เมื่อวานผมเขียนเรื่องจากข่าวที่ว่า “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านเซ็นยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 490/2501 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2501 ไปเรียบร้อยแล้วแต่เพราะในคำสั่งฉบับใหม่ของบิ๊กอ้วนเขียนเอาไว้สั้นๆแบบรู้กันเองเฉพาะภายใน ทำให้คนอ่านคำสั่งนี้แล้ว บังเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ไปตามๆกันด้วยในคำสั่งมหาดไทยดั้งเดิมที่ลงนามไว้โดย จอมพลประภาส จารุเสถียร ตั้งแต่ครั้งยังเป็น พลเอกประภาส มาเป็น มท.1 ยุคแรกๆ มีวัตถุประสงค์ที่ดีมาก คือ สั่งห้ามมิให้มีการออกใบอนุญาตให้มีการเล่น พนันไพ่โป๊กเกอร์ และ ไพ่เผ โดยสิ้นเชิง ซึ่งพลเอกประภาสเห็นว่า เป็นการพนันที่ร้ายแรงและมีการเล่นได้เสียกันมากการที่ “บิ๊กอ้วน” มาออกคำสั่งยกเลิกคำสั่ง “บิ๊กตุ๊” เมื่อ 67 ปีที่แล้ว จึงเท่ากับว่าเป็นการปลดล็อก...สามารถยื่นขออนุญาตเล่นไพ่โป๊กเกอร์และไพ่เผได้แล้วใช่หรือไม่?จากนั้นก็มีการตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า นี่เป็นการที่จะเดินไปสู่การเล่นพนันเสรีอะไรหรือเปล่า?ผมเองในตอนแรกๆก็พลอยสงสัยไปด้วย แต่ตอนดึกได้อ่านโพสต์ของเลขานุการ รมว.มหาดไทย ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ จึงเข้าใจมากขึ้นว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไรสรุปก็คือการยกเลิกคำสั่งมหาดไทยยุคพลเอกประภาส (ยศขณะเซ็น) ก็เพื่อเปิดโอกาสให้แก่การเล่นโป๊กเกอร์ ซึ่งในช่วงหลังๆนี้มีการยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่งถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะให้การยอมรับ เพื่อเปิดให้มีการจัดการแข่งขันโป๊กเกอร์ได้ โดยวางกรอบไว้เฉพาะที่เป็นกีฬาเท่านั้น ผมเองไม่เห็นด้วยกับการพนันโดยเสรีอยู่แล้ว และพร้อมจะค้านเต็มที่ แต่เมื่ออ่านโพสต์ของท่านเลขาฯก็เข้าใจ และเห็นด้วยว่า หากทำตามกรอบที่จะกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดก็สมควรดำเนินต่อไปเพราะมีผู้เรียกร้องที่จะก่อตั้งสมาคมกีฬาโป๊กเกอร์มาหลายปีแล้ว แต่ติดขัดด้วยคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ไม่เปิดช่องให้ขณะเดียวกันบ้านเราก็มีนักเล่นโป๊กเกอร์เก่งๆหลายคน เขาว่าฝีมือระดับเอเชียเลยทีเดียว เช่น “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม เจ้าตำรับเทศกาลดนตรี บิ๊กเมาเทน ที่แฟนเพลงรู้จักดี และ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ฯลฯ เป็นต้นแต่ก็คงต้องขอฝากข้อสังเกตไว้ด้วยว่า ขอให้เน้นเฉพาะ“โป๊กเกอร์” เท่านั้น อย่ารวม “ไพ่เผ” เข้าไปด้วยก็แล้วกันที่ผมต้องย้ำเรื่อง “เผ” ก็เพราะในคำสั่งที่ถูกยกเลิกเขียนไว้ชัดเจนว่า “ไพ่โป๊กเกอร์ หรือไพ่เผ” ซึ่งอ่านแล้วตีความได้ว่าในเชิงกฎหมายน่าจะมองว่าเป็นไพ่อย่างเดียวกันแต่เท่าที่ผมดูคำจำกัดความและวิธีการเล่นของโป๊กเกอร์ต่างๆที่เป็นสากลหลายๆประเภท ไม่พบว่ามีประเภทใดที่คล้ายคลึงกับการเล่น “ไพ่เผ” ของคนไทยเลยในความเห็นของผม “ไพ่เผ” แม้จะใช้กติกาโป๊กเกอร์ในการวัดผลแพ้ชนะ แต่วิธีการเล่นประเภทแจก 2 ใบก่อน คว่ำ 1 ใบ และหงาย 1 ใบ จากนั้นก็เริ่มว่า เริ่มเกกันไปเรื่อยๆจนกระทั่งแจกครบ 5 ใบนั้นน่าจะเป็นวิธีการที่ใช้เล่นในประเทศไทยโดยเฉพาะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดุดัน และใช้ชั้นเชิงกันอย่างเต็มที่ในทุกการแจกไพ่ จนได้รับการยกย่องจากนักพนันชาวไทยว่า “เผ” เป็นเกมสุดยอดแห่งการชิงไหวชิงพริบเหนือทุกๆการพนันเป็นที่มาของสำนวน “อุบไต๋” หรือ “กลบไต๋” คือมีการกลบไพ่ตัวแรกไว้ให้คู่ต่อสู้เดาว่าดีจริงหรือไม่ อย่างไร?จึงขอฝากไว้ห้ามมิให้ใครจัดตั้ง “สมาคมกีฬาไพ่เผ” ขึ้นก็แล้วกัน เพราะผมมองไม่เห็นเลยว่า “ไพ่เผ” จะสนับสนุนการท่องเที่ยวและกีฬาได้อย่างไร?“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม