ในการสนทนาวงย่อยซึ่งผมรับเชิญไปพูด โดยรับค่าบรรยายเป็นอาหารเม็ดกระสอบสำหรับหมาแมวตกทุกข์ได้ยาก (ไม่รับเป็นเงิน) มีผู้นั่งฟังท่านหนึ่งถามว่า “อ้า ตามความเห็นของคุณ สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯครั้งนี้ อิหร่านได้หรือเสีย”ผมตอบว่า อ้า ต้องถือว่าอิหร่านชนะ ผู้ฟังเลิกคิ้วเหมือนกับตั้งคำถาม ผมตอบว่า ก่อนสงคราม น้ำมันอิหร่านโดนคว่ำบาตร แต่ตอนนี้ไม่โดนแล้ว ทุกคนต่างวิ่งหาอิหร่านเพื่อขอความเมตตากรุณาซื้อน้ำมัน สหรัฐฯและพวกทำตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้ สงครามครั้งนี้ทำให้สถานะอิหร่านไม่เหมือนเดิมก่อนหน้าสงคราม อิหร่านยังเขียมๆ เหนียมคำพูดเรื่องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เพราะสถานะของอิหร่านเป็นสมาชิก NPT หรือ Nuclear Non-Proliferation Treaty สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านเข้าร่วมสนธิสัญญานี้ตั้งแต่ ค.ศ.1970 และถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ขอเรียนก่อนครับว่า NPT เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก (ขณะนี้คือ 191 ประเทศ) ประเทศที่ไม่เข้าร่วมคืออิสราเอล ปากีสถาน และอินเดีย เดิมเกาหลีเหนือเคยเป็นสมาชิก แต่ตอนนี้ถอนตัวไปแล้วสมาชิก NPT 191 ประเทศแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างสหรัฐฯ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส อังกฤษ ฯลฯ และกลุ่มที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งชาติเหล่านี้ให้สัญญาว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาดประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ห้ามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่สามารถใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ เช่น ผลิตไฟฟ้า และต้องยอมให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าไปตรวจสอบเป็นระยะหลังจากที่สหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ก็เป็นการสร้าง ‘ความชอบธรรม’ ให้อิหร่านได้แหกกฎ สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ ถึงแม้จะโดนประเทศอื่นโจมตี แต่อิหร่านก็มีข้ออ้างว่ามีความจำเป็นจะต้องมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเองขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติให้อิหร่านออกจากการเป็นสมาชิก NPT ในรัฐสภา และกำลังอยู่ในขั้นพิจารณา รัฐสภาและหน่วยงานรัฐกำลังชั่งน้ำหนัก แต่ความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่าน่าจะผ่าน อิหร่านต้องขอบคุณสหรัฐฯและอิสราเอล ที่เตะฟุตบอลมาอยู่หน้าโกล อิหร่านเพียงใช้เท้าเขี่ยเบาๆก็เข้าโกลแล้วในระบบของอิหร่าน กฎหมายสำคัญขณะนี้จะต้องผ่านหลายขั้น ทั้งมาจ์เลส-เอ โชรอ-เย เอสลามี (รัฐสภาที่มีสมาชิก 290 คน) และต้องผ่านโชรอ-เย เนกาห์บาน (สภาผู้พิทักษ์ที่มีสมาชิก 12 คน)ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ถ้าอิหร่านถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่อาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นการเปลี่ยนสมดุลความมั่นคงครั้งใหญ่ในโลก เพราะ NPT เป็นกรอบหลักที่ทำให้รัฐที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ยอมรับการตรวจสอบและไม่พัฒนาอาวุธฯผู้อ่านท่านที่เคารพ ความเชื่อมั่นระหว่างประเทศจะทรุดลงอย่างแรง การตรวจสอบจะหยุดลง นี่เป็นประเด็นใหญ่มากนะครับ ต่อไปก็ไม่มีใครรู้ว่าอิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือไม่ทางรอดของประเทศอื่นๆในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การ์ตา บาห์เรน โอมาน คูเวต ฯลฯ ก็อาจจะต้องออกตาม เพื่อเข้าสู่การแข่งขันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์การเผชิญหน้าระหว่างประเทศจะมีมากขึ้น ทั้งการคว่ำบาตร หรือแม้แต่การปฏิบัติการลับ การโจมตีทางไซเบอร์ โลกจะเจอแรงกระแทกด้านพลังงานและตลาดการเงิน ความตึงเครียดจะลุกลามในอ่าวเปอร์เซียหรือช่องแคบฮอร์มุซ สนธิสัญญา NPT จะอ่อนแรงลง และบั้นปลายท้ายที่สุด ก็จะพังทั้งระบบประเทศเล็กชาติน้อยที่เห็นประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯโจมตีประเทศอื่นอย่างไร้มนุษยธรรมก็จะต้องปกป้องตัวเองด้วยการมีอาวุธนิวเคลียร์ หลายประเทศจะหันมาใช้แนวคิดของเกาหลีเหนือที่เรียกว่า Nuclear deterrence หรือการยับยั้งด้วยนิวเคลียร์ หมายถึง การมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อทำให้ศัตรูไม่กล้าโจมตี เพราะถ้าโจมตี ก็จะเสี่ยงโดนขีปนาวุธนิวเคลียร์โต้ตอบ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงเกินไปสำหรับประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯและประเทศใหญ่อื่นๆมิตรผู้อ่านท่านผู้เปี่ยมปัญญาทั้งหลาย อิหร่านต้องย้ำซ้ำคำว่า “พวกเราชาวอิหร่านขอขอบคุณสหรัฐฯและอิสราเอลที่โจมตีเราเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 และทำให้เรามีขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเราได้เอง”.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม