เรื่องนี้คงจะยังไม่จบลงโดยง่าย แต่มีท่าทีว่าอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งการเมืองภายในและลามเป็นการเมืองระหว่างประเทศ นั่นก็คือ กรณีบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชา เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย ที่เรียกว่า “เอ็มโอยู 44” ที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรคเรียกร้องให้ยกเลิกฝ่ายที่เรียกร้องชัดเจนให้ยกเลิกเอ็มโอยู ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคไทยภักดี เป็นต้น อ้างว่าถ้ายังคงยึดถือเอ็มโอยูต่อไป ไทยจะเสียดินแดนในอ่าวไทยถึง 26,000 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งเกาะกูด จังหวัดตราด ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม เดินทางไปเยือนเพื่อยืนยันว่าเป็นของไทยรัฐบาลทำการหลายอย่างเพื่อยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องยกเลิกเอ็มโอยู นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ชี้ไทยจะยกเลิกฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะกระทบต่อสัมพันธไมตรีกับกัมพูชา ทั้งยังให้อธิบดีกรมสารนิเทศ และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายออกมาชี้แจงว่า มีสนธิสัญญากรุงสยามกับฝรั่งเศส 1907 กำหนดชัดว่าเกาะกูดเป็นของไทยอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ กล่าวว่า สนธิสัญญาไทยกับฝรั่งเศส เป็นเอกสารสำคัญ ยืนยันสิทธิไทยเหนือเกาะกูด อยู่ในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ระหว่างไทยกับกัมพูชา ทั้งสองประเทศทำบันทึกความเข้าใจเอ็มโอยู 44 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ เมื่อ พ.ศ.2544 เพื่อเป็นกลไกในการเจรจาระหว่างกัน โดยไม่ได้อ้างสิทธิทางทะเล ซึ่งจะต้องเจรจากันต่อไปสส.พรรคเพื่อไทย คือนายนพดล ปัทมะ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาชี้แจงระบุว่า ถ้ายกเลิกเอ็มโอยู 44 ตามคำเรียกร้องของพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้ไม่มีกรอบการเจรจา ทั้งสองประเทศจะเข้าไปในพื้นที่เพื่ออ้างสิทธิสำรวจทรัพยากรไม่ได้ และจะไม่มีข้อตกลงการเจรจาทางทะเล และการพัฒนาร่วมการยกเลิกหรือไม่ยกเลิกเอ็มโอยู เป็นเรื่องละเอียดอ่อน กลายเป็นปัญหาและความขัดแย้งทางการเมือง บางฝ่ายวิพากษ์ด้วยถ้อยคำรุนแรง ถ้าไม่ยกเลิกจะทำให้ไทยเสียดินแดน ผู้ที่มีส่วนร่วมการกระทำเป็นการขายชาติ ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย คิดถึง “กรณีเขาพระวิหาร” ที่ไทยต้องสูญเสียไปเมื่อหลายทศวรรษก่อนเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กัมพูชาฟ้องศาลโลก เพื่อยึดเขาพระวิหารที่อยู่ในดินแดนไทย ฝ่ายกัมพูชาอ้างสนธิ สัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เป็นข้อต่อสู้ และศาลโลกเชื่อหลักฐานของฝ่ายกัมพูชา ยกเขาพระวิหารให้กัมพูชา จากบัดนั้นจนถึงบัดนี้ จึงได้แต่ภาวนาว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย อย่างน้อยที่สุดเกาะกูดต้องเป็นของไทย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม