ผมกำลังนั่งงง...บ้านเมืองเราจะไปทางไหน...เปิด ฉางต่วนจิง ศาสตร์แห่งการยืดหยุ่นและพลิกแพลง (เจ้าหยุย รจนา อธิคม สวัสดิญาณ เรียบเรียง เต๋าประยุกต์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2549) เจอคำนำหนังสือตอนหนึ่ง(เจ้าหยุย ผู้เขียนคัมภีร์ เป็นปราชญ์หลังยุคราชวงศ์พระเจ้าถางไท่จง ฮ่องเต้ ครับ นัยว่า ตั้งใจจะถวายคำแนะนำฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่กำลังไปไม่ถูกที่ถูกทาง)...ลองอ่านกันดูด้วยเหตุนี้ ศิลปะแห่งการปกครองแว่นแคว้นอาณาจักรในสมัยโบราณ จึงมี 3 แบบ ได้แก่การปกครองแบบกษัตริยราช ใช้วิธีอบรมกล่อมเกลาราษฎรหนึ่ง การปกครองแบบอธิราช ใช้อำนาจบารมีโน้มนำราษฎรหนึ่ง และการปกครองแบบจ้าวมหาอำนาจ ใช้วิธีกดขี่บังคับราษฎรอีกหนึ่งทั้งสามแบบการปกครองนี้ จะนำมาแทนที่ซึ่งกันและกันไม่ได้คัมภีร์ก๋วนจื่อ มีความตอนหนึ่งว่า ปราชญ์สามารถช่วยปกครองตามกาล กลับไม่สามารถทำการโดยฝ่าฝืนกาล ผู้มีสติปัญญาสันทัดในการใช้กุศโลบายก็จริงกลับสู้กระทำการโดยสอดคล้องกับกาลเทศะไม่ได้คัมภีร์โจวจื่อ มีความตอนหนึ่งว่า “การกล่อมเกลาทางการเมือง หรือความสุภาพเรียบร้อย หรือความเรียบง่ายและไม่เสริมแต่งนั้น ใช้สำหรับปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในยุคสมัยต่างๆ”ที่สอดคล้องกับยุคสมัย ก็นำมาใช้ ที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ก็ละทิ้งไม่ใช้จึงเห็นได้ว่า ถ้าใช้วิธีปกครองแบบกษัตริยราช อบรมกล่อมเกลาราษฎรในยุคที่เจ้าแคว้นต่างชิงกันเป็นอธิราช ก็ไม่สอดคล้องกับยุคสมัยถ้าดำเนินการปกครองแบบอธิราช ใช้อำนาจบารมีโน้มนำราษฎรในยุคที่ประเทศชาติเข้มแข็งเกรียงไกรเป็นปึกแผ่นแล้ว ก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่งถ้าอยู่ในยุคจิตใจมนุษย์เจ้าเล่ห์คิดคด มรรคแห่งทำนองคลองธรรมใช้ไม่ได้ กลับดำเนินวิถีแห่งบุรพกษัตริย์ ส่งเสริมการอบรมกล่อมเกลาด้วยคุณธรรมอย่างกว้างขวางแล้ว ก็เหลวไหลดังหนึ่งพบเด็กจมน้ำ ต้องการคนว่ายน้ำเป็น ช่วยเหลือโดยด่วน กลับไปบอกบิดามารดาของเด็ก ให้รีบมาดับไฟ แม้เป็นไปได้ว่า มาจากเจตนาดีก็ตาม แต่จะกล่าวได้ว่า นี่เป็นการกระทำที่“รู้แจ้งถึงการเปลี่ยนแปลง ของกาลเทศะ กระนั้นหรือ?”อธิราชเดินวิถีพันทาง ผสมผสานทั้งดำและขาว ไม่ปกครองด้วยธรรมล้วนๆ ไม่สนใจว่าต้องใช้วิธีการและมาตรการใด ขอเพียงสามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ คำนึงแต่หลักใหญ่ ไม่สนใจข้อปลีกย่อยแม้จะใช้ถึงวิถีแห่งเมตตาคลองธรรม น้อยกว่าสามกษัตริย์ (หมายถึง เหยา ซุ่น และหวี่) แต่ไม่สามารถปกป้องราชบัลลังก์ให้อยู่รอดปลอดภัย และขจัดความโน้มเอียงในด้านต่างๆ พอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับวิถีแห่งสามกษัตริย์ ก็อาจกล่าวได้ว่า เป้าหมายเดียวต่างวิถีทั้งหมดที่กล่าวนี้ เจ้าหยุย (ผู้เขียนคัมภีร์) ออกตัวว่า เกรงว่าผู้รู้ที่คร่ำเคร่งในสิ่งที่ได้ฟังได้ศึกษามา จะไม่เข้าใจกุศโลบายการปกครองที่แตกต่างกันของกษัตราธิราช และอธิราช จึงขออรรถาธิบาย ศิลปะแห่งการยืดหยุ่นพลิกแพลง เพื่อนำมาใช้ในการทำนุบำรุงแผ่นดิน เพื่อช่วยให้ราชอาณาจักรสงบสุขสถาพรผมอ่านมาได้แค่นี้ ก็เริ่มๆจะรู้สึกว่า บ้านเมืองเรากำลังมีวี่แววใกล้การปกครองแบบที่สาม การปกครองแบบจ้าวมหาอำนาจ...ก็เตรียมใจตั้งรับการกดขี่บังคับเอาไว้ล่วงหน้า...เอ! หรือว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาถูกบังคับกดขี่เต็มที่อยู่แล้ว แต่เสือกโง่ไม่รู้ตัวเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม