ถ้าเป็นนักมวยก็ต้องบอกว่า “อ่วม” เพราะโดนถลุงทั้งหมัดทั้งศอกทั้งเข่าเรียกว่าทำให้หน้าปูดบวมจนหมอไม่รับเย็บแล้ว แต่ในสนามนักสู้อย่างนี้ไม่มีใครยอมยกธงขาวง่ายๆหรอกวันนี้ สว. (นํ้าเงิน) อยู่ในอาการไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่เนื่องจากมี “ลูกพี่” ดี เส้นแข็งบารมีเพียบก็เลยยืนแลกหมัดได้อีกหลายยกประเด็นสำคัญที่สุดคดี “ฮั้ว สว.” นั้นมันกินลึกและกำลังลากยาวไปถึงคนใหญ่คนโตแห่ง “ภูมิใจไทย” ที่เจอความเสี่ยงสูงเพราะถ้าถูกสอบพบว่ามีความผิดจริงหมายถึงจะมีเหตุให้ “ยุบพรรค” ด้วย ซึ่งเวลานี้ได้มีการยื่นคำร้องล่วงหน้าดักรอเอาไว้แล้วไม่รู้ผลจะเป็นอย่างไรลองนึกภาพ “อนาคตใหม่”-“ก้าวไกล” ถูกสั่งยุบพรรคเป็นอย่างไร“ภูมิใจไทย” ก็ไม่ต่างไปจากนั้น ยิ่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ตั้งเป้าว่าจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งครั้งหน้าอนาคตก็ดับวูบไปทันทีไม่ต่างไปจาก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”-“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ที่ต้องนับวันรอคืนกลับสู่เวทีการเมือง ซึ่งเวลาเปลี่ยนสถานการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้วโอกาสดีๆอย่างวันนั้นคงไม่มีแล้วนั่นเป็นเรื่องหนึ่ง...แต่อีกเรื่องหนึ่งก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากมี สว.กลุ่มหนึ่งที่อยู่ขั้วตรงข้ามจะยื่นคำร้องให้ศาลสั่งให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่บางเรื่องนั่นคือการแต่งตั้งองค์กรอิสระเนื่องจากองค์กรอิสระหลายแห่งกรรมการต้องพ้นจากหน้าที่ เนื่องจากครบวาระจึงต้องแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาทดแทนไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. อัยการสูงสุดเห็นรายชื่อแล้วก็คงรู้ว่ามีความสำคัญขนาดไหน ไม่เฉพาะหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญที่ส่งผลในทางการเมืองด้วยอย่างที่พูดกันว่า “ผู้ใดสั่งองค์กรอิสระได้ ผู้นั้นคือยอดคน”ก็นี่แหละที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคต่างก็ต้องการเข้าไปมีส่วนสำคัญในการแต่งตั้งบุคลากรเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระต่างๆนั้นคือนอกจากคุม สว.ได้แล้วยังข้ามไปคุมองค์กรอิสระได้อีกทำไม “แดง” จึงต้องพิฆาต “นํ้าเงิน”ก็เพราะเหตุนี้แหละที่เป็นประเด็นสำคัญจนต้องต่อสู้กันทุกรูปแบบเอาเป็นเอาตายสถานะของ สว. “นํ้าเงิน” นั้นว่ากันตามสภาพความเป็นจริง ยังสมบูรณ์ทุกอย่าง เพราะยังไม่มีความผิดอะไร มีแต่เพียงข้อกล่าวหาเท่านั้นจึงมีสิทธิทุกอย่างสมบูรณ์เพียงแต่มีรอยด่างเป็นชนักติดตัวเท่านั้นดังนั้น หากร้องศาลผลมันก็น่าจะออกมาอย่างนี้คือยังไม่มีความผิดก็มีสิทธิทุกอย่างตามภาระหน้าที่เพียงแต่ถูกข้อกล่าวหาเท่านั้นดังนั้น โอกาสที่จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นไปได้ยาก เพราะหากผลออกมาว่าไม่มีความผิดศาลก็จะเกิดความเสียหายได้แต่ดูแล้วฝ่ายที่จะยื่นคำร้องเรื่องนี้น่าจะถอดใจไปแล้ว เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เมื่อเป็นคู่ต่อสู้กันต้องทำทุกอย่างเพื่อล้มล้างกันประเด็นนี้จึงไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนักเพราะยังมีประเด็นที่ร้ายแรงกว่าดักรออยู่แล้ว!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม