มาตรา 112 ไม่ได้มีปัญหากับบ้านเมืองไม่มีเหตุผลไปออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ขยับมุมมองหลัง “ทีมการเมือง” ตั้งคำถามถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 4 ฉบับ ที่เสนอโดยพรรคการเมือง 3 พรรค ของภาคประชาชน 1 ร่างตั้งแท่นเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมหน้าที่จะเปิดในวันที่ 12 ธ.ค.67 ส่อทำให้เกิดปมขัดแย้งขึ้นในประเทศคงได้ยินการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในส่วนของพวกผมไม่ได้มีความคิดไปออกกฎหมายพิเศษเพื่อการใด เพื่อคนใดคนหนึ่ง การนิรโทษกรรมตอนดึกก็เคยมีปัญหามาแล้วชัดเจนเรื่องนี้ยังไม่ได้เป็นปัญหาของบ้านเมือง คนทำผิดต้องรู้ว่าทำผิด ถ้าคนที่ไม่มีเจตนาก็ไม่มีปัญหาการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง ในฐานะเป็นนักการเมืองมายาวนานกว่าคนอื่น ก็ยังมองไม่เห็นใครไปกลั่นแกล้งสุดท้ายถ้าไม่ผิด ไม่มีเจตนา ศาลก็ยก ไม่ใช่ลงโทษทุกคน แต่ถ้าไปคึกคะนอง ไปพูด ไปทำล้ำเส้น ล่วงล้ำก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไปเห็นด้วยกับนิรโทษกรรมคดีการเมืองไม่พ่วงคดี 112 นายชวน บอกว่า ไม่ๆ ในหมู่ผู้ใหญ่ที่พูดคุยกับนักกฎหมายของพรรคเห็นว่าคดีการเมือง ยังไม่เห็นว่าต้องไปนิรโทษกรรม ยังมองไม่ออกว่าคดีการเมืองอะไรที่เป็นเหตุให้นิรโทษกรรม“ไม่ใช่แค่มาตรา 112 คดีอื่นก็เหมือนกัน ที่เป็นรูปธรรมคืออะไร นิรโทษกรรมให้กลุ่มนักการเมืองไหน นักการเมืองคนไหน ทำผิดอะไร ยังไม่มีตัวเลขให้เห็น ยังไม่มีตัวบุคคลกฎหมายใดที่มีความบกพร่อง ควรแก้ไข เมื่อมีกฎหมายแล้วทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ประชาธิปไตยถึงราบรื่น ถ้าประชาธิปไตยอ่อนแอก็ไปไม่รอดฉะนั้น การออกกฎหมายเพียงเพื่อยกโทษให้คนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง อันนี้พวกเราไม่เห็นด้วย”ในรายงานของ กมธ.ระบุนิรโทษกรรมคดีการเมืองให้แก่ประชาชนทุกเสื้อสี รวมถึงเยาวชน นายชวนบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนร่วมต้องระบุตัวบุคคล ไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ถ้าทำผิดอาญาต้องรับโทษทางอาญา เผาบ้านเผาเมือง ไปทำลายการประชุมระหว่างประเทศ เป็นกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เรียกว่าประชาชนไม่ได้ ไม่มีเหตุผลมายกว่านิรโทษกรรมให้ประชาชน ต้องรับโทษ ไม่ควรนิรโทษกรรมบ้านเมืองต้องระวังเรื่องนี้มาก เพราะประเทศในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไปได้โดยมีประสิทธิภาพ กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ประเทศไทยมีปัญหา มีจุดอ่อน กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ตัวกฎหมายไม่มีปัญหา ตัวผู้บริหารกฎหมายไม่จัดการให้เป็นไปตามกฎหมาย มันจึงกลายเป็นประชาธิปไตยที่คนในประเทศวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศของตัวเองอ่อนแอ จะไปเอาตัวอย่างประเทศสังคมนิยมด้วยซ้ำไป“ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย แต่ใช้กฎหมายไม่เด็ดขาด ทำให้คนทำผิดได้ประโยชน์ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำผิดก็เสียประโยชน์คนในระบอบประชาธิปไตยรู้สึกว่าโลกนี้ไม่เหมาะสม มันช้า ไม่ทันการณ์ เอาผิดกับคนทำผิดไม่ได้ คนชั่วลอยนวล พวกรวยแล้วก็รวยเอา กอบโกย ทำอะไรไม่ผิด มันทำให้เป็นชนวนสนับสนุนให้จัดการคนที่ละเมิดกฎหมายโดยเด็ดขาด ผ่านกระบวนการยุติธรรม ถ้ารักประชาธิปไตยจริง ต้องปฏิบัติการให้กฎหมายมีประสิทธิภาพ แบบนี้ประชาธิปไตยไปรอด”เมื่อกฎหมายเป็นกฎหมาย อะไรที่กฎหมายห้าม ถ้าใครละเมิดต้องว่าไป อย่าไปกลัว ตัวอย่างของจริง กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีจริยธรรม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นใครเห็นอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ผลคือรัฐบาลต่อมาไม่กล้าตั้งคนที่คิดว่าจะมีปัญหาเป็นรัฐมนตรี คนเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นนักเลงพอพร้อมที่จะไม่เข้ามา เพื่อให้เป็นปัญหากับรัฐบาลฉะนั้น พรรค การเมืองทำผิด กลุ่มคนทำผิด ขอให้องค์กรเหล่านั้นกล้าตัดสินโดยเด็ดขาด เข้มแข็ง อย่าเห็นแก่อามิสสินจ้าง อย่าไปเกรงใจ อย่าไปกลัว อย่าไปห่วงว่าเดี๋ยวบ้านเมืองมีปัญหา ประเทศชาติเสียหายพรรคการเมืองทำไม่ถูก ต้อง...ลงโทษคราวหน้าก็ไม่กล้าทำ อะไรที่ผิดกวาดไปเรื่อยๆ กระทั่งขยะการเมืองมันก็ค่อยๆหมดไป น้ำดีค่อยๆขึ้นมา ไม่หมดคนดีหรอก มีคนเข้ามาต่อ บ้านเมืองไม่วุ่นวาย หลายประเทศที่พัฒนาประชาธิปไตยมาได้ ล้วนผ่านประสบการณ์นี้ทั้งสิ้นวิธีนี้ทำให้ประชาธิปไตยรอด ไม่เช่นนั้นประชาธิปไตยก็เป็น ธุรกิจการเมือง ใครมีเงินมากกว่าก็ชนะไป เป็นแบบนี้ตลอดจะแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างไร มันไม่มีทางขณะนี้เป็นห่วงธุรกิจการเมืองทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแออย่างไร นายชวน บอกว่า ขณะนี้มีการละเมิดหลักเกณฑ์บ้านเมืองตลอด องค์กรทั้งหลายต้องตรวจสอบโดยเด็ดขาดและเดี๋ยวนี้การเลือกทั่วไปมีแค่กระแส-กระสุน มีสักกี่คนมาโดยไม่ได้ใช้เงิน ซึ่งก็มีแต่แนวโน้มไปในทิศทางต้องใช้เงิน เมื่อต้องใช้เงินทุกคนถึงดิ้นรนเป็นรัฐบาล มันมีโอกาสหาประโยชน์ได้ฉะนั้น ประชาธิปไตยกลายเป็นจุดอ่อน ไม่ได้ให้ประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป ให้อำนาจให้ประโยชน์แก่คนคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีอะไรดีกว่าคนอื่นแต่มีเงิน มีฐานะกล้าที่จะทำผิดทุกครั้งที่กองทัพยึดอำนาจหนึ่งในเหตุที่อ้าง คือคอร์รัปชัน ขณะที่กำลังจะแก้รัฐธรรมนูญ (รธน.) แต่มองไปในอนาคตอาจมีการยึดอำนาจอีก นายชวนบอกว่าผมไม่ได้รับ รธน.ฉบับนี้ แต่ตอนที่ร่าง รธน. ได้เชิญผมไปขอความเห็นในฐานะที่ใช้ รธน.มากกว่าทุกคน ทุกฉบับ ได้เสนอมุมมองว่าไม่ใช่ข้อบกพร่องของ รธน. มันเกิดจากผู้ใช้ รธน.ใช้ รธน.40 ก็ถูกยึดอำนาจ เพราะผู้บริหารประเทศในขณะนั้น ใช้มาตรการนอกกฎหมาย ยิงทิ้งภาคใต้ เดือนละ 10 คน ฆ่าตัดตอน มาจาก คนทำ รธน.ไม่ได้ระบุเอาไว้ รธน.50ถึงได้มีมาตรา 3 วรรคสอง กำหนดให้ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักนิติธรรม หลังจากที่มีการละเมิดหลักนิติธรรมรธน.60 ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากตัว รธน.เป็นหลัก แต่เกิดจากผู้บริหารผู้ปฏิบัติ ตาม รธน.ไม่ปฏิบัติตามหลัก นิติธรรมที่ระบุเอาไว้ มีบางคนไม่เกรงกลัว เห็นชัดว่ามันเกิดจากตัวบุคคล ทำให้เกิดสถานการณ์กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ประชาธิปไตยถึงอยู่รอดแต่ฝ่ายการเมืองที่โดนกระทำ ถูกลงโทษ มองฝ่ายตรงข้ามที่ถืออำนาจอยู่ใช้นิติสงคราม นายชวน บอกว่า ไม่เห็นนิติสงคราม เป็นวิธีการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายของบ้านเมือง แต่แนวโน้มเริ่มมีปัญหาองค์กรที่วิ่งได้ อาจวิ่งไม่ได้เสมอไปขอเรียกร้ององค์กรทั้งหลายรักษาความเข้มข้นของบทบาท อย่ายอมให้บรรดานักการเมืองหรือใครก็ตาม วิ่งคดีให้ยกเว้นความผิด ในที่สุดก็เป็นผลลามมาถึงปัจจุบันไม่มีวันจบสิ้นคนทำผิดไม่กลัว มีความเชื่อมั่นวิ่งได้ทุกเรื่องขณะนี้ดีใจที่มีบรรดานักร้องทั้งหลายกล้าไปร้องเรียน ถึงแม้คนไปร้องเริ่มถูกโจมตี เมื่อก่อนก็โจมตีคนถูกร้อง สมัยนี้โจมตีคนร้อง ใครร้องโกงไม่จริงก็ต้องรับผิดฟ้องเท็จไปแต่กระแสการเมืองของพวกมีเงินสามารถเปลี่ยนกระแสได้ขอให้สื่อมวลชนยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องชอบธรรม ทำให้ค่อยๆ กรองสิ่งดีงามเข้ามาเรื่อยๆกวาดขยะการเมืองที่มันเลวร้ายทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอออกไป.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม