สถานการณ์ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด โดยเฉพาะยาบ้าเป็นปัญหาใหญ่ ที่รัฐบาลกำลังเร่งปราบปราม เพราะเป็นภัยที่กระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดในหมู่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เยาวชนหลงเข้าไปอยู่ในวังวนยาเสพติดชนิดอื่นๆล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับ น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จเรตำรวจ ตัวแทนหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมศุลกากร โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมให้เร่งเดินหน้าปราบปรามผู้ผลิตและผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาดพร้อมระบุด้วยว่าช่วง 2 สัปดาห์ หลังมีข้อสั่งการไปครั้งแรกให้ปราบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง มีสถิติการดำเนินคดี 1,078 คดี มีผู้ต้องหา 1,104 คน ของกลาง 900,444 ชิ้น มูลค่า 118,953,915 บาท แต่ยังไม่พอใจแค่นี้ ขอให้เดินหน้าปราบปรามเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะการลักลอบบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแดน และขายผ่านโซเชียล ต้องเร่งจัดการทันทีเพราะทราบว่าขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้าบางตัวมีการพัฒนาให้สามารถใส่สารเสพติด ลงไปได้ ทำให้หลายคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เสพยาเสพติด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเสพของเด็กและเยาวชนทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด ทางรัฐบาลจึงต้องเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง เพราะปัญหายาเสพติดเป็นความทุกข์ใหญ่ของพี่น้องประชาชนทางด้าน น.ส.จิราพร ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวหลักทำงานกับตำรวจ สำทับว่าที่ประชุมได้กำหนดแนวทางหลักๆ ในการปราบปราม คือ ป้องกันการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลัก ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น และตรวจสอบเส้นทางการเงินในการขยายผลยึดทรัพย์ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายและเร่งกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าทั้งรายใหญ่ รายเล็ก ไม่ให้เล็ดลอดเด็ดขาด ส่วนการขายทางออนไลน์จะร่วมกับกระทรวง ดิจิทัลฯจัดการ ขณะนี้ได้ปิดเว็บไซต์ที่ขายทางออนไลน์ 9 พันกว่าเว็บไซต์ จนมีเสียงสะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าเริ่มหาของไม่ได้เพราะขณะนี้ตำรวจเอาจริง ส่วนระยะยาวต้องปรับแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้าแพร่เข้ามาในไทย ตั้งแต่ปี 2561 ทั้งที่กฎหมายไม่อนุญาตให้นำเข้า จำหน่าย และครอบครอง ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ แต่ก็มีการลักลอบขายกันเกร่อโดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ปราบปรามอย่างจริงจัง เพราะผลประโยชน์บังตา ดังนั้นหากจะปราบให้สิ้นซาก รัฐบาลต้องจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยด้วย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม