จากวันนี้ (จันทร์ที่ 25 ส.ค.2568) ไปถึงวันศุกร์หน้า (29 สิงหาคม 2568) ก็เหลืออีกเพียง 4 วันเท่านั้น ที่เราจะรู้กันว่า “ชะตากรรม” ของท่านนายกฯแพทองธาร ชินวัตร จะออกมาอย่างไร? ได้อยู่เป็นนายกฯต่อไป หรือ “ต้องหยุด” เพียงเท่านี้ พร้อมโอกาสที่จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปตลอดชีวิตเว้นเสียแต่ว่าท่านจะตัดสินใจลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยความที่มีหลายๆฝ่ายเสนอแนะไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้อนาคตทางการเมืองของท่านต้องสิ้นสุดลงขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร? แต่ถ้าดูจากกระแสข่าวในสื่อมวลชนต่างๆ ดูเหมือนว่าท่านนายกฯและพรรคเพื่อไทยยังมีความเชื่อมั่น และพร้อมจะเดินหน้าต่อโดยส่วนตัวผมเองอยากให้ท่านลาออกครับ เพราะผมมองว่าถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้ท่านชนะ แต่ความเชื่อมั่นในตัวท่าน ณ นาทีนี้จากประชาชนทั่วไป จะไม่เหลืออยู่มากนักไม่ใช่เพราะการแก้ปัญหาชายแดนกัมพูชา จนพลาดพลั้งตกเป็น เครื่องมือ ของ 2 พ่อลูก ฮุน เซน–ฮุน มาเนต เท่านั้นแต่เป็นเพราะฟอร์มในการบริหารบ้านเมืองของท่านในทุกๆเรื่อง นับแต่เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเอาชนะใจคนไทย กลุ่มใหญ่ได้เลย โดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางไปจนถึงกลุ่ม ปัญญาชนการสื่อสารที่เข้าใจยากของท่าน การพูดจาปราศรัยที่ดูเหมือนพูดตามบทเท่านั้น และต้องอาศัยที่พึ่งทางใจ อันได้แก่การยก “ไอแพด” ขึ้นอ่านตลอดเวลานั้น เป็นจุดอ่อนอย่างยิ่งของท่านนายกฯดังนั้น แม้ท่านจะสามารถเอาตัวรอดมาได้จากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การ “บริหารประเทศ” โดยรวมในระยะต่อไปของท่านก็จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะจะเกิดการประท้วงไม่เห็นด้วย จนแทบไม่มีเวลาแก้ปัญหาด้าน “เศรษฐกิจ” ที่ใหญ่หลวงที่สุดของประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมาการ “ลาออก” ของท่านไม่เพียงแต่จะช่วย “เซฟ” ตัวท่านเองเท่านั้น ยังจะเป็นการช่วย “เซฟ” ประเทศไทยของเราให้สามารถฟันฝ่าปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่หลวงครั้งนี้ไปได้ก็มีประเด็นที่ถกเถียงกันว่า ถ้าท่านนายกฯอิ๊งค์ลาออกก่อนจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะดูจากรายชื่อแคนดิเดตที่เหลือ ซึ่งมีสิทธิจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น ก็แทบไม่มีใครน่าประทับใจเลยแม้แต่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีบางฝ่ายเรียกร้อง แต่ในความเห็นของผม ซึ่งใครที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด คงทราบดีว่าในยุคที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกฯนั้น ผมจะเขียนให้กำลังใจท่านมาตลอด แต่ด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ ผมก็มองว่าท่านไม่เหมาะสมเราเข้าสู่ยุคที่โลกให้การยอมรับระบอบประชาธิปไตย และรังเกียจเผด็จการ--ถึงอย่างไร “ลุงตู่” ท่านก็ถูกตีตราว่าท่านมาจากระบอบเผด็จการ--หากจะขอใช้บริการท่านอีกก็จะก่อปัญหาการต่อต้านจากนานาชาติในโลกยุคใหม่ค่อนข้างมากดังนั้นในความเห็นของผม หากนายกฯอิ๊งค์ตัดสินใจลาออกก่อน ก็ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ลองหารือกันไปก่อนว่าจะเลือกใครที่มีสิทธิ ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาทุกประการ...แม้จะได้คนไม่ถูกใจผมก็ยินดียอมรับแต่ทางออกที่ดีทางหนึ่งก็คือการ “ยุบสภา” ครับ--จัดทัพมาสู้กันใหม่เลย พร้อมกับหาคนเก่งคนดีมาเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคต่างๆให้มากกว่าคราวที่แล้วนี่คือวิถีปฏิบัติในระบอบประชาธิปไตยที่นักประชาธิปไตยทั้งโลกยอมรับเมื่อการบริหารประเทศเจอทางตัน ทางออกที่ดีที่สุดคือ “ยุบสภา”อย่าไปคิดว่าจะแพ้พรรคโน้นพรรคนี้เลยครับ มาถึงช่วงเวลานี้ผมว่าไม่มีใครได้เปรียบใคร เพราะพรรคที่เคยมาแรงแซงทางโค้งก็โชว์ให้เห็นแล้วว่ามีข้อผิดพลาดและบกพร่องอยู่ไม่น้อย คะแนนนิยมวูบลงค่อนข้างมากยุบสภาเลยดีกว่าช่วงนี้กระแส “ฝ่ายขวา” กำลังมาแรงไม่รีบยุบตอนนี้จะไปรอตอนไหนล่ะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม