มีตัวละครในกลอนบทหนึ่ง ชื่อรณจักร ผมไม่รู้จักว่าเป็นใคร ทั้งท่องทั้งร้องมาตั้งแต่ตอนเรียน ป.เตรียม ก็ พ.ศ.2496 ตอนนั้นพออ่านออกเขียนได้รณจักรกวักหัตถ์ตรัสประภาษ ร้องเรียกราชธิดามารศรี มาเถิดหนาแม่มาไปธานี ถึงบุรีจะทำขวัญกัลยาพยายามนึก ได้จากบาทขาดราคาเชิญมาซื้อ ร้านหนังสือหน้าวัดเกาะเพราะหนักหนา...เล่มไหน? พระอภัยมณี โม่งป่า ฯลฯ หรือจำจากปากแม่...แม่เจ้าบทเจ้ากลอน คงจะมากับบางบทที่ออกสัปดนบ้าหวยกระบวยแห้ง กว่าหวยจะดีสีก็แดง หรือ...สุวรรณหงส์ถูกหอก อย่าบอกใคร นั่นล่ะกระมังชื่อ “รณจักร” ฝังลึกมากในความจำครับ...ครึ้มๆก็ร้อง ออกมาที ร้องจบแล้วก็คิดถึงแม่ทีผมมีความหลังฝังใจไปไม่ถึงถ้ำเขาหลวง เมืองเพชรสักที เมื่อวันพฤหัสเพื่อนจิตอาสาว่างคิวงานพาไปปีนบันไดเข้าไปกราบสารพัดพระ ที่พอรู้ว่ารัชกาลที่ 4 กับ 2 พระโอรสทรงสร้างไว้ออกมาก็ไหว้อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ที่ลูกๆท่านเก็บร่างรอกำหนดเผา...ที่วัดยางโชคดี เอียด-นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว วางมือจากการตรวจต้นฉบับหนังสืองานศพพ่อ ออกมาเห็นหน้ากัน ผมก็ได้หนังสือมาอ่านตุนเรื่องเขียนคอลัมน์ไว้ก่อนอีกสองเล่มกลับถึงไทยรัฐ เจอหนังสือนิทานนางตันไตรย หนังสือหมายเหตุเฟซบุ๊ก กุสุมา 80 มีชื่อศาสตราจารย์กิตติคุณ กุสุมา รักษมณี วางรอ บนโต๊ะทำงานชีวิตที่ดิ้นรน “หาเรื่อง” ทุกวัน...หนังสือสี่เล่ม เนื้อหาตรงจริตได้ ในวันเดียว เป็นโชคดีสี่ชั้นเปิดอ่านเล่มหมายเหตุเฟซบุ๊กฯ ถึงหัวข้อเกมวรรณคดีของคนโบราณ...ไม่ใช่ถูกหวยเลขท้าย ผมถูกรางวัลที่ 1เจอตัวตนของ “รณจักร” ที่คุ้นเคยเข้าแล้ว อาจารย์กุสุมา รักษมณี เขียนเมื่อ 7 ก.ย.2559 ค่อยๆอ่านไปด้วยกันวันนี้ท่านอาจารย์กาญจนา นาคสกุล เล่าให้ฟังว่า ในวัยเด็กเคยเล่นเกมอย่างหนึ่ง ผู้ใหญ่ซื้อชฎาจากงานภูเขาทองมาให้เด็กหญิงสวม แล้วผู้ใหญ่กับเด็กก็จะทำสุ้มเสียงเจรจาเหมือนเล่นละครผู้ใหญ่เป็นรณจักร เด็กผู้หญิงเป็นบุษมาลี มีบทร้องและเจรจา ดังนี้ผู้ใหญ่-(ร้อง) รณจักรกวักหัตถ์ตรัสประภาษ ร้องเรียกราชธิดามารศรี มาเถิดหนาแม่มาไปธานี ถึงบุรีจะทำขวัญกัลยา (เรียก) บุษมาลี เอ๋ย เด็ก (ลากเสียงขานรับ) เจ้าขา ผู้ใหญ่–อยู่กับพ่อหรืออยู่กับผัวเด็ก-อยู่กับผัว ผู้ใหญ่ (ตวาด) อุเหม่! เด็ก (ตกใจร้อง) ว้าย! แล้ววิ่งหนีอาจารย์บอกว่า พูดถามตอบกันแค่นี้เอง แต่การเจรจาด้วยน้ำเสียงที่ใส่อารมณ์ให้เข้ากับเรื่องทำให้รู้สึกสนุกเล่นกันกี่ครั้งๆ ก็ยังไม่เบื่อเกมนี้บอกอะไรเราบ้าง ตัวละครและเหตุการณ์ตอนนี้มาจากบทละครเรื่องพระสมุท พระราชนิพนธ์กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ และเป็นเรื่องที่ลิเกนิยมเล่นกันด้วยรณจักรเป็นยักษ์ มีธิดาเลี้ยงชื่อ บุษมาลี พระสมุทมาลักพานางหนีไปอยู่ด้วยกัน รณจักรไปตามหานาง เมื่อพบก็ได้สู้รบกับพระสมุท รณจักรพ่ายแพ้ พยายามจะเรียกธิดาให้กลับไปกับตน แต่นางเลือกจะอยู่กับพระสมุทผู้ใหญ่เลือกเรื่องนี้มาเล่นกับเด็ก เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับวรรณคดี ใช่หรือไม่อย่างน้อยชื่อรณจักร กับบุษมาลี ก็จะติดอยู่ในความจำของเด็ก ไหนจะมีคำถามให้เลือกด้วยว่าจะอยู่กับใคร ทำให้รู้เรื่องความขัดแย้งที่เป็นโครงเรื่องไปด้วย น่าเชื่อว่าบทเจรจานี้คงจะกระตุ้นให้เด็กอยากรู้เรื่องมากขึ้นแล้วจึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะเล่าเรื่องให้เด็กฟังต่อไป เป็นวิธีสอนวรรณคดีทางอ้อมที่น่าจะได้ผลเรื่องของอาจารย์กุสุมาจบแค่นี้ มีเงื่อนให้ผมคิดต่อ ละครเรื่องพระสมุท...สอนอะไร?คำตอบในเรื่องให้บทเรียน ถ้าต้องเลือกระหว่างพ่อกับผัว? แน่นอน เรื่องการบ้านผู้หญิงก็ต้องเลือกผัว แต่...มีแต่ ถ้าเป็นการเมืองรู้ๆกัน พ่อสำคัญกว่า ถ้าไม่มีพ่อลูกก็ไปต่อไม่ได้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม