เพื่อไทยปัดวุ่น สส.ไม่ได้โหวตคว่ำกฎหมายนิรโทษกรรม “ชูศักดิ์” โบ้ยปิดประตูตายอ้อมแอ้มจะชงร่างเข้าประกบ 4 ร่างในสภาฯหรือไม่ ต้องรอถกวง สส. กรรมการบริหารพรรค-กรรมการยุทธศาสตร์พรรค อ้างเรื่องละเอียดอ่อนต้องคุยให้รอบคอบและฟังเสียงพรรคอื่นด้วย ปชน.เมินขั้วอนุรักษนิยมตีกรรเชียงหนี “พริษฐ์” ลั่นไม่ลดเพดาน ลุยทำงานเชิงความคิดเปลี่ยนใจคนนอกสภาฯ กดดัน สส.ในสภาฯฝ่าด่านนิรโทษ ม.112 พปชร.หัวชนฝาไม่เอาด้วยเด็ดขาด “นิด้าโพล” ชี้รัฐบาลอิ๊งค์อยู่ครบเทอม ระบุแก้ปัญหาปากท้องเหลวปัจจัยหลักคว่ำรัฐบาล “นายกฯอิ๊งค์” ถก กกร.คลำหาช่องกู้เศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) พยายามชี้แจงกระแสสังคมเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค พท. ยืนยันว่า สส.พรรค พท.ไม่ได้โหวตคว่ำกฎหมายนิรโทษกรรม แต่เป็นเพียงรายงานของคณะกรรมาธิการ ส่วนจะเสนอร่างกฎหมายของพรรคไปประกบหรือไม่ต้องรอหารือกับ สส. กรรมการบริหารพรรคและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคก่อน“ชูศักดิ์” ปัด พท.ไม่ได้คว่ำ ก.ม.นิรโทษเมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี สส.พรรคเพื่อไทย โหวตไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า เรื่องนี้ขอทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนอีกครั้งว่าพรรค พท. ไม่ได้โหวตคว่ำกฎหมายนิรโทษตามที่พูดๆกัน เพราะการพิจารณาดังกล่าว ไม่ใช่การพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่เป็นการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการที่สภาฯรับทราบรายงานแล้ว เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต คือไม่ต้องส่งรายงานความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ รายงานฉบับดังกล่าวจะอยู่ที่สภาฯ หน่วยงานใดๆจะไปใช้ประโยชน์ก็เป็นสิทธิรอถก สส.–กก.บห.กก.ยุทธศาสตร์เมื่อถามว่าขณะนี้มีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจ่อเข้าที่ประชุมสภาฯสมัยประชุมหน้าถึง 4 ฉบับ พรรค พท.จะเสนอร่างประกบหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรค พท.ยังไม่มีร่างกฎหมายนิรโทษของพรรค เนื่องจากเห็นควรให้ศึกษาก่อน จึงต้องหารือกันทั้งในระดับ สส. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคก่อนว่าจะมีแนวทางอย่างไร จะเสนอร่างหรือไม่ ถ้าเสนอจะครอบคลุมการกระทำอะไรบ้างที่ต้องการนิรโทษ การนิรโทษทั่วไปเป็นความผิดที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองทั้งหลาย ที่ผ่านมาที่ประชุมดูจะไม่ได้ให้ความสนใจอภิปรายจุดนี้เลย ไปมุ่งสนใจประเด็นมาตรา 112 กันเสียส่วนใหญ่ ต้องไปคิดไตร่ตรองว่าจะเอาอย่างไรเรื่องละเอียดอ่อนต้องคุยให้รอบคอบ“เนื่องจากร่างของพรรคการเมือง (พรรคก้าวไกลในอดีต) และภาคประชาชนมีเรื่องนี้อยู่ทั้งหมดต้องนั่งพูดคุยทำความเข้าใจกัน เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องคุยกันให้ชัด และต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของการนิรโทษกรรมว่าเป็นไปเพื่ออะไร คงยังไม่ได้มีข้อสรุปในเร็วๆนี้ เพราะกฎหมายที่อยู่ในวาระยังไม่ถึงเวลาจะพิจารณากันต้องรอการกำหนดวาระการประชุมของวิป หรือถ้าคุยยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะต้องทำความเข้าใจกันอย่างรอบด้าน และต้องดูว่าพรรคร่วมอื่นๆเห็นอย่างไรด้วย คงต้องดูกันตอนนั้น” นายชูศักดิ์กล่าวม.112 ต้องฟังเสียงพรรคอื่นด้วยเมื่อถามว่าในข้อสังเกตมีการพูดถึงความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย การไม่เห็นชอบข้อสังเกตถือว่าปิดประตูนิรโทษประเด็นนี้หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า นี่แหละที่พยายามอธิบายว่าเราไม่ได้พิจารณากฎหมาย จะพูดว่าปิดประตูขนาดนั้นคงไม่ได้ อย่างน้อยเรื่องนี้ต้องพิจารณาแน่ๆเมื่อวาระสภาฯมาถึง เพราะอย่างน้อย 2 ร่างมีเรื่อง 112 อยู่ พรรคการเมืองจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร ต้องไปคิดกัน เรายังไม่ได้มีมติพรรคว่าอย่างไร เป็นเพียงความเห็นของ สส.ที่เป็นเอกสิทธิ์ เรายังไม่ได้พิจารณากฎหมายเลย ยังไม่มีมติของพรรค ประเด็นคือจะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ และหากเสนอจะครอบคลุมการกระทำอะไรบ้าง ส่วนการประชุมพรรควันที่ 29 ต.ค.จะคุยเรื่องนี้หรือไม่ขอให้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค พท.กำหนด อาจคุยแนวทางกว้างๆก็ได้ แต่ในที่สุดคงต้องฟังองค์กรของพรรค เช่น กรรมการยุทธศาสตร์ กรรมการบริหารด้วยมั่นใจความเห็นพรรคมีเสถียรภาพนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวถึง กรณี สส.พรรค พท. โหวตคว่ำญัตติตัวเอง ไม่รับข้อสังเกตของคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งที่ญัตตินี้เสนอโดยพรรค พท.ว่า ยืนยันว่าที่ประชุม สส.พรรค พท.ช่วงเช้าวันที่ 24 ต.ค. ไม่ได้มีมติพรรคให้ สส.โหวตไปทางหนึ่งทางใด ให้เป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของ สส.ที่จะตัดสินใจโหวตได้เลย แต่แม้สภาฯจะโหวตไม่เห็นชอบข้อสังเกต แต่ตัวรายงานได้ถูกรับทราบโดยสภาฯไปแล้วตามกฎหมาย ถือว่า กมธ.ทำหน้าที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว องค์กรหรือหน่วยงานใดเห็นว่าเป็นประโยชน์นำไปศึกษาได้ เมื่อพรรค พท.ไม่เคยมีมติเรื่องนี้ สส.จะโหวตเห็นชอบ ไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียงเป็นเอกสิทธิ์ ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นปกติในสังคมประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องช่วยกันไม่ทำให้ความเห็นต่างนั้นนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม ขอให้ความมั่นใจว่าพรรค พท.เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งมีเสถียรภาพ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนพปชร.ไม่เอานิรโทษ ม.112 เด็ดขาดนายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรค พปชร.ต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 4 ฉบับที่จะเข้าสภาฯในสมัยประชุมหน้าว่า ถ้าฉบับใดมีประเด็นที่ไปนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 เข้าใจว่าน่าจะมีอยู่ 3 ฉบับ และอีกฉบับที่ไม่รวมคดีมาตรา 112 ที่น่าจะเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าฉบับไหนให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 หรือไปเขียนอะไรที่เกี่ยวข้องกับมาตราดังกล่าว ไม่น่าผ่านความเห็นชอบจากสภาฯทั้งหมด ส่วนอีกฉบับที่ไม่รวมคดีมาตรา 112 จะผ่านหรือไม่ยังไม่ทราบเพราะหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าเดี๋ยวพอเอาเข้าไปในสภาฯและผ่านวาระที่ 1 ได้ พอถึงชั้น กมธ.อาจมีการไปแปรญัตติหรือแก้ไขในชั้น กมธ.ให้นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 หรือไม่ หลายคนเป็นห่วงตรงนี้อยู่ ย้ำว่าจุดยืนของพรรค พปชร.คือไม่เอาทุกฉบับที่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร. กำชับไว้หลายครั้งแล้วว่า ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 เด็ดขาดปชน.เมินขั้วอนุรักษ์ไม่กล้าแตะ ม.112นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางพูดคุยเจรจากับพรรครัฐบาลอย่างไร เพื่อไม่ให้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรค ปชน. โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ไม่ถูกคว่ำในอนาคตว่า ท่าทีของพรรครัฐบาลสวิงตลอด ทั้งการโหวตกฎหมายต่างๆมีความไม่แน่นอนความเป็นเอกภาพด้านจุดยืนและนโยบายของรัฐบาล ชัดขึ้นมากในสภาฯ ช่วง 2 สัปดาห์มานี้ เมื่อถามย้ำว่า จะแก้เกมอย่างไร ร่างที่พรรค ปชน.เสนอและเกี่ยวกับมาตรา 112 ฝ่ายพรรค พท. ฝ่ายอนุรักษ์ อย่างพรรค ภท. ไม่เคยเอาด้วย โฆษกพรรค ปชน.กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จบางกรณี สส.พรรครัฐบาลเห็นชอบด้วย เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายอากาศสะอาด ไม่ใช่ถูกคว่ำทั้งหมด แต่ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่า วาระที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากพรรครัฐบาลมากนัก นี่เป็นความท้าทายไม่เปลี่ยนจุดยืน แต่จะเปลี่ยนใจคนนายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ถ้าเราจะอธิบายว่าจะทำอย่างไรต่อเกี่ยวกับอนาคตกฎหมายที่เสนอโดยพรรค ปชน. ถ้าเรามั่นใจจุดยืนว่ากฎหมายเราเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แก้ปัญหาได้จริง หน้าที่เราคือยืนยันจุดยืนและเสนอกฎหมายเข้าสภาฯ ถ้ามั่นใจว่าในจุดยืน หน้าที่เราไม่ใช่เปลี่ยนจุดยืน แต่คือการเปลี่ยนใจคน ทำงานเชิงความคิดต่อไป วิธีการที่จะเปลี่ยนใจ สส.รัฐบาลได้ดีที่สุด คือการเปลี่ยนใจคนนอกสภาฯ ทำงานเชิงความคิด ถ้าประชาชนเห็นด้วยกับวาระของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เสียงประชาชนจะเป็นพลังส่งเข้าไปในสภาฯเปลี่ยนใจ สส.รัฐบาลได้ ทำงานกับประชาชนนอกสภาฯ ขยายแนวร่วมนอกสภาฯ เพื่อหวังว่าการสนับสนุนที่เราได้มากขึ้นนอกสภาฯจะแปรมาเป็นท่าทีที่เปลี่ยนแปลงของ สส.รัฐบาลในสภาฯลั่นไม่ลดเพดานนิรโทษคดี 112เมื่อถามว่า ถ้าสมัยประชุมหน้าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เสนอโดยนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แล้วถูกคว่ำอีก จะไม่หวั่นไหวถึงขั้นต้องลดเพดาน รายละเอียดบางช่วงบางตอนที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดี 112 ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ถ้าเราเชื่อในจุดยืนที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาประเทศ เป็นหน้าที่ของเราเดินหน้า และพยายามจะเพิ่มแนวร่วม ทำงานเชิงความคิดกับสังคม พยายามโน้มน้าวให้ สส.พรรครัฐบาลเห็นชอบด้วย ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ร่างกฎหมายเราถูกคว่ำในสภาฯ เมื่อถามย้ำว่าไม่ลดเพดานใช่หรือไม่ โฆษกพรรค ปชน.กล่าวว่า “ใช่ครับ” คาดว่าถ้าเปิดสมัยประชุมสภาฯกลับมา กลางเดือน ธ.ค.ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอยู่คิวอันดับต้นๆ ลำดับ ที่ 6 เชื่อว่าน่าจะเข้าสภาฯไม่นานหลังเปิดสมัยประชุมกลับมา และคาดหวังว่าพรรคการเมืองไหนที่ยังไม่เสนอร่างตัวเองเข้ามา ควรเสนอเข้ามาประกบ เพื่อให้ทุกร่างพิจารณาพร้อมกันได้“ไหม” จี้ออกมาตรการ ศก.กู้ความเชื่อมั่นน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวถึงโครงการดิจิทัลวอตเล็ตเฟส 2 ที่ยังไม่ชัดเจนว่า ประชาชนยังเฝ้ารออยู่ 10,000 บาทแรก ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมีชีวิตชีวาเท่าที่ควร ยังรอแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องระยะต่อไป คนที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ตอนนี้ ยังคงรอคำตอบว่าจะได้หรือไม่ได้อย่างไร ขอให้รีบแสดงความชัดเจนมา เรื่องเศรษฐกิจเป็นความเชื่อมั่นล้วนๆ รัฐบาลนี้มีแต้มต่อเรื่องชื่อเสียงเคยทำให้เศรษฐกิจดีได้ อย่าให้เสียชื่อ ต้องรีบกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา หากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่สามารถทำได้ตามที่หาเสียง พอไม่ได้ทำตามที่สัญญาไว้ เศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่โฆษณา สุดท้ายความนิยมจากประชาชนคงถดถอยลงเรื่อยๆ และเป็นสาเหตุที่อาจต้องยุบสภาฯก่อนอยู่จนครบวาระ ตามผลนิด้าโพล สาเหตุหลักที่คนพูดถึงมากที่สุดคือการไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีได้ตามที่สัญญาเอาไว้ แต่ยังแก้ไขได้ การแก้หนี้ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ทุกวันนี้ยังคงไม่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังพอมีเวลา ขอให้รัฐบาลเร่งรัดออกนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะสั้นและระยะยาวออกมาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น น่าจะยืดระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลนี้ไปได้อีก ไม่จำเป็นต้องยุบสภาก่อนอยู่ครบเทอมนายกฯจ่อหารือ กกร.คลำทางแก้ ศก.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วันที่ 28 ต.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย และหารือแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศจากทุกภาคส่วน กกร.ได้ระดมความเห็นตัวแทนภาคธุรกิจสาขาต่างๆ จัดเป็นข้อเสนอให้รัฐบาลนำมาประกอบเป็นแนวทางกำหนดทิศทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ให้สอดรับกับสถานการณ์โลกและภูมิภาค ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนเตรียมข้อเสนอ 4 ด้าน อาทิ แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ แนวทางเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะภาคเอกชน กลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างมั่นคง“ธเนศ” หวังท่องเที่ยวดึงเรตติ้งคืนนายธเนศ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ พรรค พท. กล่าวถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ไม่สามารถเดินหน้าได้ทั้งระบบและการแก้รัฐธรรมนูญนโยบายหาเสียงไม่เดินหน้าว่า การเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต คาบเกี่ยวงบฯ ปี 67 และ 68 ทุกคนรู้ดี ตอนนายกฯ เข้ามาเร่งประชุมและผลักดันโครงการนี้มีการอนุมัติเลยทำให้โครงการแบ่งเป็นระยะๆ พรรค พท. ต้องเดินหน้าต่อให้สำเร็จแน่นอน แม้จะช้าบ้างไม่ถูกใจบ้าง ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ทำให้แก้ยากมีอุปสรรคเช่นที่เห็น เมื่อ สว.เห็นต่างปมการทำประชามติ ต้องไปตั้งคณะ กมธ.ร่วม ต้องคุยกันใหม่ ด้วยวิธีการทำงานของพรรค พท. ที่เร่งผลักดันแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ระยะเร่งด่วนจะให้การท่องเที่ยวดีขึ้น หากทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้เหมือนที่ผ่านมา จะกระตุ้นคะแนนนิยมของพรรคได้แน่นอนคนเชื่อรัฐบาลอยู่ครบเทอมวันเดียวกัน นิด้าโพล เผยผลสำรวจประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,310 ตัวอย่าง เรื่อง รัฐบาลนายกฯอิ๊งค์ ไปไหวไหม ระหว่างวันที่ 21-22 ต.ค. โดยถามความเชื่อของประชาชนต่อการอยู่รอดของรัฐบาลนายกฯแพทองธาร ชินวัตร จากสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 41.68 เชื่อว่าจะไปต่อได้จนครบเทอมในปี 2570 ร้อยละ 19.08 เชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 2 ปี (2569) ร้อยละ 16.87 เชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 1 ปี (2568) ร้อยละ 11.99 เชื่อว่าจะไปต่อได้จนเกือบๆ ครบเทอมในปี 2570 ร้อยละ 9.77 เชื่อว่าจะไปต่อได้ไม่เกินสิ้นปี 2567 และร้อยละ 0.61 ไม่ตอบ/ไม่สนใจชี้แก้ ศก.เหลวปัจจัยคว่ำรัฐนาวาเมื่อถามถึงปัจจัยที่จะส่งผลให้รัฐบาลนายกฯแพทองธารไปต่อไม่ได้ ร้อยละ 34.43 ระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปตามที่สัญญาและคาดหวัง ร้อยละ 32.52 กลุ่มนักร้องเรียนที่พุ่งเป้าไปยังนายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 29.47 การบริหารที่ผิดพลาดของนายกฯจนนำไปสู่สถานการณ์วิกฤติ ร้อยละ 28.85 กลุ่มนักร้องเรียนที่พุ่งเป้าไปยังนายกฯ และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.77 การบริหารงานที่ไม่ระมัดระวังจนอาจเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 17.25 ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ร้อยละ 16.64 ไม่มีปัจจัยใดๆ ร้อยละ 10.92 การชุมนุมประท้วงรัฐบาลจนเกิดความวุ่นวายทางการเมือง ร้อยละ 9.62 การเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร้อยละ 9.08 การทำงานของพรรคฝ่ายค้านที่จะนำไปสู่การล้มลงของรัฐบาล ร้อยละ 8.24 การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ที่มีประเด็นอ่อนไหว ร้อยละ 8.09 ประเด็นคดีตากใบ และร้อยละ 6.95 การก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลหดหู่เหตุตากใบให้เยียวยาต่อเนื่องขณะที่ซูเปอร์โพลเสนอผลสำรวจเรื่อง คดีตากใบ กับความสงบสุขของประชาชนกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,089 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 24-26 ต.ค. พบว่าร้อยละ 48.2 รับรู้ แต่ไม่ละเอียดเกี่ยวกับคดีตากใบ ร้อยละ 23.8 รู้น้อยมาก ถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย ร้อยละ 15.6 รับรู้รับทราบค่อนข้างละเอียด และร้อยละ 12.4 รับทราบโดยละเอียด โดยร้อยละ 69.7 รู้สึกเศร้าใจมากถึงมากที่สุดต่อเหตุการณ์คดีตากใบ ร้อยละ 22.5 ไม่มีความเห็น และร้อยละ 7.8 รู้สึกเศร้าใจน้อยถึงไม่รู้สึกเลย ร้อยละ 83.9 เห็นว่าจำเป็นอย่างมากที่ต้องเยียวยาความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 14.8 ไม่มีความเห็น และร้อยละ 1.3 ไม่จำเป็นต้องเยียวยา อย่างไรก็ตามร้อยละ 80.1 เชื่อว่าความขัดแย้งในคดีตากใบควรจบลงได้แล้วและทุกฝ่ายควรหยุดปมขัดแย้ง หันหน้ามาช่วยกันหาทางออกด้วยสันติวิธีเพื่อความสงบสุขของประชาชน ร้อยละ 11.4 ระบุยังไม่ควรจบ ร้อยละ 8.5 ไม่มีความเห็นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่