เรารู้กันไปแล้วจากพงศาวดารไทย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยึดอำนาจได้ โดยใช้กองกำลังชาวเปอร์เซียช่วย และก็ควรรู้ต่อไป นิทานสิบสองเหลี่ยม เล่าขานกันถึงวันนี้ ก็เป็นนิทานจากเปอร์เซีย (ประชุมนิทานปกรณัม ธรรมนิตย์ ชำนาญ บก.ไทยควอลิตี้บุ๊คส์พิมพ์ พ.ศ.2557)นิทาน 12 เหลี่ยม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนิทานอิหร่านราชธรรม เหลี่ยมที่ 9 ยังมีพระมหากษัตริย์เจ้า ทรงนามชื่อว่าพระเจ้ามหาติม ครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองอรปิศต่าน ทรงใฝ่แต่จะทำบุญให้ทานแก่อาณาประชาราษฎร ทรงออกไปให้ทานเดือนละครั้งแต่ก็ยังมีมนตรีผู้หนึ่งกราบทูลทัดทานว่า ทานที่ทรงแจกนั้นมากนัก ส่วยสาอากรได้มามิทัน ขอให้พระราชทานปีละหน แต่พระองค์ไม่ยอมด้วยเหตุผล“เงินท้องพระคลังนั้นดุจน้ำทะเล ให้ทานประดุจหนึ่งฝนตกให้แผ่นดินและต้นไม้เย็น ครั้นชืนแล้วน้ำฝนก็ซาบไปท้องทะเลดังเก่า แลน้ำฝนนั้นจะได้ค้างบนต้นไม้หามิได้ อันทะเลนั้นบ่ห่อนจะแห้ง”พอพระเจ้ามหาติมตรัสดังนั้น ในกาลวันนั้น ห่าฝนทองก็ตกลงในพระราชวัง แลในวันเดียวกัน เงินทองก็ผุดขึ้นจากแผ่นดินเป็นหลายตำบล จะทำบุญทำทานเท่าใดไม่ได้บกพร่องข่าวความใจบุญสุนทานของพระเจ้ามหาติม แพร่ไปถึงพระเจ้าเมืองชาม เมืองใหญ่กว่าเมืองเจ้ามหาติม ทรงตรัสว่าเราก็ทำบุญแก่ราษฎรมากมาย แต่ความเลื่องฤานั้นหามิได้เท่าเจ้ามหาติม จึงอยากทดสอบส่งราชทูตไปขออูฐดำปลอด 300 ตัว แลอูฐดำนั้นราคาแพงยิ่งนักที่ไหนจะให้มาได้พระเจ้ามหาติมแจ้งในราชสาส์นนั้น จึงตีฆ้องร้องป่าวแก่ราษฎรบ้านนอก ผู้ใดมีอูฐดำให้เอาเข้ามาจะให้ราคาเป็นธรรม ครั้นอูฐดำครบ 300 ตัวแล้วก็ให้นำไปถวายแด่พระเจ้าชามพระเจ้าชามซาบซึ้งน้ำพระทัย ตรัสว่า เราจะเอาอูฐเปล่าเขามิควร จึงให้เอาพรรณผ้าแพรพรรณแลสิ่งของมีค่าบรรทุกหลังอูฐให้เต็มทั้ง 300 ตัว ให้ราชทูตพากลับไปถวายพระเจ้ามหาติมพระเจ้าชามทราบความก็ตรัสสรรเสริญว่าพระเจ้ามหาติมดีสมคำเล่าฤานั้นจริงยังมีอีกเมืองหนึ่ง พระเจ้าเมืองญามนโปรยปรายเงินทองและแก้วแหวนให้แก่ราษฎรเป็นอันมาก แล้วถามคนที่มารับว่า ผู้ใดเห็นว่าพระเจ้าเมืองใดทำทานดังพระองค์ทำนี้บ้างมีผู้กราบทูลว่าพระเจ้ามหาติมเมืองโน้นใจบุญนัก ผู้ใดจะขอสิ่งใดมิได้ขัดพระเจ้าญามนฤษยาพระเจ้ามหาติม ทำทานหนักหนาแค่ไหนก็ไม่เท่าเราทำวันเดียว จึงสั่งทหารสนิท “เราจะลองขอเศียรพระเจ้ามหาติมดู อยากรู้จะให้หรือมิให้ประการใด”ทหารไปถึงเมืองอรปิศต่าน เจอพระเจ้ามหาติมก็กราบทูล พระเจ้ามหาติมทรงพระสรวล ชวนทหารต่างเมืองเข้าห้องลับตาตรัสว่า “พระเศียรเราจะถวายตามปรารถนา เร่งตัดพระเศียรเราไปเถิด อย่าให้คนทั้งปวงได้ทันรู้เห็น”ทหารพระเจ้าญามนได้ยินดังนั้น ก็กราบลงพระบาทพระเจ้ามหาติม พระองค์ทรงพระราชทานดังนี้ ข้าฯจะนำความไปกราบทูลพระเจ้าญามนก่อนพระเจ้าญามนทราบแล้วก็ตรัสว่า ทั้งปวงที่เขาเลื่องฤาสรรเสริญพระเจ้ามหาติมนั้น ควรอยู่แล้ว จะหาผู้ใดยิ่งใหญ่ไปกว่าพระเจ้ามหาติมนั้นหามิได้จริงๆนิทานอิหร่านเหลี่ยมที่ 9 จบลงว่า พระเจ้ามหาติมเสวยราชสมบัติจนตายเมื่ออายุได้ 152 ปี ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขด้วยราชธรรมของพระเจ้ามหาติมนั้นแลต้นนิทาน ผู้รู้ค้นคว้าบอกว่า แต่ละกษัตริย์ในนิทาน 12 เหลี่ยม มีตัวตนจริงในอิรัก อิหร่าน อัฟกานิสถาน อินเดีย อายุพันปีถึงพันห้าร้อยปี และในช่วงอายุขัยของกษัตริย์ผู้ “มีแต่ให้” ไม่มีการปฏิวัติยึดอำนาจเลยแม้แต่ครั้งเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม