไลน์ สส.พรรค อาทิ นายประเสริฐ บุญเรือง สส.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.สุรพล บุญมา สส.นครนายก นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ และนางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร รายชื่อเหล่านี้ สส.ในพรรคทราบดีแล้วถึงท่าทีที่เปลี่ยนไป เพียงแต่รอจังหวะเวลาเมื่อถึงจังหวะโอกาสเหมาะสมจึงตัดสินใจ“เฉลิมชัย” นัดถก กก.บห. 31 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีมีกระแสข่าวว่าพรรค ภท.ทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงกระแสข่าวที่ว่า สส.พรรค ปชป. 4 คนไปสนับสนุนพรรค ภท. โดยนายเฉลิมชัยกล่าวเพียงสั้นๆว่า วันที่ 31 ส.ค. พรรค ปชป.จะประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เวลา 15.00 น.“เดชอิศม์” รับมีติดต่อข้ามขั้วแต่ไม่ไปนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย เลขาธิการ พรรค ปชป. กล่าวถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลว่า “ยังหนึ่งเดียว” เมื่อถามว่ามีการติดต่อมาจากขั้วตรงข้ามบ้างหรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า มีบ้าง เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันจะยังคงอยู่กับฝั่งพรรค พท.ใช่หรือไม่ นายเดชอิศม์กล่าวว่า อยู่ฝั่งนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์“ชัยชนะ” ยันไร้ สส.เมืองคอนร่วม ภท.นายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข รอง หัวหน้าพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีพรรค ภท. มาทาบทาม เข้าใจและไปต่อตามชื่อหัวหน้าพรรค รายงานว่า สส.พรรค ปชป.ย้ายไปแล้ว 4 คน 1 ในนั้นเป็น สส.นครศรีธรรมราช ไม่ทราบว่าเป็นใคร ขอยืนยัน สส.นครศรีธรรมราช ไม่มีแน่นอน ขออย่าไปเอ่ยชื่อใคร พรรค ปชป.ยังอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม เมื่อถามว่า อยู่ครบ 21 เสียงใช่หรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เป็นไปตามมติพรรค ขณะนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว กรณีนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.พรรค ปชป. นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และ สส.พรรค ปชป.ที่ไปแสดงตัวร่วมกับพรรค ภท. ต้องไปสอบถามนายนิพนธ์เอง ได้สอบถามนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาอะไร การโหวตนายกฯ เป็นเอกสิทธิ์ สส.อยู่แล้ว แต่มติของพรรคต้องมี เข้าใจและไปต่อ“ทวี” ยัน ปช.อยู่ฝั่งเพื่อไทยตั้ง รบ.ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวถึงการจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) จัดตั้งรัฐบาลว่า ยืนยันยังอยู่กับฝั่งพรรค พท.ไม่มีเปลี่ยนแปลง และให้พรรค พท.รวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่าหากพรรค พท.ไม่สามารถรวบรวมเสียงได้ มีแผนสำรองหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า พรรค พท.มั่นใจว่ารวบรวมเสียงได้ เมื่อถามย้ำว่าหากไม่ได้แล้วต้องเป็นฝ่ายค้านจะทำอย่างไร พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เราก็เคยเป็นฝ่ายค้านแล้ว“จตุพร” ปัดตอบหาก ภท.ตามจีบด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไร หากพรรค ภท.ทาบทามพร้อมจะร่วมงานหรือไม่ว่า ยังไม่รู้เลย ตอบไม่ได้ เมื่อถามว่ามีสิทธิ์จะโอนเอียงไปทางภท.หรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า รู้จักกันหมดเลยไม่มีปัจจัยอะไรทั้งสิ้น ตอนนี้ไม่ได้มีอะไร และไม่ได้คิดอะไรเลย เมื่อถามว่า ทิศทางการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร จะลงในนามพรรคหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ก็เราเป็นนักการเมือง เมื่อถามว่าจะเป็นพรรคใหม่หรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า แน่นอนเพื่อโอกาสใหม่ๆให้คนไทย“ปกรณ์” ชี้รักษาการนายกฯยุบสภาไม่ได้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) กล่าวถึงอำนาจของนายกฯรักษาการ ยุบสภาได้หรือไม่ว่า เคยเผยแพร่ไปว่าเป็นอำนาจเฉพาะตัวตามหลักความไว้วางใจของนายกฯในระบบรัฐสภา ความเห็นส่วนตัว เห็นว่าทำไม่ได้ อันนี้ตามตำราว่ามา เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลประกาศยุบสภาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ต้องพิจารณาให้รอบคอบและเป็นความรับผิดชอบดุลพินิจของรัฐบาลที่จะพิจารณา แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่ามีทั้งทำได้และทำไม่ได้ อันไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ อย่าให้ไปกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท เพราะพระองค์ท่านไม่เกี่ยวกับการเมือง นี่เป็นหลักทั่วไปอยู่แล้ว เวลาจะทำอะไรคนที่เสนอขึ้นไปจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดเรียกตำแหน่ง ครม.ไม่ต้องรักษาการนายปกรณ์กล่าวว่า การเรียกตำแหน่งรัฐมนตรี ยังใช้ปกติอยู่เหมือนเดิม เราน่าจะคุ้นกันแล้ว เพราะเป็นแบบนี้กันมาหลายครั้ง ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯเมื่อ ครม.สิ้นสุดลงทั้งคณะ ขออธิบายให้ชัด ครม.รักษาการตอนนี้ เนื่องจากความเป็นนายกฯ สิ้นสุดเป็นการเฉพาะตัว ครม.จึงต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ ครม.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมี ครม.ใหม่ กรณีนี้ต่างจากกรณีการยุบสภาหรือสภาฯสิ้นอายุลง ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ หากเป็นช่วงเวลานั้น ครม.รักษาการจะทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ 3-4 ประการ แต่ต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน แต่ ครม.ชุดปัจจุบันไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น อำนาจยังเต็มเหมือนปกติ จึงขอให้เข้าใจตรงกัน ไม่อยากให้พูดกันไปคนละทางสองทาง ประชาชนจะสับสน“วันนอร์” ประเมิน 6 เดือนได้ เลือกตั้งใหม่ที่หอประชุมมูลนิธิมะทา จ.ยะลา พรรคประชาชาติ (ปช.) จัดประชุมใหญ่สมัยวิสามัญ ประจำปี 68 มีวาระตั้งตัวแทนประจำจังหวัดและคณะกรรมการเพื่อสรรหาผู้สมัคร สส. โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯขึ้นเวทีกล่าวถึงทิศทางการเมืองของพรรคเป็นภาษาท้องถิ่น จากนั้นนายวรวิทย์ บารู สส.ปัตตานี พรรค ปช.ให้สัมภาษณ์ว่า นายวันมูหะมัดนอร์พูดถึงสถานการณ์การเมืองหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกฯ ว่า ตามประสบการณ์การเมืองหลายปีเชื่อว่าจะมีเลือกตั้งภายใน 5-6 เดือน ไม่ว่าพรรคใดมาเป็นรัฐบาล คงเป็นไปตามที่พรรค ปชน.ตั้งเงื่อนไขไว้ว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาอยู่ 4 เดือนก่อนยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ การฟอร์มรัฐบาลรอบนี้ ส้มกับแดงเป็นไปได้มากกว่าส้มผสมกับน้ำเงิน เพราะมีประเด็นข้ามขั้ว ที่ผิดวิถีทางทางการเมือง ยากจะทำงานร่วมกันได้กธ.ร่อนแถลงการณ์ชู “หนู” นั่งนายกฯอีกด้าน เมื่อเวลา 15.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกแถลงการณ์ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับ สส.ร่วมกันพิจารณารับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทุกท่าน เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินการของพรรค พิจารณาข้อเสนอของพรรค ภท. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พรรค กธ.จะลงมติในการประชุมสภาฯสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯคนที่ 32 เนื่องด้วยสถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้จำเป็นต้องมีฝ่ายบริหารมาขับเคลื่อน และแก้ปัญหาให้ประชาชนทุกด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ปัญหาสังคมด้านต่างๆอย่างเร่งด่วน ไม่สามารถประวิงเวลาไปได้อีกภท.รับจุดยืนแก้ ก.ม.ไม่กระทบสถาบันพรรค กธ.ได้แสดงจุดยืนพรรคให้กับพรรคภท.ทราบคือ 1.พรรค กธ.ยึดถือ 3 สถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หากมีการเสนอแก้กฎหมายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับต่างๆต้องไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เด็ดขาด ต้องดำรงคงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรกว่า 30 ล้านคนในประเทศ ด้วยการปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเหนือผลประโยชน์ของกลุ่มทุน โดยพรรค ภท.ยอมรับเงื่อนไขของพรรค กธ. และขอให้ร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้กติกาของระบอบรัฐสภา การตัดสินใจครั้งนี้ยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์การเมือง ทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ ขาดทิศทางการพัฒนา และนโยบายที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องได้ ณ วันนี้ไทยจำเป็นต้องมีกลไกของฝ่ายบริหาร ที่ต้องเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนานาประเทศอย่างเร่งด่วน ในช่วงวิกฤติของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในครั้งนี้“อนุทิน–ธรรมนัส” ชื่นมื่นจับมือตั้ง รบ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกวันที่ 29 ส.ค. หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. แถลงจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่พรรค ภท.ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แกนนำกลุ่ม 18 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภายหลังนายอนุทินไปที่พรรค กธ.ทาบทามให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคและแกนนำพรรค กธ.ต้อนรับ ต่อมาช่วงดึกวันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานพรรค กธ. นางนฤมลและนายไผ่ได้ไปที่พรรค ภท.พูดคุยต่อถึงการร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท.และสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ล่าสุดวันที่ 30 ส.ค. เวลา 15.55 น. พรรค กธ.จึงออกแถลงการณ์มีมติเอกฉันท์ สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯคนที่ 32 พรรค ภท.จึงเผยแพร่ภาพการหารือร่วมกันอย่างชื่นมื่นปชน.ยังไม่เลือกใคร ถก สส.เคาะ 1 ก.ย.เมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงแรมคอนราด Bangkok นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน.แถลงจุดยืนการจัดตั้งรัฐบาลว่า การเจรจาต่อรอง ดีลลับแลกตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ ขอปฏิเสธไม่มีทั้งสิ้น ไม่รับการเจรจาใต้โต๊ะหรือหลังบ้านพรรคปชน.ยังไม่ได้ตัดสินใจทางหนึ่งทางใดว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯคนต่อไป การตัดสินใจต้องใช้จากผู้บริหารพรรคและที่ประชุม สส. ที่จะประชุมวันที่ 1 ก.ย.ช่วงบ่าย การให้ข่าวช่วงสถานการณ์ ณ ตอนนี้ มีการปล่อยข่าวโคมลอยต่างๆนานาช่วงชิงความได้เปรียบ ไม่ว่าใครพูดอะไรกันหลังบ้าน ไม่ถือว่าเป็นการประกาศรับข้อเสนอ ตราบใดที่ไม่ได้เข้ามาคุยอย่างเป็นทางการที่พรรค ขั้นตอนขณะนี้ยังไม่อยากประเมินว่าใครจริงใจมากน้อยกว่ากัน ทุกพรรคมีโอกาสเท่าๆกัน เราไม่มีธงล่วงหน้าว่าจะเลือกใคร ทุกคนโอกาสเท่ากัน ตราบใดแสดงเจตจำนงชัดเจนและยุบสภา 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย พร้อมจัดทำประชามติในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยย้ำไม่เอา “ลุงตู่” ขู่ ภท.เบี้ยวยื่นซักฟอกนายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า พวกเราประเมินฉากทัศน์ทุกอย่างรอบด้าน แต่ยังไม่ตัดสินใจใดๆ นำข้อเสนอที่ได้รับเข้าสู่ที่ประชุม 1 ก.ย. ส่วนถ้าเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าพรรค ปชน.ไม่โหวตให้แน่นอน เมื่อถามถึงบรรยากาศการหารือกับพรรค ภท.ค่ำวานนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า บรรยากาศที่พูดคุยกันให้เกียรติกันในฐานะนักการเมือง ตนและผู้บริหารพรรคจะเชื่อใจพรรค ภท.ได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย การใช้จำนวนเสียง สส.ในฐานะพรรคฝ่ายค้านไม่ร่วมรัฐบาล แปลว่ากรอบเวลา 4 เดือน ถ้าดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเห็นว่าไม่สมควร หรือมีความพยายามไปทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง เราพร้อมใช้จำนวนเสียงในสภาฯที่มี ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที เมื่อถามว่าหากพรรค พท.ตัดสินใจยุบสภาฯ เรื่องการตีความว่านายกฯรักษาการมีอำนาจยุบสภาฯหรือไม่นั้น หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า การตีความกฎหมายต่างๆ คงไปตีความหน่วยงานที่วินิจฉัย แต่ให้ความเห็นก็คือ วัตถุประสงค์หรือความจริงใจในการยุบสภาฯของพรรค พท. ถ้าจริงใจคงไม่ต้องรอถึงวันนี้“ธนาธร” รับ “ทักษิณ” ดีลโหวต “ชัยเกษม”ต่อมาหลังหัวหน้าพรรค ปชน.แถลงข่าวเสร็จ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีกระแสข่าวการหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เจรจาพรรค พท.และพรรคปชน.ร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยนายธนาธรเดินเข้ามาในวงสัมภาษณ์หยอกล้อนักข่าวว่า “หนียังไงก็หนีไม่พ้น มามอบตัวเองเลย” แล้วตอบถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อเช้าวันนี้มีโอกาสคุยกับนายทักษิณ นายทักษิณได้ติดต่อมาเพื่อมาขอคุยตั้งแต่วานนี้ได้ปรึกษาหารือกรณีพรรค ปชน.ยกมือสนับสนุนนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรค พท.ให้เป็นนายกฯคนต่อไปได้หรือไม่ ได้ตอบว่าพรรค ปชน.มีจุดยืนชัดเจน แถลงจุดยืนเรื่องนี้มา 2 เดือนแล้วคือ TOR หรือเงื่อนไขการยกมือสนับสนุนผู้ใดผู้หนึ่งเป็นนายกฯ โดยเงื่อนไข 2 ข้อนี้คือ 1.ยุบสภาฯภายใน 4 เดือน 2.จัดทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จในช่วงเวลาดังกล่าว นี่คือสิ่งที่บอกนายทักษิณไปปัดไม่ได้คุยกับ “สุริยะ–พงศ์กวิน”เมื่อถามถึงเรื่องรายละเอียดการโหวต นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะได้คุยกับนายทักษิณบอกไปว่าพรรค ปชน.มีเงื่อนไขชัดเจน ขึ้นอยู่กับพรรค พท.พิจารณาว่าจะยอมรับเงื่อนไขพรรค ปชน.ได้หรือไม่ ถ้าพรรค พท.ยอมรับเงื่อนไขได้ ก็ไม่ต้องมาคุยกับตน ไปคุยกับพรรค ปชน.ได้เลย เข้าใจว่าหัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ไปแล้วสักครู่ว่าพรรค พท.ยังไม่ได้ติดต่อมาอย่างเป็นทางการมาที่พรรค ปชน. เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ มาติดต่อเพื่อดีลให้โหวตนายกฯจากพรรค พท. นายธนาธรกล่าวว่า ด้วยความเคารพ นายสุริยะเป็นอาและนายพงศ์กวินเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้ง 2 ท่านในฐานะญาติ แต่เรื่องปัญหาบ้านเมือง ไม่ได้ใช้จุดนี้มาคุยกัน ไม่ได้รับการติดต่อทั้งจากนายสุริยะและนายพงศ์กวิน4 เดือนยุบสภาถ้าตั้งใจจริงคงพอเมื่อถามถึงเงื่อนไขการโหวตนายกฯคนใหม่ นายธนาธรกล่าวว่า หัวหน้าพรรค ปชน.ตอบคำถามไปชัดเจน เมื่อถามว่า 4 เดือนน้อยไปหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เข้าใจว่าพรรค ปชน.คงคำนวณมาแล้วว่าภายใน 4 เดือน มีเจตจำนงหรือความตั้งใจจริง คงเพียงพอให้เกิดประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 กลุ่ม ตอนนี้ไม่ว่ากลุ่มพรรค ภท. ปชน.และ พท.ไม่มีกลุ่มไหนรวมเสียงข้างมาก ไม่มีกลุ่มไหนฟอร์มรัฐบาลได้ ต้องสื่อสารประชาชนตรงไปตรงมา เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ คืนอนาคตให้ประชาชนตัดสิน สมเหตุสมผลที่สุด อธิบายให้ประชาชนฟังว่านี่คือทางเลือก ที่สมเหตุสมผลที่สุด ส่วนจะเลือกอย่างไร ต้องดูว่าพรรคไหนมีโอกาสทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้จริงที่สุด ไม่ว่าพรรค ภท.หรือเพื่อไทย พรรค ปชน.พร้อมรับฟังข้อเสนอสว.ลงมติงบรายจ่าย 69 วันที่ 2 ก.ย.นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า ที่ประชุมวุฒิสภายังนัดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 69 วันที่ 1-2 ก.ย. แม้ขณะนี้รัฐมนตรีจะมีสถานะเป็นผู้รักษาการ จะมานำเสนอเนื้อหาและชี้แจงคงไม่ติดปัญหาอะไร จะชี้แจงได้ทุกประเด็นเพราะเป็นผู้ทำงบฯปี 69 ขณะนี้ มี สว.ลงชื่ออภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ 60-70 คน ใช้เวลาอภิปรายคนละ 10 นาที อาจใช้เวลาพิจารณา 2 วัน เมื่ออภิปรายครบถ้วนแล้วจะลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ย.“ศรีฯ” บุก ป.ป.ช.จี้ลงดาบสอง “อิ๊งค์”นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.ย. เวลา 10.00 น. จะถอดคำพูดคำต่อคำของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง “ฮุน เซน” ไปมอบให้ ป.ป.ช. เพื่อเร่งรัดให้ชี้มูลความผิด และส่งศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษตามมาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 แห่ง พ.ร.ป.ป.ป.ช.2561 โดยเร็ว จะถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ชี้มูลความผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.68ม็อบรวมพลังฯต้านนายกฯเพื่อไทยเมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะแกนนำคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ แถลงข่าวจัดการชุมนุมใหญ่ขึ้นวันที่ 31 ส.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป นายจตุพรกล่าวว่า การพ้นตำแหน่งของ น.ส.แพทองธาร ไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนหน้า หากยังคงให้พรรค พท.ส่งแคนดิเดตนายกฯต่อไป ย่อมไม่ต่างอะไรจากการสืบทอดอำนาจของกลุ่มการเมืองเดิม จะนำไปสู่การถูกต่อต้านจากสังคม นายกฯคนใหม่ต้องไม่มาจากพรรค พท.เด็ดขาด หากแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด2 ต้องยกเลิก MOU 43, 44 ต้องยกเลิกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ที่ขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์จาก 30 ปี เป็น 99 ปี ต้องยกเลิกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่อนุญาตให้มีกาสิโนและต้องยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่