หนังสือหนา 484 หน้า “งำประกาย กโลบายไร้ผู้ต่อต้าน” เห่ง อู๋ฮั้ง เขียน อธิคม สวัสดิญาณ เรียบเรียง (เต๋าประยุกต์พิมพ์ พ.ศ.2553) ผมใช้วิธีแทงศาสตราได้หน้า 158 เจอเรื่อง เอี้ยวสิ้วอวดฉลาดรนหาที่ตายลองอ่านตามๆไปด้วยกันไม่แน่ว่าอาจจะเป็นบทเรียน สอนใคร? ได้บางคนสมัยสามก๊ก เอี้ยวสิ้ว ขุนนางระดับที่ปรึกษา แสดงความฉลาดรอบรู้ อ่านใจโจโฉทะลุทุกเรื่อง เพียงแต่มีเรื่องใหญ่ที่เขาไม่ยอมรู้ ก็คือจอมคนอย่างโจโฉไม่ชอบเลยสักครั้งเรื่องแรก โจโฉสั่งสร้างอุทยานแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วก็ไปตรวจดูใช้พู่กันเขียนอักษร “ชีวิต” ไว้ที่ประตู เอี้ยวสิ้วเห็นก็บอกนายช่าง ตัวอักษร “ชีวิต” นั้น ถ้าเติมอีกหนึ่งขีดเข้าไป จะอ่านเป็น “กว้าง” แสดงว่า “ท่านอุปราชติประตูว่ากว้างไป”ช่างจึงแก้ไขใหม่โจโฉกลับมาเห็นประตูแก้ไขตรงใจ แต่พอรู้ เอี้ยวสิ้วอ่านความในใจลึกๆตัวเองออก ก็เริ่มหวาดระแวงอีกครั้ง คนด่านเหนือส่งขนมกรอบมาให้ โจโฉเขียนอักษรสามตัวไว้บนกล่อง “ขนมกรอบหนึ่งกล่อง” แล้วก็วางไว้ เอี้ยวสิ้วมาเจอก็เปิดกล่องเอาขนมมาแบ่งกันกินจนหมด โจโฉถาม “ทำไม ท่านทำเช่นนี้”เอี้ยวสิ้วตอบ “ท่านเขียนไว้ชัด กินขนมกรอบคนละคำเราจะขัดคำสั่งท่านได้อย่างไร” อักษรที่โจโฉเขียนสามตัวติดกัน หากแยกอ่านทีละตัว จะได้ความหมายเปลี่ยนไป โจโฉหัวเราะ แต่ใจเกลียดชัง เอี้ยวสิ้วเพิ่มเรื่องที่สาม โจโฉกลัวคนลอบสังหาร กำชับบริวาร “ข้ามักฝันละเมอฆ่าคนตอนหลับ เพราะฉะนั้น ใครอย่าเข้าใกล้” วันหนึ่งเขาเผลอหลับตอนเที่ยง ทำผ้าห่มตกพื้น องครักษ์คนสนิทเข้าไปเก็บผ้าห่ม ห่มให้ใหม่โจโฉลุกขึ้นชักกระบี่ฆ่าองครักษ์ตายแล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อพอตื่นขึ้นมาก็แสร้งถาม “ใครฆ่า?” เมื่อคนเล่าความจริง โจโฉก็ร้องไห้เสียใจ สั่งประกอบพิธีศพให้สมเกียรติขณะคนอื่นรับรู้ โจโฉละเมอฆ่าคน แต่เอี้ยวสิ้วกลับพูด “ท่านอุปราชไม่ได้ละเมอฆ่าคน แต่คนถูกฆ่าต่างหากที่กำลังละเมอ” คำพูดนี้ทำให้ความเกลียดชังคนรู้ทันกำเริบขึ้นไปอีกขั้น แล้วก็ถึงขั้นสุดท้าย ตอนนั้นเล่าปี่ยกทัพไปตีฮั่นต๋ง สั่นสะเทือนไปถึงฮูโต๋ (เมืองหลวง) โจโฉไม่พร้อม แต่จำเป็นต้องยกทัพใหญ่กำลังพล 40 หมื่นออกมาต้าน สองกองทัพประจัญกันที่สองฟากแม่น้ำฮั่นซุยโจโฉตั้งค่ายยันนานวัน สถานการณ์รุกรับล้วนลำบาก พ่อครัวยกน้ำแกงไก่เข้ามาให้พอดี โจโฉเห็นในชามไก่มีซี่โครงไก่ ตรงกับเรื่องที่คิด ก็ถอนใจแฮหัวตุ้นเข้ามา ขอรหัสขานยามประจำคืน โจโฉก็หลุดปาก “ซี่โครงไก่” รหัสขานยามถ่ายทอดไปตามลำดับขั้น เอี้ยวสิ้วทำหน้าที่สมุหบัญชีกองทัพ หันไปสั่งทหารที่ติดตามให้เก็บสัมภาระ พวกนักรบไพร่พลก็เก็บตามแฮหัวตุ้นรู้เข้าก็ตกใจ เชิญเอี้ยวสิ้วมาถาม“อันซี่โครงไก่นั้น จะกินก็ไม่มีเนื้อ จะทิ้งก็ไม่มีรสชาติ” เอี้ยวสิ้ว อธิบาย “มาบัดนี้ กองทัพเราจะบุกก็คงไม่ชนะ จะถอยก็กลัวถูกเยาะเย้ย จะตั้งทัพต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ พรุ่งนี้ “วุยอ๋อง” ต้องสั่งถอยทัพแน่”คืนนั้น โจโฉนอนไม่หลับ ถือขวานเดินตระเวนค่าย เห็นทหารเก็บสัมภาระก็ตกใจ “กูยังไม่ได้สั่ง” แฮหัวตุ้นรายงาน “เอี้ยวสิ้วรู้ล่วงหน้าท่านอุปราชคิดจะถอยทัพ” โจโฉโกรธมาก บริภาษเอี้ยวสิ้ว ปล่อยข่าวลือทำลายขวัญทหารตอนต้นเรื่อง ผมจงใจบอกใช้วิธีแทงศาสตรา นี่เป็นวิธีที่หมอดูปักษ์ใต้โบราณ ใช้พระขรรค์เล็กๆแทงสอดเข้าไปในหนังสือ เล่มที่มีเรื่องราววรรณคดีโบราณ เจอเรื่องไหนก็ใช้เรื่องนั้นทำนายผมจึงขออธิบาย งานนี้ผมแทงศาสตรา เจอเรื่องสามก๊ก ตอนเอี้ยวสิ้วอวดฉลาดรนหาที่ตาย ผมจึงต้องใช้วิชาหมอดูปักษ์ใต้ทำนายตามเรื่องที่อ่าน “แล้วโจโฉก็สั่งให้กุมตัวเอี้ยวสิ้วไปตัดศีรษะเสียบประจานหน้าค่าย”เรื่องของคนที่คิดว่า ฉลาด เก่งกาจ เกินหน้าใครต่อใครไปทั้งบ้านเมือง ไม่แปลกอันใด ที่จะมีตอนจบเหมือนเอี้ยวสิ้วทุกคน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม