เวทีสภาฯไม่กร่อย แต่ไม่ดุเดือดเท่าคิวแทรก เปิดประชุมสมัยวิสามัญ มีวาระหลักคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯรายจ่ายประจำปี 2569 ตั้งวงชำแหละรายรับรายจ่าย กับงบฯที่ตั้งไว้ 3.78 ล้านล้านบาท ขาดดุล 8 หมื่นกว่าล้านบาทถ้าเอาเนื้อหาสาระ เท่าที่เปิดหัว พรรคประชาชนวางธีมเชิงสร้างสรรค์ “ช่วยรัฐบาลหางบฯ” เข้าท่าตามเบอร์ ตามฟอร์มคนรุ่นใหม่ เสนอแนะ ปรับเกลี่ย ตัดงบฯที่ไม่จำเป็น ให้มีเงินมาใช้จ่ายในเรื่องเร่งด่วนแม้จะมีลูกจิกกัด ลีลาน้ำเสียงชวนวิวาทะ อาทิ โครงการปรับปรุงรัฐสภา รีโนเวตโครงการหมื่นล้านตั้งแต่สร้างเสร็จหมาดๆมาแค่ไม่กี่ปีมาแนวถลุง ค่ายส้มไม่ยอมปล่อยผ่านแน่ขณะที่รัฐบาลก็ทำได้ตามแบบฟอร์ม ชี้แจงตามกระบวนการขั้นตอน สส.ในพรรคร่วมชมเชียร์ พ่วงเสนอหน่วยงานอ้อมๆขอการจัดสรรงบฯลงพื้นที่ ได้คิวโชว์ตัวออกสื่อ เนิบนิ่มเรียกแต้มทางบ้านกันไปเวทีงบฯสร้างสรรค์ ไม่มันส์หยดติ๋ง ยิ่งถ้ามองข้ามช็อตเสถียรภาพรัฐบาลง่อนแง่น หวั่นจะกระทบถึงคิวโหวตร่าง พ.ร.บ.งบฯรอบนี้ แต่เมื่อค่ายสีน้ำเงินภูมิใจไทย ยืนยันไม่มี “โหวตคว่ำงบฯ” ก็หายห่วงใครจะเทเค้กก้อนโตทิ้ง แถมพาลจะโดนชาวบ้านสวดเอาได้เพียงแต่ว่า คิวเปิดเทอมชั่วคราวหนนี้ จุดสนใจไปอยู่นอกห้องประชุมสภาผู้แทนฯ ทั้งในเวทีวุฒิสภาประลองกำลังกันเดือดในคิวตั้ง “องค์กรอิสระ”ระดมกำลังมาช่วยกัน “ง้างปาก” สีน้ำเงิน ขวางเกม “กินรวบ”เป็นอีกแนวรบศึก 2 สี นอกจากคิวนักร้องหลังกำแพง นักร้องซ่อนแอบ เดินสายยื่นร้ององค์กรหน่วยงานตรวจสอบ บี้ปมฮั้ว สว. ร้องสอบจริยธรรม ยื่นยุบพรรค มีตัวละครใหม่ๆโผล่ลงสนาม แบ่งข้างซัดกันนัวเนียล้อไปกับตัวละครหลัก ดีเอสไอ โดยสารพ่วง กกต.ไล่บดไล่บี้ “ปมฮั้ว สว.” ใกล้สู่ห้วงไคลแมกซ์ หลังจากเรียก สว. นักการเมือง รัฐมนตรีขั้วสีน้ำเงิน มารับทราบข้อกล่าวหา 100 กว่าราย ทุบนำร่องกันไปแล้วยังปล่อยกระแสลอต 4–5 ต่อไป อาจมีบิ๊กเนมสาวไส้ขบวนการสมคบคิด “บงการฮั้ว” ถึงระดับรัฐมนตรีบิ๊กเนม นักการเมืองยังบลัด ทายาทบ้านใหญ่ ไปจนถึง “ผู้มีบารมีสีน้ำเงิน” ไม่เว้นลูก–เมียเกมระทึก “ทุบยกครัว ล้างยกค่าย” ยุบพรรคสลายขั้วกันเลยล้อไปตามสัญญาณจากต้นทาง ฐานบัญชาการบ้านจันทร์ฯ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มีท่าทีปล่อยไหล ไม่แตะเบรกเกมไล่บดขยี้สีน้ำเงิน เพิ่มดุลอำนาจก่อนเข้าสูตรยกเครื่องกันใหม่ “ปรับ ครม.”แต่งทัพไปต่อ ปักหมุดรัฐบาลเพื่อไทยอยู่จนจ่อครบเทอมแม้ “ทักษิณ” จะเพิ่งโชว์ซีนหวาน รักเฝื่อนๆ กอดคอ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ก็เข้าอีหรอบ “กอดหลวมๆ” แต่ “ทุบจริงจัง” กับศัตรูที่รักในจังหวะเกมอำนาจ “ทักษิณ” กุมสภาพได้พอประมาณ กับศึกสีน้ำเงินในพรรคร่วมรัฐบาลแม้จะยังไม่ชัวร์ มีเรื่องให้คิดให้เคลียร์ ปมชนักคดีความจ่อคอหอย ทั้งกรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และคดี 112 ที่ทยอยคิวเข้ามาให้ลุ้นระทึกก็ยังไม่วายทุบรอบวง เปิดศึกแทบทุกทิศทางลามทะลักไปทิ่มนอกประเทศ กับปมปัญหายาเสพติด พูดโยงพม่า กระแทกชนกลุ่มน้อย สาวถึงต้นตอเแหล่งผลิตยาเสพติด ลามโยงไปจนกระทั่งมหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ขณะที่เรื่องเหตุความไม่สงบในชายแดนใต้ ไฟยังคุกรุ่นล่าสุดมาเจอคิวร้อนหมาดๆ เหตุปะทะระหว่างทหารไทย–กัมพูชา บริเวณชายแดนช่องบก จ.อุบลฯ ซ้ำเติมปมความมั่นคงระหว่างประเทศกระเพื่อม ผสมเกมปั่นกระแสชาตินิยมกันเข้าไปอีกเพิ่มปัญหาให้คิดช่วยรัฐบาลลูกสาวแก้ไขสารพัดเรื่องหนำซ้ำตัวเองยังเปิดศึกโจทก์เก่า สร้างโจทก์ใหม่ เพิ่มโจทย์ยากเป็นรายวันภาพรวมสถานการณ์ปั่นป่วน แปร่งแปลก ชนิดต้องระวังคิวแทรกทำภูมิคุ้มกันรัฐบาลเพื่อไทยพร่องประคองไม่ดี อำนาจเสี่ยง “วูบไหว” ได้เหมือนกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม