วันเสาร์สบายๆ วันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง “อนาคตของมนุษย์ในยุคเอไอ” กันนะครับ เมื่อต้นเดือนนี้ สถาบันเพื่อการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (IAL) และ สถาบันทักษะแห่งอนาคตของสิงคโปร์ Skills Future Singapore (SSG) ได้จัดประชุมเรื่อง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” Global Lifelong Learning Summit 2024 (GLLS 2024) ในหัวข้อ “ความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์ในยุคเอไอ : มุมมองการเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยมีผู้นำภาคอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำเทคโนโลยี จากทั่วโลกกว่า 400 คน เข้าร่วมประชุมผมอ่านชื่อธีมการจัดงานก็รู้สึกเร้าใจแล้ว นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯใหม่สิงคโปร์ ที่เพิ่งสร้างความประทับใจไปทั่วโลกด้วยการนั่ง สายการบินโลว์คอสต์ Scoot ของสิงคโปร์ ไปร่วมการประชุม อาเซียนซัมมิต ที่ สปป.ลาว ขณะที่นายกฯ ไทยใช้เครื่องบินลำใหญ่ของกองทัพอากาศ ได้ประกาศให้ “การพัฒนาคนแบบยกแผง” เป็น “วาระแห่งชาติ” ของรัฐบาลนายชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีศึกษาสิงคโปร์ ได้แสดงสุนทรพจน์ในงานว่า มีคนกังวลว่าเอไอจะสร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิต การทำงาน ระบบการศึกษา เผลอๆอาจเกี่ยวข้องกับทุกมิติในชีวิตแต่เวลาเดียวกันก็มีโอกาสใหม่ๆ อันทรงคุณค่าให้เราเสมอ เวที GLLS 2024 เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ประการ (1) เอไอกำลังเปลี่ยนแปลงการทำงานอย่างเห็นได้ชัด ไอเอ็มเอฟประเมินว่า การจ้างงานทั่วโลกเกือบ 40% จะได้รับผลกระทบ หากเป็นเขตเศรษฐกิจก้าวหน้าจะเพิ่มเป็น 60% เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจซ้ำๆ แม้แต่งานสร้างสรรค์อย่างงานเขียนหรือการผลิตสื่อที่ต้องอาศัยความคิดริเริ่ม จินตนาการ และการแสดงออกทางศิลปะ ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าเอไอลอกเลียนแบบหรือจำลองได้ยาก แต่วันนี้ก็ได้รับผลกระทบจาก Generative AI แล้วทั้งหมดนี้ รัฐมนตรีชาน เห็นว่า ไม่ใช่จะเลวร้ายเสียทีเดียว แต่ยังมีโอกาสมหาศาลด้วย งานใหม่ที่จะเกิดขึ้น ต้องการทักษะมนุษย์มาใช้จัดการกับโครงสร้างพื้นฐานของเอไอ การใช้เอไอจะช่วยให้คนมุ่งเน้นในหน้าที่หลักได้มากกว่าเดิม เช่น การใช้ดุลพินิจ ยิ่งเราใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ก็ยิ่งจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณของมนุษย์มากขึ้น เพื่อให้ถูกต้องตามจริยธรรมการเปลี่ยนแปลงประการที่ (2) คือ เทคโนโลยีการศึกษา กำลังเปลี่ยนวิธีจัดการศึกษาและการฝึกฝนทักษะอย่างรวดเร็ว เช่น ห้องเรียนแบบดั้งเดิม มักเจอปัญหาคลาสสิก 3 ประการ คือ ไม่สามารถสอนนักเรียนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้พร้อมกัน ถ้าต้องการคุณภาพกับนักเรียนจำนวนมาก อาจะต้องใช้ต้นทุนสูง เมื่อเปลี่ยนไปสู่การเรียนแบบผสมผสานระหว่าง “ห้องเรียนจริง” กับ “ห้องเรียนดิจิทัล” ก็สามารถทลายทางตัน 3 ประการนี้ได้เขียนถึงห้องเรียนแล้วผมก็อดคิดถึง “โรงเรียนไอซียู” ที่ กระทรวงศึกษาไทย จะปิดกันหลายร้อยแห่งทั่วประเทศไม่ได้ ทำให้เด็กชนบทห่างไกล “ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่เกิด” โดยไม่มีทางเลือก เป็นการทำลายอนาคตของชาติที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่งรัฐมนตรีชาน ยังได้พูดถึง การใช้ประโยชน์จากเอไอในฐานะตัวเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ ว่า ทุกคนต้องเรียนรู้การใช้เอไออย่างรับผิดชอบและมีจริยธรรม ไม่มุ่งเน้นเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลและเอไอจนลืมทักษะสำคัญอื่นของมนุษย์ เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ ความร่วมมือ การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้องหล่อเลี้ยงด้วย จิตวิญญาณของความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งต้องบ่มเพาะมาตั้งแต่อายุยังน้อย “ทุนมนุษย์คือหัวใจของธุรกิจ” แต่การเรียนรู้ต้องเหมาะสมกับภูมิหลังของแต่ละคน ไม่ใช่ทุกคนเรียนเหมือนกันหมดมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ได้พัฒนาแอปโดยใช้เอไอ ช่วยศิษย์เก่าเลือกหลักสูตรเพิ่มทักษะที่เหมาะสมกับแต่ละคนผมคิดว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยก็ควรจะทำสิงคโปร์ ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่เจริญรุ่งเรืองด้วยการสร้าง “คนที่มีคุณภาพ” ขึ้นมาเป็นทรัพยากร บางประเทศมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์มาก กลับยากจนเพราะเต็มไปด้วย “คนที่ไม่มีคุณภาพ” โดยเฉพาะคุณภาพนักการเมืองที่ถดถอยลงทุกวัน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม