หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รอบที่ 2 ก็ยังคงดำเนินนโยบายเพื่อสานต่อ เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯครองความเป็นอันดับ 1 ของโลกพูดง่ายๆ เป็นการสานต่อจากสิ่งที่เคยทำไว้แต่มาครั้งนี้คิดใหญ่กว่ามาก นั่นคือการที่จะจัดระเบียบโลกใหม่ โดยเฉพาะด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้วยการตั้งกำแพงภาษีประเทศต่างๆเน้นยํ้าไปที่ “จีน” ซึ่งเป็นเบอร์ 2 ของโลกนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกี่ยวพันไปทั่วโลกที่จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วยถือเป็นความท้าทายความเป็นผู้นำของเขาอีกครั้งหนึ่งการทำงานใหญ่ครั้งนี้จึงต้องมีความพร้อมทั้งแนวคิดและบุคลากร ซึ่งต้อง “ตกผลึก” ความคิดไปในแนวทางเดียวกันโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ จึงมีความเป็นไปได้เพราะจะต้องใช้พลังมหาศาล โดยเฉพาะด้านความคิดและการปรับวิธีการให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเรื่องการตั้งกำแพงภาษีที่ต้องปรับจูนตลอดเวลาเพื่อให้สหรัฐฯได้เปรียบที่สุด จึงต้องใช้ทั้งไม้แข็งและการยืดหยุ่น เพราะสหรัฐฯเองก็มีปัญหาหากจัดการไม่ดีพอจึงต้องมอนิเตอร์ตลอดเวลา โดยเฉพาะชาวอเมริกันเองที่ประท้วงนโยบายนี้ของรัฐบาลที่ขยายวงกว้างไปทั้งประเทศล่าสุด อีกเรื่องหนึ่งว่าด้วยการศึกษา เมื่อ “ทรัมป์” ประกาศไม่ให้ต่างชาติเข้าเรียนที่ “ฮาร์วาร์ด” มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ของสหรัฐอเมริกาเพื่อสงวนไว้เฉพาะคนอเมริกันเท่านั้น!“ฮาร์วาร์ด” เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่ใครต่อใครต่างก็ต้องการเข้าไปศึกษา เพราะมีความเป็นสถาบันที่ครบเครื่องที่สุดปัจจุบันที่นักศึกษาจากชาติต่างๆเข้าศึกษามากพอสมควรอันดับ 1 คือ จีน อินเดีย ยุโรป เอเชีย แม้กระทั่งอาเซียนก็มี“ทรัมป์” จึงคิดปิดกั้นไม่ให้ชาติต่างๆได้เรียนในสถาบันแห่งนี้ โดยเฉพาะจาก “จีน” เพราะป้องกันไม่ให้คนจีนมีวิชาความรู้ที่สุดยอดเพื่อกลับไปพัฒนาประเทศของเขานี่เป็นวิธีคิดของ “ทรัมป์”คือการใช้วิธีการป้องกันทุกรูปแบบเพราะปัจจุบันนั้นจะเห็นได้ว่าจีนมีพัฒนาการด้านต่างๆในระดับสูงเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีพูดง่ายๆว่าสหรัฐฯสู้ไม่ได้แล้ว!ซึ่งเรื่องนี้จะเห็นได้จากการตั้งกำแพงภาษีจีนสูงขึ้นก็เพราะสหรัฐฯมีปัญหาที่กำลังถูกจีนแซงหน้าในการพัฒนาสินค้าและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีวันนี้เรื่องอวกาศจีนก็ไม่น้อยหน้าสหรัฐฯแล้ว!ยังไม่รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆที่ทันกันแล้วก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเดินหน้าไปได้มากแค่ไหน เพราะคนในสหรัฐฯก็คัดค้าน เพราะถือว่าเป็นการปิดกั้นด้านการศึกษาของมนุษยชาติแทนที่จะต้องสนับสนุน นี่กลับมาปิดโอกาสนักวิชาการ นักการศึกษาทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวและแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ของ “ทรัมป์”แต่จะหยุดได้หรือไม่...เท่านั้นก็เป็นมุมคิดที่น่าสนใจไม่น้อยปัญหาที่กำลังจะตามมาก็คือ ใครที่กำลังศึกษา และต้องการเข้าไปศึกษาในสถาบันแห่งนี้กำลังจะต้องเจอกับมาตรการกีดกันในจำนวนนี้ก็มีคนไทยอยู่ด้วย!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม