“แพทองธาร” ชิ่งเผือกร้อนไม่คุมเองดีเอสไอ โยน ครม. หาคนแทน “ทวี” ด้านโฆษกดีเอสไอชี้ รมต.ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่กระทบงานสอบสวนคดีฮั้ว สว. ยันพนักงานสอบสวนคดีพิเศษลุยคดีตามหน้าที่ตามขั้นตอนกฎหมาย เมิน สว.เปิดเกมรุกถอนแค้น รองเลขาฯ กกต.ย้ำเร่งไต่สวนไม่ล่าช้า กมธ.ป.ป.ช.เรียก สว.สำรองให้ข้อมูล “กุสุมาลวตี” เล่าฉากเข้าพบ รมช.-หัวหน้าพรรคการเมือง ส่งต่อคนทำโพย “ทนายอั๋น” พาพยานแฉเส้นเงินแจกผู้สมัครหัวละ 2 แสน แต่ได้รับจริงแค่ 2 หมื่น “ฉัตรวรรษ” เผย สว.นัดถกแนวทางแจงข้อหา จ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญฟันดีเอสไอสอบพยานที่ จ.อำนาจเจริญไม่โปร่งใส แพทยสภาส่งมติฟัน 3 หมอช่วย “ทักษิณ” นอนชั้น 14 ถึง รมว.สธ. “นายกฯอิ๊งค์” เยือนเวียดนาม ชงจัดเมืองคู่มิตรส่งเสริมท่องเที่ยวสังคมจับตากรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในฐานะกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และรองประธานกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค โฆษกดีเอสไอ ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว.นายกฯโยน ครม.เคาะคนดูดีเอสไอเมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่สั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะให้ใครทำหน้าที่ดูแลแทน โดย น.ส.แพทองธาร หันไปสอบถาม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ ก่อนตอบคำถามว่า เรื่องนี้ต้องเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ก่อน เมื่อถามอีกว่า นายกฯจะดูแลเองหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คงต้องมอบหมายให้ใครดูต่อ เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกระทบการทำงานหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คงต้องให้ พ.ต.อ.ทวี คุยว่าจะส่งงานที่ค้างอยู่อย่างไร ไม่เป็นไรเดี๋ยวคุยกันในที่ประชุม ครม. แต่จะหาคนแทนได้เงินหมื่นเฟส 3 ยังไม่เลิกให้รอบทสรุปเมื่อถามว่าโครงการแจกเงินดิจิทัล เฟส 3 ตกลงจะได้หรือไม่ หลังนายกฯระบุจะมีการทบทวน นายกฯกล่าวว่า“ใช่ค่ะ เพราะมีความเห็นเข้ามาเรื่องภาษีของสหรัฐฯเป็นสถานการณ์ทั่วโลก ถือเป็นปัจจัยใหม่ๆต้องฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ได้ข้อสรุปอย่างไรจะรีบบอก” เมื่อถามว่าเข้าใจกันไปแล้วว่าอาจยกเลิก เลยใจเสียไปแล้ว น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เรากำลังหาวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ผลมากที่สุด ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรทั้งสิ้น เดี๋ยวรอฟังความเห็นให้ครบ กำลังพยายามผลักดันทุกแง่มุม มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายอันที่ต้องช่วยกันหลายด้าน ตอนนี้เป็นเศรษฐกิจกระทบทั่วโลก คงต้องใช้ทั้งเม็ดเงิน ใช้ทั้งนโยบายต่างๆที่จะกระตุ้นทั้งหมด ไม่ใช่แค่ช่วงอายุใดอายุหนึ่ง แผนเดิมแบ่งเป็นช่วงอายุ แต่อันนี้ต้องทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่ายังมีหรือจะปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นายกฯตอบว่า ขอรอฟังความคิดเห็นก่อนว่าอย่างไรบ้าง แต่ว่าจริงๆ เรายังไม่ได้ยกเลิกอะไร“ทวี” พักหน้าที่ไม่กระทบงานดีเอสไอที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค โฆษกดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลดีเอสไอ จากกรณีคดีฮั้วเลือก สว.ว่า ดูจากเนื้อหาข่าวที่ออกมา เป็นเรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจของรัฐมนตรีใน 2 หมวก คือ หมวกการบริหาร ในฐานะกำกับดูแล และหมวกที่ 2 คือ รองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ดำเนินการ ไม่ได้เกี่ยวโยงกับรัฐมนตรี ยืนยันไม่มีผลต่อการทำงานของดีเอสไอ เพราะพยานหลักฐานยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ทุกอย่างต้องเดินไปตามปกติยันทำหน้าที่ตาม ก.ม.เมิน สว.สางแค้นพ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า หลักการทำงานของดีเอสไอคือฟังความทั้งสองฝ่าย ดีเอสไอต้องการให้ได้ข้อเท็จจริงที่นิ่งที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนจะผิดหรือไม่ และมีใครผิดค่อยว่ากันอีกครั้ง ที่ฝั่ง สว.เริ่มเดินเกมกลับต่อเนื่องเอาผิดดีเอสไอ เป็นเรื่องที่ทุกคนตรวจสอบกันได้ ย้ำว่าต้องแยกเรื่องบริหารในการกำกับดูแลกับเรื่องคดีเป็นคนละส่วนกัน ไม่กังวลว่าจะถูกดำเนินคดี ส่วนฐานความผิดคดีฟอกเงินและอั้งยี่ที่ดีเอสไอกำกับดูแลเป็นภารกิจประจำตามกฎหมาย จะคืบหน้าอย่างไรต้องรอคณะทำงานแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ถามว่าดีเอสไอต้องลดบทบาทตัวเองลงหรือไม่เพราะ สว. มองว่าดีเอสไอเข้าไปแทรกแซงกระบวนการของ กกต. พ.ต.ต.วรณันยืนยันว่าวันนี้เรายังใช้กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายกกต.ยันสอบฮั้ว สว.ไม่ล่าช้าที่รัฐสภา ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของ กกต.กล่าวถึงการเรียก สว.มารับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว.ว่า รอให้มีการรับทราบข้อกล่าวหาก่อน ยืนยันว่ากระบวนการไต่สวนเรื่องนี้ไม่ล่าช้า เมื่อถามว่ากระบวนการสอบสวนไต่สวนจะเสร็จสิ้นภายในปี 2568 หรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายไม่มีกรอบเวลา ร.ต.อ.ชนินทร์ตอบว่า ขอให้ไปสอบถามต่อประธาน กกต. และเลขาธิการ กกต. หลังจากนี้จะกลับไปทำงาน ตอนนี้กำลังเร่งดำเนินการสอบสวนอยู่“โรม” เผยคนห่วงมวยล้มคดีฮั้ว สว.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ยุติการปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลดีเอสไอ กรณีการฮั้ว สว.ที่เป็นประเด็นการเมืองระหว่างพรรคแดงกับน้ำเงินว่า หวังว่าการฮั้ว สว.จะมีการสร้างความกระจ่าง หากจบลงที่เป็นการฮั้วของฮั้ว สว.อีกครั้ง สังคมจะไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม ส่วนประเด็นการเมืองต้องเข้าใจว่าการตัดสินคดีต้องมีคนได้และเสียเสมอ สาระสำคัญอยู่ที่ว่าข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าเป็นกีฬาสีไปแล้ว หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่เกมการต่อรองกับผู้มีอำนาจ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราไม่ควรเอากระบวนการยุติธรรมมาใช้ต่อรอง ได้ลงพื้นที่ประชาชนพูดถึงและเป็นห่วงเรื่องนี้จะมีมวยล้มต้มคนดูกมธ. ป.ป.ช.เรียก สว.สำรองให้ข้อมูลเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาฯ มีนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ประธาน กมธ.ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากรณีฮั้ว สว.เชิญกลุ่ม สว.สำรองมาให้ข้อมูล โดย น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนวันเลือก สว.ตนมาที่สภาฯเพื่อเจอหัวหน้าพรรคหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ได้พบกับ รมช.คนหนึ่ง เมื่อทราบว่ามาพบผู้ใหญ่เพื่อขอคะแนน จึงพูดกับตนว่าทำไมมาขอทีละคะแนน เขามีเป็นพันคะแนน จากนั้นให้แลกไลน์กับเลขานุการไว้และให้โทร.หาผู้หญิงคนหนึ่งที่ จ.อำนาจเจริญ ที่เป็นคนทำโพย จึงโทร.หาผู้หญิงคนดังกล่าวแจ้งว่าหัวหน้าบอกมาแล้ว เมื่อรู้ว่าตนอยู่กลุ่ม 14 บอกว่าเต็มแล้ว ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่ได้เลือก สว. แสดงว่าจัดโผเสร็จแล้ว ยังแจ้งว่า สว.1 คน ใช้โหวตเตอร์ 400 คนวันนี้เข้าใจแล้วว่าโหวตเตอร์ 400 คน ใช้กับ สว.1 คนในการเลือก สว. ตรงกับที่หลายฝ่ายและดีเอสไอชี้แจง สิ่งที่พูดเป็นความจริง มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นเสียงผู้หญิงคนนี้ในโทรศัพท์ที่มาร่วมประชุม กมธ.ด้วย มีไลน์ติดต่อกับคนที่เกี่ยวข้อง แสดงว่ามีบางพรรคกำหนดเกมตั้งแต่แรก ให้ช่วยตรวจสอบว่ามันสกปรกเพียงใด“ทนายอั๋น” แฉเส้นเงินให้ผู้สมัคร 2 แสนขณะที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ พาบุคคลอ้างว่าเป็นพยานคดีฮั้ว สว.สวมหมวกไอ้โม่ง ใส่แว่นตาดำ พร้อมหลักฐานภาพซองเงินที่จ่ายให้โหวตเตอร์ก่อนเลือก สว.มาให้ข้อมูลต่อ กมธ. พร้อมแถลงข่าว โดยนายภัทรพงศ์กล่าวว่า ภาพซองเงินที่นำมาแถลง ได้มาจากการเก็บตัวที่โรงแรมอัศวิน กรุงเทพฯ ที่มีการนำเสนอจากสื่อว่า มีการโอนเงินโดยผู้ควบคุมที่รับเงินมาจากสีอะไรไม่รู้ มาแจกจ่ายให้ผู้สมัคร สว.รายละ 200,000 บาท แต่ได้รับจริงแค่ 20,000 บาท ทำให้มีเรื่องออกมา หลักฐานเหล่านี้ให้ดีเอสไอไปแล้ว อยากให้คนออกมาเป็นพยานมีมากกว่านี้ ถ้าไม่อยากตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับขบวนการอั้งยี่ซ่องโจร ถ้ามีโอกาสได้ร่วมประชุม กมธ. จะถามนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย โฆษก กมธ.ป.ป.ช. 2 ประเด็นคือ 1.เหตุการณ์ที่มีหนังสือจาก ผวจ.ส่งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย กมธ.ทำอะไรบ้าง 2.ถ้านางสุขสมรวย มีหมายเรียกจาก กกต.และดีเอสไอจะรับผิดชอบอย่างไร เช่น ลาออกจาก กมธ. หรือรับผิดชอบในฐานะ สส.อย่างไร“สุขสมรวย” โต้บิดเบือนร่วมฮั้วต่อมานางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรค ภท. ชี้แจงกล่าวถึงกรณีถูกพาดพิงชื่อเป็น กมธ.ป.ป.ช.เกี่ยวพันกับการฮั้วเลือก สว.ว่า ไม่เป็นความจริง วันที่นางกุสุมาลวตีอ้างว่ามาดักรอพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.ที่รัฐสภา พูดคุยเรื่องเลือก สว. นายอนุทินไม่รู้เรื่อง แต่นางกุสุมาลวตี พยายามพูดคุยให้ได้ ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากเสียมารยาท จึงให้โทรศัพท์หาตน จึงย้ำไปว่าหัวหน้าพรรค ภท.ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. ข้อเท็จจริงไม่เป็นอย่างที่นางกุสุมาลวตีพูดใส่ร้ายหัวหน้าพรรค ภท. ไม่สบายใจ เห็นถึงความผิดปกติเหตุใดในที่ประชุม กมธ.นำบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องมาพาดพิงบุคคลที่ 3 ให้เสียหาย ส่อมีเจตนาพิเศษ ใส่ร้ายหัวหน้าพรรค ภท. ในที่ประชุม กมธ.ได้ชี้แจงสิ่งที่นางกุสุมาลวตีบิดเบือน ขอให้บันทึกรายงานการประชุม เพื่อแจ้งความเอาผิดนางกุสุมาลวตี ปกป้องศักดิ์ศรีของตน และหัวหน้าพรรค ภท.สว.นัดถกวางแนวทางแจงข้อหาเมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. แถลงกรณีระบุจะคิดบัญชีดีเอสไอ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนการกำกับดูแลดีเอสไอว่า ข่าวที่นำเสนอเหมือนใช้คำพูดรุนแรง เป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์กับสื่อมวลชนลักษณะพี่น้อง ไม่ได้บอกว่าจะขอเป็นข่าว ถ้าบอกว่าจะไปเสนอข่าวจะใช้คำพูดอีกแบบ ต้องขอโทษสิ่งที่พูดแล้วไปกระทบ กกต. ไม่มีเจตนาก้าวร้าว กรณีฮั้วเลือก สว.ทุกคนพร้อมพิสูจน์ความสุจริต แม้กระทั่งไปชี้แจงต่ออนุกรรมการ กกต. แต่การเชิญไปชี้แจงควรระบุว่าจะสอบประเด็นใด ถ้าสอบโดยเที่ยงธรรมต้องสอบทั้ง 200 คน ไม่ใช่กลุ่มหนึ่งกลุ่มใด จะหารือ สว.ทุกคนที่ถูกหมายเรียก รวมถึงผู้คาดว่าจะถูกเรียก เพื่อให้การชี้แจงเป็นรูปแบบเดียวกัน ยังมีเวลาอยู่ก่อนจะถึงวันที่ 19 พ.ค.ยืนยันพร้อมรับทุกเงื่อนไข ทุกกรณีที่ กกต.พิจารณาวินิจฉัยเรื่องการได้มาซึ่ง สว. ส่วนสาเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ พ.ต.อ.ทวียุติปฏิบัติหน้าที่ในส่วนดีเอสไอ ไม่ขอก้าวล่วง แต่การดำเนินการของดีเอสไอไม่โปร่งใส มีการเรียกสอบพยานที่ จ.อำนาจเจริญ โดยไม่เป็นธรรม กรณีนี้จะนำไปยื่นเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญโวยเป็นจำเลยสังคมพล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าวว่า แนวทางการต่อสู้ข้อกล่าวหาสัญญาว่าจะให้นั้น จำเป็นต้องได้ข้อเท็จจริงจากข้อกล่าวหาก่อนว่าไปสัญญากับใคร ที่ไหน อย่างไร ให้มีประเด็นไปตอบคำถาม วันนี้จะอ่านเอกสารแล้วจะกลับไปทำคำชี้แจง ยืนยันไปชี้แจงแน่นอนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนกรณี สว.ไม่เชื่อมั่นการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต. ขอย้ำว่าไม่ได้เป็นการต่อสู้ แต่เป็นการพิสูจน์ ทุกคนพร้อมให้พิสูจน์ เราไม่ได้ไปรบกับใคร แต่ถูกกระทำฝ่ายเดียวมาตลอด ทุกวันนี้แทบจะเป็นจำเลยสังคม แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ ตราบใดที่ กกต.รับรองว่าเรามาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่ให้ไว้ ไม่ได้ไปก้าวก่าย เมื่อถามว่ายอมรับการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษตอบว่า เขาได้พยานจากไหนไม่ทราบ แต่เมื่อมาประเมินแล้วว่าชุดนี้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย จึงน่าจะรับการตรวจสอบของดีเอสไอทั้งหมดเข้ามาพิจารณา และใช้อำนาจอนุกรรมการ กกต.เรียก สว.เข้าไปให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารไปชี้แจง เพราะอาจมี สว.ติดภารกิจ หรือเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนตัวขอตั้งหลักก่อนพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรกมธ.วุฒิสภาถล่ม พ.ร.บ.คอมเพล็กซ์เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) วุฒิสภา มีนายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. ประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุมพิจารณาแนวคิดการออกแบบกฎหมายและรายละเอียดการมีเอนเตอร์ เทนเมนต์ในประเทศ เชิญนายกฯหรือผู้แทนมาชี้แจง แต่ติดภารกิจไม่ได้มา จึงให้นักวิชาการที่เป็น กมธ.เสนอมุมมองวิเคราะห์แทน โดยนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่ปรึกษา กมธ. อภิปรายว่ารัฐบาลมีพิรุธเปิดบ่อนถูกกฎหมาย ออก พ.ร.บ.มอบอำนาจเกือบเบ็ดเสร็จในพื้นที่เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และบ่อน ให้คณะกรรมการนโยบายที่มีนายกฯเป็นประธาน ถือเป็น ครม.กาสิโน เลวร้ายที่สุด ไม่มีการรับฟังความเห็น ประเมินผลกระทบ มีข่าวหนาหู กทม.จะทำที่คลองเตย พื้นที่ 3,800 ไร่ เตรียมแก้ พ.ร.บ.การท่าเรือเอาพื้นที่ให้ทำ มูลค่า ตร.ว.ละ 1.2 ล้านบาท หากใช้ 10% ทำกาสิโน เท่ากับใช้เงิน 1 แสนล้านบาทแต่คนลงทุนจ่าย 1,100 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลไม่ยินดีทำประชามติ ทั้งที่ออกกฎหมายมีผลกระทบต่อสังคม ควรทำประชามติฉะล็อกสเปกออกแบบกาสิโนคลองเตยนายแก้วสรร อติโพธิ กมธ. กล่าวว่า แนวคิดมีสถานบันเทิงที่มีบ่อนกาสิโน เป็นความต้องการเปิดให้ทุนข้ามชาติมาประกอบธุรกิจ กมธ.ต้องพิจารณาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ชุมชนและสังคม ทราบว่าจะตั้ง 5-10 ที่ ขับรถถึงภายใน 3 ชั่วโมง ที่ตั้ง ขนาด และจำนวนเป็นประเด็นต้องซักถามรายละเอียดจากรัฐมนตรี พบพิรุธในโครงการคือมีคนตระกูลชินวัตร จัดหาผู้ออกแบบได้แล้วในโครงการที่ท่าเรือคลองเตยนายจรัญ ภักดีธนากุล กมธ. กล่าวว่า การเปิดบ่อนพนันออนไลน์จะกระทบต่อประเทศ ทุกด้าน การลงทุนถูกกระทบ ต้องใช้หลักธรรมาภิบาลที่ต้องมีหลักนิติธรรม หากไม่มีจะขัดแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 65 ไม่คิดว่าเสียงเอกฉันท์ของ สว.จะยับยั้งโครงการนี้ถาวร เพราะรัฐบาลกุมเสียงข้างมากในสภาฯได้เบ็ดเสร็จ จำเป็นต้องอ้างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าขัดแย้งกับสำนึกในศีลธรรมอันดีของคนไทย ธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงส่งมติแพทยสภาถึงมือ “สมศักดิ์”วันเดียวกัน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ต่อพล วัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา พร้อมทีมกฎหมายแพทยสภา นำส่งมติแพทยสภาให้ลงโทษแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยตักเตือน 1 คนและพักใช้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน ยื่นให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข สภานายกพิเศษแพทยสภา ผ่านนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วย รมต.สาธารณสุข นพ.ต่อพลกล่าวว่า แพทยสภาส่งมติดังกล่าวให้สภานายกพิเศษฯเท่านั้น ยังไม่ได้ส่งมติให้แพทย์ที่ถูกตัดสินลงโทษ เพราะกระบวนการยังไม่สิ้นสุด ที่เข้าใจว่าถูกตัดสินแล้วมาร้องเรียนไม่ทราบว่าทราบมติแพทยสภาจากที่ใดขณะที่นายธนกฤตกล่าวว่า จะนำเรื่องลงเลขรับหนังสือและส่งให้นายสมศักดิ์พิจารณาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.เป็นต้นไป โดยนายสมศักดิ์จะตั้งคณะทำงานช่วยดูมติ เอกสารประกอบจากแพทยสภา มีจำนวน 1 พันหน้า และเอกสารร้องขอความเป็นธรรมของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ) และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจคปท.ต้าน รมต.แทรกแซงยับยั้งขณะที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำ พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง มาชุมนุมและยื่นหนังสือเรียกร้องไม่ให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข แทรกแซงมติแพทยสภาดังกล่าว มีนายธนกฤตรับมอบ โดย นพ.วรงค์กล่าวว่า มายื่นหนังสือเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงมติแพทยสภา กรณีลงโทษแพทย์ 3 คน และอยากให้ รมว.สธ. ยึดความถูกต้อง กรณีการตรวจสอบแพทย์ รมว.สธ.ไม่มีอำนาจตามกฎหมายรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการตัดสินของแพทยสภา แพทย์ผู้ร้องหากว่าจะวีโต้ ต้องไปร้องศาลปกครองเองโฆษก รบ.โอ่เจรจาภาษีทรัมป์เป็นบวกนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ก่อนเดินทางไปประชุมที่เวียดนามน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯสั่งการให้คณะทำงานเจรจากำแพงภาษีของสหรัฐฯ พิจารณาข้อมูลที่เตรียมการไว้และให้ติดตามสาระสำคัญที่พูดถึงการเจรจาของแต่ละประเทศในเวทีการประชุมการลงทุน ซาอุดีอาระเบีย-สหรัฐฯ ที่กรุงริยาด ซาอุดี อาระเบีย เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯกล่าวถึงประเทศไทยว่าการพูดคุยกับไทย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ชื่นชมไทยเป็นหนึ่งในประเทศ ที่นำเสนอแนวคิดริเริ่มที่โดดเด่น นับเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทยจากการทำงานของทีมไทยแลนด์ ใช้จังหวะเวลาและข้อมูลที่เหมาะสม จะทำให้การเจรจาเป็นผลบวก“นายกฯอิ๊งค์” นำทีมเยือนเวียดนามเมื่อเวลา 09.20 น. ที่ท่าอากาศ 2 กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ พร้อมนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกฯเวียดนาม และประชุมร่วมนายกฯและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ค. นายกฯถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย เวลา 12.00 น. มีนายเหวียน วันหุ่ง รมว.วัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว รัฐมนตรีเกียรติยศ และนายเหวียน แหม่ง เกื่อง รมช.ต่างประเทศ และนายฝั่ม เหวียต หุ่ง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ต้อนรับต่อมาเวลา 14.00 น. ที่โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย นายกฯหารือกับผู้บริหารหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม นำโดยนายประวีณ วิโรจน์พันธุ์ ประธาน ThaiCham และภาคเอกชนไทย รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมุมมองแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนาม และบทเรียนที่ประสบความสำเร็จของเวียดนาม เช่น การสร้างระบบนิเวศดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ การมีสัดส่วนประชากรวัยทำงานสูง ส่งเสริมการบริโภคจีบ 2 บิ๊กเอกชนขยายลงทุนต่อมาเวลา 15.15 น. นายกฯหารือกับนายเหวียน แทงห์ หุ่ง ประธานกลุ่มบริษัท SOVICO Group ธุรกิจการบิน พลังงาน การเงิน สายการบิน Vietjet Air ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันขยายเส้นทางบินจากเวียดนามไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ส่งเสริมการขยายธุรกิจและการท่องเที่ยว 2 ประเทศ จากนั้นเวลา 15.30 น. นายกฯหารือกับนายฝ่าม มิงห์ ถวน รองประธานบริหาร บริษัท FPT Corporation ผู้นำด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์เวียดนาม และดำเนินธุรกิจด้านการศึกษา เปิดมหาวิทยาลัย FPT โดย น.ส.แพทองธารขอบคุณที่เข้ามาลงทุนภาคธุรกิจแห่งอนาคต ทั้ง AI และ Data Clound การศึกษา ยินดีต่อข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง FPT กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอเชิญชวนให้บริษัทลงทุนในไทยเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตชงจัดเมืองคู่มิตรส่งเสริมท่องเที่ยวจากนั้นเวลา 16.00 น. ที่ห้อง Hoa Sen สภาแห่งชาติเวียดนาม น.ส.แพทองธารเข้าเยี่ยมคารวะนายเจิ่น แทงห์ เหมิน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม โดยนายกฯกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามมีความแน่นแฟ้นโดยเฉพาะระดับรัฐบาล จะมีการประชุม JCR ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน-ประชาชน และขอเชิญนายเจิ่น เยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม ทั้งนี้ มีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามกว่า 1 แสนคน จึงขอเสนอให้จัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างเวียดนามกับจังหวัดในภาคอีสานของไทย ให้มีเมืองคู่มิตรของ 2 ประเทศกว่า 20 คู่เมือง เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น เชื่อมโยงคมนาคมไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวเวียดนามช่วงค่ำ น.ส.แพทองธารเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกฯเวียดนาม เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นเกียรติแก่ น.ส.แพทองธาร ที่ทำเนียบรัฐบาลเวียดนามอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่