เรียงคิวชดใช้กรรมใน “คุก” กันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า จะเป็นคนดังมหาเศรษฐี นักการเมืองก็ไม่อาจหลีกพ้นความผิดไปได้นี่แหละเขาว่ากรรมขึ้นอยู่กับผลแห่งการกระทำทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องรับกรรมชั่วล่าสุด กำลังเป็นข่าวโด่งดัง “ทิดแย้ม” อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง สามพราน นครปฐม นั่งนอนกอดเงินกอดทองอยู่ดีไม่ยอมไปหลงสีกา-ติดพนัน ก็ต้องเข้าคุกไปตามระเบียบ“วัดไร่ขิง” ญาติโยมศรัทธาบริจาคเงินบริจาคทอง และทำธุรกิจเปิดประมูลร้านค้าให้เช่าพื้นที่เพื่อจัดงานทุกปี ระยะหลังเป็นรายได้ดี คนมากันมากก็เลยจัดกันตลอดทั้งปีก็รับเงินกันเป็นกอบเป็นกำ จนเป็นวัดรวยในสายตาของประชาชน โดยทั่วไปเจ้าอาวาสก็มีอำนาจบารมี เพราะคนศรัทธามากสามารถหาเงินหาทองกันเป็นที่สนุกเรื่องนี้รู้กันมานานแล้ว!แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนอย่าง “ทิดแย้ม” ที่อาศัยผ้าเหลืองเสพสนุกอยู่คนเดียว หรือเป็นทีมก็ไม่ทราบได้ คงไม่อยากบอกรัฐบาลว่าควรจะทำอย่างไรเพราะเกิดเหตุขึ้นมาทีก็เอาจริงเอาจังที จากนั้นก็ปล่อยปละละเลย น่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบจะต้องมีผลประโยชน์แอบแฝงแน่เรื่องนี้ต้องชมตำรวจที่แอบส่งคนเข้าไปฝังตัวอยู่นานพอสมควรกว่าจะได้ข้อมูลหลักฐานที่มัดตัวเจ้าอาวาสจนอยู่หมัดดิ้นไม่หลุด...พูดถึงคิวชดใช้กรรมแล้ว วันนี้สังคมกำลังลุ้นกันว่านักการเมืองระดับชาติที่มีบุญบารมีแก่กล้าจะถึงคิวแล้วยังเพราะสถานการณ์ทุกอย่างกำลังใกล้จะถึงสุดทางแล้วก็ไม่ใช่ใคร “ทักษิณ ชินวัตร” กับเหตุการณ์ชั้น 14 รพ.ตำรวจ หลังจากที่รอดคุกกลับเมืองไทยอย่างเท่แล้วเพราะไปกิน “ยาดี” มาจึงรอดปลอดภัยแต่กลับมาแล้วแทนที่จะอยู่สงบๆ กลับทำตัวกร่างเหมือนเดิมแทนที่จะยอมติดคุกระยะหนึ่งก็ไม่ยอม ให้คนจัดฉากว่า “ป่วยหนัก” ไม่ต้องนอนคุกแม้แต่วันเดียวแต่ผู้คนในสังคมเชื่อว่าไม่ได้ “ป่วยจริง” เป็นการ “ป่วยทิพย์” มากกว่าความสงสัยนี้จึงต้องพิสูจน์!มีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังตรวจสอบ แต่แพทยสภา พบก่อนว่าไม่ได้ป่วยหนักจริงอย่างที่มีการกล่าวอ้างกันพูดง่ายๆ พบว่า “ป่วยทิพย์” จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะมัดตัวผู้ร่วมกระทำผิดนั่นหมายถึงว่า “ทักษิณ” มีสิทธิต้องถูก “ติดคุก” หากศาลพิจารณาด้วยการไต่สวนและชี้ว่าไม่ได้ป่วยจริงคือไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลเป็นการ “หนีคุก” โดยใช้ข้อมูลทางการแพทย์ข้อมูลชุดนี้จะรวมกับการไต่สวนของศาลเพื่อประกอบการพิจารณาว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไรกันแน่ เพื่อศาลจะได้วินิจฉัยหากพบผิดจริงก็ได้เข้า “คุก” สมใจก็เป็นความอีกด้านหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าคนเรานั้น หากทำผิดจริง ก็มิอาจหลีกพ้นความจริงไปได้ต่อให้ช่วยเหลือกันอย่างไรก็แล้วแต่เพียงแต่ “ปลาใหญ่” ก็จับยากหน่อยไม่เหมือนปลาซิวปลาสร้อยที่เป็นเหยื่อในทุกวันนี้!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม