“ภูมิธรรม” จี้สภาทนายความ สอบมรรยาทพ่วงจริยธรรม “ทนายเขากระโดง” ข่มขู่-ก้าวร้าว-หยาบคาย เต้นผางสั่งสอบอ้างผู้ว่าฯสงขลาแทงหนังสือเวียน 16 นายอำเภอจัดคิวคอยรับ-ส่ง “เดชอิศม์” เจ้าตัวลั่นไม่เคยสั่งให้ใครมาต้อนรับ ไม่เคยขอกาแฟใคร เน้นงานเป็นหลัก พ่อเมืองสงขลาโบ้ยหนังสือปลอม ไม่เคยเซ็นคำสั่ง จี้หน่วยงานใต้สังกัดตรวจสอบใครคนปลอมแปลง “วันนอร์” บี้ ปชน.เปิดชื่อคนซื้อตัว สส. 10 กิโล “วิสุทธิ์” ท้าแน่จริงต้องแจ้งความ “ชัชวาล” เอาจริง แจ้งความเอาผิดคนซื้อโหวต เช็กพร้อมเพย์รู้ชื่อ-นามสกุล-ภูมิลำเนาหมดแล้ว ไล่ไทม์ไลน์คาบเกี่ยวช่วงปรับ ครม.พอดี เลขาฯ สมช.ไปแจงศาล รธน. ด้วยตัวเอง คดีคลิปเสียง “อิ๊งค์-ฮุน เซน” ม็อบนัดชุมนุมหน้ารัฐสภา 21 ส.ค.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เต้นสอบถามปลัดกระทรวงมหาดไทย แจงหนังสือเวียนผู้ว่าฯ สงขลา สั่งนายอำเภอจัดเวรคอยรับ-ส่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ เจ้าตัวปฏิเสธไม่เคยสั่งให้ใครมาต้อนรับ เน้นการทำงานเป็นหลักจี้สอบมรรยาท “ทนายเขากระโดง”เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มอบหมายนายภาคิน จินาภักดิ์ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสอบสวนมรรยาททนายความ ให้ตรวจสอบมรรยาทนายทิวา การกระสัง ทนายความผู้รับผิดชอบในคดีพิพาทที่ดินเขากระโดง กรณีนายทิวาแถลงเรื่องที่ดินเขากระโดงโจมตีนายภูมิธรรม นายภาคินกล่าวว่า การยื่นเรื่องมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของนายทิวา ที่อาจเข้าข่ายขัดต่อมรรยาททนายความ และจริยธรรมแห่งวิชาชีพ โดยเฉพาะการใช้ถ้อยคำข่มขู่ ก้าวร้าว และหยาบคายต่อนายภูมิธรรม ถือเป็นการกระทำที่ผิดมรรยาท ทนายความ ยืนยันไม่ใช่การปิดกั้นทางการเมือง แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อให้ทนายความทุกคนตระหนักถึงการใช้คำพูดที่รอบคอบ และไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นสบายๆถูกร้องปล่อยกัมพูชารุกรานที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมืองขอนแก่น แจ้งความตำรวจขอนแก่น ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เอาผิดกรณีปล่อยให้กัมพูชารุกรานประเทศไทยว่า ไม่เป็นไร เขาก็เคยเป็นนักการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแต่ไม่ได้เสียงอะไรเลย ว่าไปตามกฎหมาย ถ้าคิดว่าไปแจ้งความแล้วตำรวจรับทำคดีส่งเรื่องมาศาล ศาลเรียกก็ไป สบายๆ คิดว่าตอนนี้สังคมไทยมีเรื่องที่ต้องไปทบทวนกฎหมายอีกหลายอย่างเช่นกัน ไม่ใช่อยู่ๆใครนึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ให้กระบวนการยุติธรรมว่าไปเลย ไม่มีปัญหาอะไรสั่งสอบหนังสือเวียนรับ “เดชอิศม์”นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณี ผวจ.สงขลา ทำหนังสือเวียนถึงนายอำเภอในจังหวัด ให้จัดคิวมาคอยรับ-ส่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย เวลาลงพื้นที่ จ.สงขลาว่า สอบถามไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะนโยบายของตนพูดชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องมาเดินตาม ที่ผ่านมาจะเห็นว่าไม่มีใครมาเดินตามเหมือนสมัยก่อนที่เดินตามกันเป็นขบวน มีเฉพาะคนที่มีงานต้องคุยแค่นั้น ทำให้ดูแล้วเรื่องนี้ได้สอบถามไปที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการชี้แจงว่ามีคนทำหนังสือขึ้นมาถึง ผวจ.สงขลา แต่ ผวจ.ไม่ได้เซ็น เสร็จแล้วมีการสแกนขึ้นมา ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งไปแล้วว่าให้ไปตามหาให้ได้ และชี้แจงกลับมา เรื่องนี้ปลัดฯรับไปดำเนินการหาข้อสรุป และรายงานมาให้ทราบเจ้าตัวลั่นไม่เคยสั่งใครมาต้อนรับนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กชี้แจงหลังมีกระแสข่าว ผวจ.สงขลา ทำหนังสือด่วนให้นายอำเภอในจังวัดสงขลาสลับสับเปลี่ยนมาอำนวยความสะดวกต้อนรับนายเดชอิศม์ระหว่างลงพื้นที่ว่า “ตำแหน่งแค่หัวโขนชั่วคราว ผมคือ “นายกชาย” คนเดิม ไม่ชอบให้ใครมาต้อนรับแบบเอิกเกริก เอาเวลาไปทำงานดีกว่า เว้นจากมีข้อราชการมาหารือผมเท่านั้น เน้นการทำงานเป็นหลัก ไม่เคยสั่งให้ใครมาต้อนรับ ไม่เคยขอกาแฟใคร ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอครับ”ผู้ว่าฯสงขลาโบ้ยหนังสือปลอมนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา ให้สัมภาษณ์ ยืนยันไม่เคยลงนามหนังสือคำสั่งราชการ ให้นายอำเภอรับ-ส่งนายเดชอิศม์ หรือเตรียมอาหารว่างที่ห้องรับรอง ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เมื่อวานติด 3 ภารกิจ มีข้อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ชอบธรรม และต้องให้หน่วยงานที่ออกหนังสือตรวจสอบว่ามีการปลอมแปลงหนังสือคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ ใครเป็นคนออก เมื่อไม่ได้เซ็นก็ถือว่าเป็นโมฆะ จะให้สมบูรณ์ก็ต้องให้ตนรับรองว่าสั่งการจริง ส่วนจะดำเนินคดีเอาผิดหรือไม่ ต้องดำเนินการตามระบบราชการ ขณะนี้ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบหน่วยงานไปตรวจสอบแล้ว แต่วิธีการนี้ไม่ใช่วิธีที่ตนปฏิบัติ ถ้าจะสั่งนายอำเภอจะผ่านปลัดจังหวัด ไม่ผ่านสำนักงานจังหวัด ยืนยันไม่มีความขัดแย้งกันในฝ่ายบริหารจังหวัดสงขลา เพราะไม่เคยมาปฏิบัติงานที่สงขลามาก่อน ไม่มีลูกน้องคนใกล้ชิด หรือมีความขัดแย้ง และไม่ใช่การหวังผลตำแหน่งทางบริหารงานหรือการเมือง ยืนยันว่าสามารถตรวจสอบได้ ไม่หนักใจอ้างสั่งการ 16 นอภ.จัดเวรต้อนรับสำหรับหนังสือที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลอ้างว่าเป็นคำสั่งการของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา ลงเป็นหนังสือด่วนที่สุดถึงนายอำเภอเมืองสงขลา เรื่องขอความอนุเคราะห์อำนวยความสะดวก จัดเตรียมอาหารว่าง เครื่องดื่ม และเจ้าหน้าที่ ร่วมส่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ที่เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่ จ.สงขลา กำหนดเดินทางกลับ กทม. ในวันที่ 18 ส.ค.เวลา 08.25 น.ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีลายเซ็นรับรอง ระบุวันที่ออกเอกสาร 17 ส.ค.2568 นอกจากนี้ยังมีหนังสือเวียนถึงนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ให้จัดคิวมาคอยรับ-ส่ง รมช.มหาดไทย ที่สนามบินหาดใหญ่เป็นรายสัปดาห์อีกด้วย สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง“วันนอร์” ย้ำวิป รบ.คุมองค์ประชุมที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีเสียง สส.ฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำว่า เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะทำให้องค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง หากมีการประสานงานที่ดี ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น สส.ของรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน การประชุมสภาก็ดำเนินต่อไปได้ เมื่อถามย้ำว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ผ่านไปได้ราบรื่น เพราะเป็นเรื่องของงบประมาณ หากเป็นกฎหมายอื่นอาจมีปัญหา นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายใด หากมีการตรวจสอบองค์ประชุมก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม เพราะรัฐบาลก็มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จะมากหรือน้อย หากมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งเป็นองค์ประชุมและลงมติได้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการชิงปิดประชุมสภา นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า หากองค์ประชุมไม่ครบก็ต้องปิดประชุม เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ หากรัฐบาลต้องการให้กฎหมายผ่าน ก็ต้องดูแลสมาชิกให้เกินกึ่งหนึ่ง จะมากหรือน้อยก็ได้บี้ ปชน.เปิดชื่อคนซื้อตัว สส.10 กิโลผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวซื้อตัว สส. 10 กิโล นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า อยากให้เปิดเผย ไม่อยากให้อ้ำอึ้ง เพราะเป็นภาพที่ไม่ดีต่อ สส. หากไม่กล้าเปิดเผยก็ควรเปิดเผยต่อวิปหรือแกนนำได้ ตนยินดีรับข้อมูลนี้มาตรวจสอบให้ เพราะไม่อยากให้สภามีข่าวเช่นนี้ บางครั้งก็ไม่จริง เป็นการพูดโดยขาดความรับผิดชอบ เมื่อถามว่าหากมีตัวตนของคนซื้อจริง จะมีการตรวจสอบใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัด นอร์ตอบว่า หากมีหลักฐานยื่นมาเป็นเอกสาร มีตัวตนของผู้ยื่นสามารถรับผิดชอบได้ก็ยินดีตรวจสอบ เพราะแหล่งข่าวจริงหรือไม่จริงเราไม่รู้ สส.หลายคนก็อยากให้เปิดเผยและตรวจสอบผู้ที่อ้างว่ามีโทรศัพท์มา หากตรวจสอบเจอก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย“วิสุทธิ์” ท้าทายให้ไปแจ้งความ ตร.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านแฉมีการซื้อตัว สส. 10 ล้านบาทแลกกับโหวตกฎหมายสำคัญว่า คนที่อ้างเรื่องนี้ต้องทำหลักฐานให้ชัดเจน อย่าทำให้ลึกลับ ให้ไปแจ้งความตำรวจ หรือดีเอสไอ ติดตามว่าใครเป็นคนโทร.มาติดต่อ อยากเห็นเหมือนกัน อย่ามาพูดสองแง่สามง่ามให้คนคิดมาก ดูแล้วแปลกคิดค่าตัวแพงเกินไป ขอท้าให้ไปแจ้งความดำเนินคดี ถ้าเป็นคนของรัฐบาลพร้อมจะรับผิดชอบ ถ้าไม่กล้าไปแจ้งความจะพาไปเอง พูดแล้วต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง เรื่องเลอะเทอะอย่างนี้ไม่มีใครเชื่อปิดช่องเปลี่ยนนายกฯ พลิกขั้ว รบ.นายวิสุทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม คดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 ส.ค.ว่า สส.พรรคเพื่อไทยไม่มีใครกังวลหรือหวั่นไหว ทุกคนกำลังใจดี เชื่อมั่นสิ่งที่นายกฯพูดเป็นการรักษาผลประโยชน์บ้านเมืองด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม ไม่ต้องมีแผนสำรอง หากเกิดอะไรขึ้นนายกฯก็ยังเป็นคนของพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยยังอยู่ ไม่ต้องกังวล คนอื่นรอไปก่อน และไม่กลัวจะมีการเปลี่ยนขั้ว ทุกวันนี้ยังอยู่กันได้แม้เสียงปริ่มน้ำ เมื่อถามว่าไม่มีโอกาสเปลี่ยนนายกฯเป็นคนที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ตอบว่า ไม่มี วันนี้พรุ่งนี้ก็ยังยืนยัน สิ่งที่ กังวลมากที่สุดคือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดี และการดึงพรรคภูมิใจไทยกลับมาคงเป็นไปได้ยาก วันนี้ไม่ได้คิดเปลี่ยนตัวนายกฯ ไม่อยากให้ไปฟังคนที่ปลุกกระแสที่ไม่ใช่สื่อจริง ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ส่วนการวิเคราะห์ว่าแม้นายกฯจะรอดหรือไม่รอดคดี ก็อยู่ต่อยากนั้น ยืนยันไม่ยาก ไม่ผิดจะกลัวอะไร อย่าไปสร้างกระแสให้วุ่นวาย“ชัชวาล” แจ้งเอาผิดคนซื้อโหวตผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันที่ 18 ส.ค.นี้ จะเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเอาผิดกับเบอร์โทร.ปริศนาที่มาขอซื้อเสียงโหวตร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ และจะมอบหลักฐานคลิปเสียงที่มีทั้งหมดประกอบการแจ้งความ ให้นำบุคคลดังกล่าวมาลงโทษตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 144 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 176 ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 18 ส.ค. นายชัชวาลให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า คุยกับทีมกฎหมายพรรคตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อนแล้ว ต้องดำเนินการแจ้งความเอาผิด 2 มาตรา วันนี้ได้เข้าไปแจ้งความแล้วที่ สภ.น้ำพอง ที่หลายคนท้าทายว่าไม่กล้าแจ้งความ เราเปิดเผยได้หมด ต่อไปเป็นเรื่องของฝ่ายสอบสวน เราอยากให้สอบสวนเรื่องนี้ และยินดีให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานในอนาคตรู้ชื่อ—นามสกุล—ภูมิลำเนาแล้วนายชัชวาลกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ที่ให้สัมภาษณ์ ไม่เคยกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของฝ่ายรัฐบาลเลย ยังมองว่าอาจเป็นพฤติกรรมการล่อซื้อเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือฝ่ายค้าน แต่ไม่ว่าจะเป็นการซื้อจริงๆ หรือล่อซื้อ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นต้องมีผู้ได้ประโยชน์ “พอเป็นเรื่องตามกระบวนการแล้ว ก็คงมีการไล่เช็กได้ เพราะตอนนี้เราทราบเบอร์โทรศัพท์ ทราบชื่อจริง นามสกุลจริง ทราบภูมิลำเนาคนคนนี้แล้วว่าคือใคร วันนี้ผมจะเอาข้อมูลไปแจ้งความ โดยในส่วนที่อาจเช็กได้ต่อไป คือห้วงวันที่ 22 มิ.ย. ที่สุภาพสตรีท่านนี้มีการพูดคุยกับนายวีรนันท์ ฮวดศรี สส.ขอนแก่น พรรค ปชน. อีกคน และห้วงวันที่ 23 มิ.ย. ที่คุยกับผม มีเบอร์โทร.หญิงดังกล่าวนี้ โทร.ไปหาใครบ้าง โดยเบอร์โทร.ที่เขาโทร.มาไปผูกกับเบอร์พร้อมเพย์ เราลองใส่เบอร์โทร.ของเขาเข้าไปในการโอนเงินพร้อมเพย์ ก็ขึ้นชื่อ นามสกุล”ไล่ไทม์ไลน์คาบเกี่ยวช่วงปรับ ครม.นายชัชวาลกล่าวว่า ถ้าไล่เรียงดูช่วงวันที่ 22-23 มิ.ย. เป็นช่วงกำลังเปิดประชุมสภาฯพิจารณาเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตามด้วยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ทั้ง 2 พ.ร.บ.นี้มันจี้คอหอยอยู่ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชาติ ประกาศต่อสังคมว่าไม่เอา เป็นไปได้หรือไม่ว่าเสียงรัฐบาลเริ่มจะไม่พอ เลยต้องมาหาเสียงทางฝ่ายค้านเพิ่มเพื่อการันตีว่า 2 ร่าง พ.ร.บ.จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง มีการย้ำขอคำตอบภายใน 2 วัน ถ้าเลยไปถือว่าดีลจบคำพูดเขายังบอกว่า ต้องการรวบรวมคนก่อนที่โผ ครม.ใหม่จะออก ตั้งแต่เกิดเรื่องประสานไปที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. เป็นคนแรกเลย มีแชตส่วนตัวตลอด รับรู้ทุกอย่างรวมถึงแจ้งหัวหน้าพรรค เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ป้องกันตัวเอง ถามว่าทำไมไม่เปิดเผยตั้งแต่แรก เพราะเราไม่รู้ตัวตนคนนี้ว่าคือใคร ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร จึงเก็บข้อมูลไว้รอดูสถานการณ์ เลยยังไม่เปิดเผยในช่วงนั้นเลขาฯ สมช.ไปชี้แจงศาล รธน.เองขณะที่นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ เรียกไปไต่สวนในฐานะพยาน คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว. วัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 21 ส.ค.ว่า จะเดินทางไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง เมื่อถามว่าเตรียมคำชี้แจงอย่างไรไว้บ้าง นายฉัตรชัยตอบว่า ต้องรอฟังวันนั้นนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า ต้องรอซักถามนายกฯว่าจะไปให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญเองหรือไม่ทสท.ชี้โพลสะท้อนการเมืองเหลวนายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลว่า สะท้อนความล้มเหลวของการเมืองไทยปัจจุบัน ที่ประชาชนผิดหวังรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งต่อฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ความผิดหวังที่ผ่านมามักเกิดจากปัญหาทุจริตและเศรษฐกิจ แต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 ความผิดหวังกลับมาจากการที่ฝ่ายการเมืองผิดคำสัญญา ทำให้ประชาชนหมดสิ้นศรัทธา แม้จะเลือกตั้งด้วยความหวัง แต่เพียงสองปีกว่า ความหวังกลับพังทลายเพราะ นักการเมืองขาดความสุจริต ถึงเวลาที่ทุกพรรคต้องทบทวนตัวเอง พรรคไทยสร้างไทยมีการปรับทิศทางเน้นผลักดันการเมืองไทยไปสู่การเมืองที่สุจริต ตรงไปตรงมา และเน้นนโยบายที่ทำได้จริง พร้อมเชื่อว่าประชาชนต้องการความจริงใจในการทำงานมากกว่าคำสัญญาที่ไร้ความรับผิดชอบกกต.แจงคืบหน้าร้องคดีเลือก สว.วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและสำนวนเรื่องคัดค้านการเลือก สว. ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ มีสำนวน 601 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 555 เรื่อง แบ่งเป็นพิจารณาคำร้อง 277 เรื่อง สั่งไม่รับคำร้องหรือรวบรวมเป็นข้อมูล 143 เรื่อง มี 132 เรื่องยกคำร้องหรือสั่งยุติเรื่อง และมีการสั่งนับคะแนนใหม่ 2 เรื่อง ส่วนคำร้องที่มีการวินิจฉัยชี้ขาดสำนวน 278 สำนวน แบ่งเป็นให้ยกคำร้อง 245 สำนวน โดยเป็นการสั่งระงับสิทธิ 2 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 11 สำนวน ยื่นคำร้องต่อศาล 20 สำนวน มีเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 46 เรื่อง มี 4 สำนวน ที่สำนักงาน กกต. สรุปสำนวนจัดทำความเห็นต่อเลขาธิการ กกต. และอีก 36 สำนวน อยู่ระหว่างเสนอเข้าวาระการประชุม กกต.ม็อบนัดชุมนุมหน้ารัฐสภา 21 ส.ค.ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แกนนำคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ นายแก้วสรร อติโพธิ นายสมชาย แสวงการ นายพิชิต ไชยมงคล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ร่วมแถลงข่าวจัดกิจกรรม “แสดงพลังปกป้องอธิปไตยไทย” บริเวณด้านหน้ารัฐสภา ในวันที่ 21 ส.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จับตาญัตติด่วนในสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544 ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นต้นตอของปัญหาข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในพื้นที่ทางบกบริเวณปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่มีทรัพยากรพลังงานมหาศาล นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ใช่เพื่อป่วนหรือเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง แต่เพื่อเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลและทุกพรรคการเมือง แสดงความจริงใจ และตระหนักว่าเอ็มโอยู 43—44 มีผลกระทบต่อประเทศจริง และเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยู 43—44พบนอมินีต่างชาติ 4.6 หมี่นบริษัทช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามของนายชูชีพ เอื้อการณ์ สว. เกี่ยวกับปัญหาการค้าปลีกข้ามชาติ และการค้าศูนย์เหรียญที่นักลงทุนต่างชาติใช้ช่องทางกฎหมายมาหากินบนแผ่นดินไทย ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ชี้แจงว่า จากการตั้งคณะกรรมการปราบปรามนอมินีนักลงทุนต่างชาติช่วง 8-10 เดือนที่ผ่านมา พบธุรกิจกว่า 46,000 บริษัทเข้าข่ายนอมินี เพราะกฎหมายกระทรวงพาณิชย์บอบบาง ต้องทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ขณะนี้ ปปง.เตรียมผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับนอมินีให้เป็นกฎหมายเข้ามูลฐานความผิดยึดทรัพย์ เหมือนกฎหมายฟอกเงิน ฝาก สว.ให้ร่วมกันผลักดัน เพราะมีประโยชน์กับคนไทย กระทรวงพาณิชย์ทำระบบจับตาความเคลื่อนไหวบัญชีธุรกิจของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนซ้ำซ้อน เช่น เจ้าของคนเดียวกัน 10-20 บริษัท ที่อยู่เลขเดียวกัน ส่งกรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี ขณะที่ร้านค้าศูนย์เหรียญนั้น ต้องตรวจสอบเอาผิด ยึดสินค้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ใช่แค่ปรับ ถ้าโทษเบาบางคนทำผิดจะไม่กลัว กระทรวงพาณิชย์ไม่สนับสนุนทุนต่างชาติเอาเปรียบคนไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่