มีข่าวว่าที่ “รัฐฉานใต้” พบ “แรร์เอิร์ธ”...แร่หายากด้วย หากเป็นจริงความเลวร้าย “ภัยพิบัติฝีมือมนุษย์” ของแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย จังหวัดเชียงราย จะยิ่งน่ากังวลใจมากขึ้น“แรร์เอิร์ธ” แร่หายาก บทเรียนจาก “รัฐคะฉิ่น” By Oh ra ra นักข่าวคะฉิ่น รายงานไว้ใน เว็บไซต์ www.transbordernews.in.th “สำนักข่าวชายขอบ”“แร่แรร์เอิร์ธ” ได้รับความสนใจมากขึ้นนับตั้งแต่จีนหยิบยกเอาแร่หายากนี้มาเป็นข้อต่อรองกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ล่าสุดมีข่าวว่ามีการขุดแร่หายากบริเวณรัฐฉานใต้ใกล้พรมแดนไทยซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำลังมีปัญหาเรื่องการทำเหมืองทองและปล่อยสารโลหะหนักไหลลงแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย...ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้คนไทย ซึ่งหากในพื้นที่เหล่านี้มีการขุดแร่หายากจริง เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ประสบการณ์ในรัฐคะฉิ่นอาจกลายเป็นบทเรียนให้ได้“รัฐคะฉิ่น” มีการขุดหาแร่แรร์เอิร์ธกันมานานแล้ว โดยหลังจากที่กองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army : KIA) ขับไล่ทหารพม่าออกไปได้ KIA ก็ได้เข้าไปดูแลพื้นที่เหมืองต่างๆ รัฐคะฉิ่นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของพม่า เป็นพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย อีกทั้งยังตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจคือจีนและอินเดีย ทำให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ...ในรัฐคะฉิ่นมีประชากรกว่า 1.6 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์คะฉิ่นและอื่นๆชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาธรรมชาติในการดำรงชีพ หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 รัฐคะฉิ่นก็ต้องกลายเป็นพื้นที่ความขัดแย้งทางทหาร...กลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่าที่มีอิทธิพลในพื้นที่คือ กองกำลังเอกราชคะฉิ่น (KIA) และองค์กรเอกราชคะฉิ่น (KIO)เริ่มต่อสู้กับกองทัพพม่าตั้งแต่ทศวรรษ 1960 จนกระทั่งมีข้อตกลงหยุดยิงในปี 1994 หลังจากนั้นพื้นที่รัฐคะฉิ่นก็เริ่มกลายเป็นเขตเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนจากทั่วประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน เริ่มเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง โครงการที่โดดเด่นที่สุดคือ “เขื่อนมิตซง (Myitsone dam project)”ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำอิรวดี ซึ่งต่อมาถูกระงับไปในปี 2011 เนื่องจากการคัดค้านของประชาชน แต่นักลงทุนจีนยังได้พัฒนาโครงการยางพารา การปลูกกล้วยพันธุ์จีนในเขตเศรษฐกิจนานจินใกล้เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่นคือ “เมืองมิตจีนา” รวมทั้งโครงการเหมืองแร่ เช่น หยก ทองคำ หินอ่อน แร่หายาก...แร่แรร์เอิร์ธหลังจากกองทัพเมียนมาทำรัฐประหารในปี 2021 ความขัดแย้งและการไร้กฎหมายก็ทวีความรุนแรงขึ้น จีนเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมทำเหมืองแร่หายากอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในพื้นที่ปางวาใกล้ชายแดนจีน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ภายใต้อาณัติของกองทัพพม่าจีนเริ่มเข้ามาในพื้นที่ปางวาตั้งแต่ปี 2016 และขุดแร่หายากเพื่อส่งกลับไปยังจีน ข้อมูลระบุว่า พม่าติดอันดับ 3 ของโลกในด้านการผลิตแร่หายาก รายงานจากองค์กร Global Witness ระบุว่า ในปี 2018 มีการผลิตต่ำกว่า 10,000 ตัน แต่หลังรัฐประหาร ตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างปี 2021–2023 การผลิตเพิ่มขึ้นถึง 40% และมีเหมืองมากกว่า 300 แห่ง ในปี2023 จีนรับซื้อแร่จากเมียนมาถึง 41,700 ตัน คิดเป็นรายได้ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯแร่แรร์เอิร์ธที่ขุดได้จากรัฐคะฉิ่นใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานลม โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นพลังงานสะอาด แต่การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในพื้นที่...สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ป่าไม้ ลำธาร และแหล่งน้ำเสื่อมโทรมลงสารเคมีที่ใช้ในการแยกแร่ทำให้ปลาและสัตว์น้ำสูญพันธุ์ และเมื่อคนหรือสัตว์สัมผัสน้ำก็มีพิษ คัน หรือถึงแก่ชีวิตรายงานของ Global Witness ระบุว่า น้ำจากเขตปางวามีสารเคมีเกินมาตรฐานและมีสารหนูสูง วิธีการขุดคือการเจาะภูเขา เทกรดเข้าไปแล้วรองรับกรดที่ไหลออกมาใต้ดิน โดยพบว่าคนงานในเหมืองเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากสารเคมีที่ใช้ “สารพิษ” จาก “เหมือง” ยังไหลลงสู่แม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นแม่น้ำหลัก เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเมียนมา ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับอนาคตที่น่ากังวล อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ดินถล่ม เช่นในวันที่ 4 มิถุนายน 2024 ดินถล่มในเหมืองใกล้เมืองปางวา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และสูญหายกว่า 20 คนหลังการรัฐประหารในพม่าเศรษฐกิจตกต่ำ คนหนุ่มสาวจำนวนมากจากทั่วพม่าหลั่งไหลเข้าสู่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธเพื่อหางานทำ นักลงทุนจีนหาประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากสถานการณ์ของพม่า ทั้งการเอารัดเอาเปรียบแรงงานและละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกับแรงงานหญิง ระบุว่ามีการคุกคามทางเพศการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธไม่ได้มีเพียงแค่ในปางวา แต่ยังมีในพื้นที่อื่นที่ในอิทธิพลของกองกำลัง KIO/KIA เช่น มันซี (Mansi), โมมอก (Moe Mauk) และลอยเจ (Loi Je) ซึ่งชาวบ้านหลายพื้นที่ได้ออกมาคัดค้านการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ในปี 2023 ที่เขตมันซี และฮาแปรในเขตชิปเว (Chipwi) ก็มีการขุดแร่แรร์เอิร์ธ แต่ชาวบ้านได้คัดค้านอย่างหนัก จนกองกำลัง KIO ต้องสั่งระงับโครงการตามเจตนารมณ์ของประชาชนปัจจุบันกองกำลัง KIO...KIA ซึ่งควบคุมพื้นที่ผลิตแร่แรร์เอิร์ธทั้งหมดในรัฐคะฉิ่น ถูกเรียกร้องให้ทำเหมืองอย่างมีระบบ ไม่สร้างผลกระทบทางลบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยมีการยืนยันว่าจะจัดทำ “นโยบายแร่แรร์เอิร์ธ (Rare-earth Policy)” เพื่อควบคุมกิจกรรมอย่างเหมาะสมแม้โลกกำลังเดินหน้าสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสีเขียว แต่ผู้คนมากมายใน “รัฐคะฉิ่น” ยังคงเผชิญกับผลกระทบที่หนักหน่วงจากเบื้องหลังของอุตสาหกรรม...“แร่แรร์เอิร์ธ”คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม