หลายๆเรื่องจากหนังสือ นักเล่านิทาน (และเรื่องอื่น) (สวนเงินมีมาพิมพ์ พ.ศ.2562) ทำให้ผมรู้จัก นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว มากขึ้น แท้จริงลูกสาวอาจารย์ล้อมเกิดมาเพื่อเป็นนักประวัติศาสตร์คำบอกเล่าตัวจริงหัวข้อ (5) นิพัทธ์พร เริ่มต้นว่าเมื่อครั้งที่ไปสืบหาความเป็นมาของเขตหนองแขม หาข้อมูลเกี่ยวกับการขุดคลองภาษีเจริญ ก่อนเริ่มงานเธออ่านหนังสือจดหมายเหตุของหมอบรัดเลย์ปะติดปะต่อกับคำบอกเล่าของ “พ่อยิ้ม” หรือพระภาษีสมบัติบริบูรณ์ ประกาศชักชวนให้ชาวบ้านลงความเห็น เงินที่ใช้ขุดคลองนั้นควรใช้จากการตั้งโรงหวยหากำไร หรือจะเก็บเอาจากเรือชาวบ้านที่ขึ้นล่องใช้บริการหนังสือของพ่อยิ้ม เข้าลักษณะ “ประชาพิจารณ์” ครั้งแรกๆของเมืองไทยจากนั้นนิพัทธ์พรก็ลงพื้นที่สำรวจย่านหนองแขม ควานหาคนเก่า จนได้พบยายอิน เชื้อเชย คนหนองค้างพลูยายอินเกิดปีชวด พ.ศ.2455 ตอนที่เจออายุ 87 ปี ความจำยัขุดคลองภาษีเจริญงสดใส เสียงดังฟังชัด เล่าเรื่องทุ่งนา พันธุ์ข้าวพื้นเมือง เกวียน ควาย ฯลฯ สารพัด นั่งคุยสนุกสนานซะหลายชั่วโมงถึงตอนหนึ่ง ยายก็ทำตายิบๆ เรียกดิฉันเข้าไปใกล้ ทำท่าป้องปากกระซิบกระซาบ หัวเราะกิ๊กกั๊กเห็นเหงือกแดงๆ น่ารักเป็นที่สุด“นี่หนู...มีเรื่องประหลาดจะเล่าให้ฟัง ตอนได้ยินครั้งแรก ฉันยังเป็นเด็กสาวๆ โอ้โหย! ตกใจแทบตาย...ยายทวดฉันชื่อแม่เน่า อาของแม่เน่าเล่ามา แล้วแม่เน่ามาเล่าให้ฉันฟังอีกทีรู้ไหม ไอ้คลองภาษีเจริญน่ะ เขาเอาคนจีนมาขุด เป็นเจ๊กตัวขาวๆ มันมาจากเมืองจีน อาเขาเล่าว่ามันแก้ผ้าขุด...” คุยถึงตรงนี้ยายอินหัวเราะเสียงดัง “มันไม่รู้ภาษา มันร้อน มันแก้ผ้าขุดกันทั้งคลองสาวๆคนไทยไปแอบดู โดนพ่อแม่ไล่ด่าตีกันเปิดเปิง!”ดิฉันฟังแล้วก็ตกใจไปเหมือนกัน ไม่ได้ตกใจกับเรื่องเจ๊กแก้ผ้านั่นหรอก เพราะคนเดี๋ยวนี้ทั้งหญิงทั้งชายมันทำอะไรประหลาดพิสดารมากกว่าการแก้ผ้าไปอีกเยอะแต่ที่ตกใจ เพราะคลองภาษีเจริญซึ่งขุดเมื่อปี พ.ศ.2410 นมนานซะจนเหตุการณ์นั้น มีบันทึกเป็นข้อมูลดิบอยู่เพียงไม่กี่บรรทัดแต่เกือบ 150 ปีภายหลัง เรื่องเล่าแปลกประหลาดที่คงจะปิดบังกันให้แซ่ดในยุคนั้น กลับยังมีชีวิตเหลือรอดผ่านรุ่นคนถึง 5 เจเนอเรชันกว่าจะมาถึงดิฉัน เดินทางมาได้ยังไงกันนี่ข้อมูลยังมีเรื่องเล่า ตาผาด ทองรอด (เกิด พ.ศ.2458) คนฝั่งธนย่านทวีวัฒนา เรื่องการตอนควาย คัดเลือกควาย ตัวไหนโง่ ดื้อ บื้อ สนุกสุดๆ แต่เรื่องที่ประหลาดใจในพลังของเรื่องเล่า ก็คือเรื่องที่ตาพูดถึงสมัยก่อนนาล่มบ่อยๆ ผมเคยถามคนอายุสักแปดสิบ เขาบอกไม่เคยเห็นมี แต่ตอนปี 85 น้ำท่วมใหญ่ ที่นาล่มกันหมด แต่แม่ผมเขาเล่า สมัยรัชกาลที่ 2 เคยมีนาล่มใหญ่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นแม่ยังไม่เกิด ยายแม่เป็นคนเล่าให้ฟัง เขาเรียกปีน้ำล้างทุ่ง น้ำท่วมมาก นาล่มหมด ทั้งฝั่งธนฝั่งพระนคร...นิพัทธ์พรเคยอ่านประชุมพงศาวดารภาค 8 (พ.ศ.2365) ข้าวเกวียนละ 7 ตำลึง ข้าวสารถังละ 3 สลึงเฟื้อง ปีนี้งูน้ำกัดคนตายมากได้ฟังประวัติศาสตร์คำบอกเล่า... (อายุเกิน 200 ปี) แล้วนิพัทธ์พร กลับโรงพิมพ์สารคดี ดีใจจนเดินรอบห้อง ยังกะเสือติดจั่น แหม...มันตื่นเต้น อยากเล่าให้ใครซักคนฟังอ่านถึงตอนนี้ ผมจึงแน่ใจเพิ่มขึ้น หลังจากแอบฉงนสนเท่ห์มาหลายปี...ที่รู้ว่าแค่คำ “หมอตำแย” คำเดียว นิพัทธ์พร ติดตามถาม ติดตามค้นจนรู้ว่า มาจากไหน ใช้เวลาไปถึง 20 ปีผมคงต้องอดใจรออ่าน ลอกเรื่องเล่า ของเธอมาขยายให้ท่านฟังต่อไป...เรื่องแบบว่าฟังแล้วยิ้มออกหาฟังยาก บ้านเมืองเราตอนนี้มันอะไรกันนักหนา นี่ก็พิธีกร ดารา หลอกต้มคน โน่นก็นักการเมืองแบล็กเมล์.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม