คนพรรคเพื่อไทยเปิดศึกน้ำลาย ดาหน้าโต้ฝ่ายค้าน “มนพร” เต้นดีแต่ผลิตวาทกรรมเน้นคอนเทนต์ “วิสุทธิ์” ชี้หมดยุคใส่ร้ายกันแล้ว “บรู๊ค” แนะลดวาทกรรมจับผิด มุ่งหน้าทำงานไป “ประเสริฐ” เด้งรับปราบอาชญากรรมออนไลน์ ฟุ้ง 1 ปีผลงานเพียบ “พิธา” ตอกรัฐบาลผวาจริยธรรมล้นเกินจนลืมหน้าที่ ห่วงภาวะผู้นำวิกฤติ ฉะสมานฉันท์กันอยู่แค่ 25-30 คน ใน ครม. “เรืองไกร” บี้ซ้ำสอบจริยธรรมนายกฯตั้ง “สุรพงษ์” รมช.คมนาคม “สิระ” กระตุก “ไพบูลย์” คิดสั้นทำนิติสงครามกับสื่อ “วัน” บอก “ลุงป้อม” ไม่กังวลคลิปลับ “เอกนัฏ” สั่งยกเครื่องปฏิรูปอุตสาหกรรม 3 ด้านควันหลงหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล แกนนำพรรคเพื่อไทยเปิดศึกน้ำลายโต้กลับฝ่ายค้าน นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แนะเลิกผลิตวาทกรรมเพื่อก้าวข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้วมุ่งหน้าทำหน้าที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไป“ประเสริฐ” เด้งรับล่าโจรออนไลน์เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ว่านโยบายรัฐบาลที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาไป มีหลายเรื่องที่กระทรวงดีอีต้องเข้าไปมีส่วนขับเคลื่อน โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 9 เกี่ยวกับการเร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ การเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพ ในการป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงอาชญากรรมออนไลน์ในรูปแบบใหม่ๆ กระทรวงดีอี โดยความร่วมมือกับหลายหน่วยงานได้ดำเนินการมาต่อเนื่องอยู่แล้วฟุ้งหนึ่งปีที่ผ่านมาผลงานเพียบนายประเสริฐกล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti-Online-Scam Operation Center : AOC) โทร. 1441 หรือศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2566 พบว่ามีเรื่องร้องเรียนลดลง มูลค่าความเสียหายก็ลดลงด้วย นอกจากนี้ ก็ยังได้ดำเนินมาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” สุ่มตรวจสอบเสาสัญญาณของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ชายแดน ที่อาจมีความเสี่ยงให้ขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานอยู่บริเวณชายแดน ตลอดจนการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอีไทย และกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาในการปราบปรามแก๊งคอล เซ็นเตอร์และไฮบริดสแกมมุ่งสร้างพัฒนาดิจิทัลดึงนักลงทุนนายประเสริฐกล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงดีอีได้เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทราบดีว่าโจรออนไลน์เหล่านี้ยังคงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่หยุด รัฐบาลโดยนายกฯแพทองธาร จึงได้ดำริให้เรื่องนี้เป็นนโยบายเร่งด่วน และในนโยบายของรัฐบาลยังมีอีกหลายเรื่องที่กระทรวงดีอีต้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อนทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่คนไทย รวมทั้งการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สร้างภูมิทัศน์ประเทศไทยให้มีความพร้อมด้วยดิจิทัลในทุกมิติ เพื่อดึงดูดนักลงทุน และชาวต่างชาติ ที่ต้องการเข้ามาอาศัย แต่ขณะเดียวกันต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไทยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแข่งขันของแพลตฟอร์มต่างชาติด้วย“มนพร” เต้นวาทกรรมฝ่ายค้านนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม กล่าวว่า ฝ่ายค้านยังคงใช้วาทกรรมวนเวียน ทั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ตระบัดสัตย์ รวมถึงมีคนสั่งการ วนเวียนแต่เรื่องนี้ ไม่ได้เน้นสาระที่เป็นนโยบายมาตั้งแต่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ที่ทำไว้ผลิดอกออกผล อย่างไร เน้นคอนเทนต์มากกว่า เมื่อถามว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านแสดงความเห็น จะกระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นางมนพรตอบว่า เป็นธรรมดาของการเมือง การแสดงความเห็นมาจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รัฐบาลรับฟังเสียงของทุกคนและทุกกลุ่ม ทั้งนอกและในสภาฯ รวมถึงประชาชน เอาข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาเป็นข้อสังเกต และทำนโยบายเป็นจริงให้ได้“วิสุทธิ์” ชี้หมดยุคใส่ร้ายกันแล้วนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายค้านจะสร้างวาทกรรมการเมือง ก็ว่ากันไป แต่สิ่งที่ควรพูดคือเรื่องน้ำท่วม ที่เป็นปัญหาประชาชนกำลังลำบาก คนเป็นนักการเมือง ต้องคิดถึงความทุกข์ยากประชาชนก่อน การสร้างวาทกรรมไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน ชาวบ้านเขาไม่ได้ชอบใช้ถ้อยคำกระแนะกระแหนใส่ร้ายกัน หมดยุคหมดสมัยแล้ว เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลจะมีผลงานเพื่อโต้การโจมตีของฝ่ายค้านอย่างไร นายวิสุทธิ์ตอบว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่เขาบอกว่าเราไม่จริงจัง แต่วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลประชุมเรื่องนี้มา 2 อาทิตย์แล้ว ไม่รู้ว่าไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ ไม่ใช่เราไม่ทำ แต่ที่เดินหน้าเร็วกว่านี้ไม่ได้ เพราะต้องรอกฎหมายประชามติออกมาก่อน แต่ไม่เป็นไร ตอน เราเป็นฝ่ายค้านก็ต้องหาวาทกรรมมาว่ารัฐบาลเช่นกันลดวาทกรรมมุ่งหน้าทำงานไปนายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพรวมการแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นไปด้วยดี ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากทุกฝ่าย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ นำเสนอนโยบายวางรากฐานให้ประเทศครบทุกด้าน ถือเป็นการเริ่มต้นการทำหน้าที่ประมุขฝ่ายบริหารได้สมบูรณ์แล้ว แต่มีข้อสังเกตคือฝ่ายค้านที่พยายามหยิบยกวาทกรรมที่ไม่สามารถก้าวข้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ น่าผิดหวังมาก ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรม “นายใหญ่ นายทุน นายหน้า” ของผู้นำฝ่ายค้าน หรือที่บอกว่าอยากเห็นนายกฯมีแสงสว่างในตัวเอง ยิ่งตอกย้ำว่าการเมืองใหม่ที่อยากเป็นนั้นไม่มีอยู่จริง กลับทำให้การอภิปรายนโยบายบิดเบี้ยว จนคล้ายกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์การประชุมรัฐสภาในครั้งนี้ ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับพี่น้องชาวเชียงราย เชียงใหม่ ที่กำลังประสบอุทกภัย เป็นเวลาที่ทุกภาคส่วนควรร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อประชาชน มากกว่าการสาดวาทกรรมจับผิดการทำงานของนายกฯ เพราะไม่เกิดผลดีแต่อย่างใด“วรชัย” เชียร์ “อิ๊งค์” นำปรองดองนายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังแถลงนโยบายเสร็จสิ้นรัฐบาลก็เริ่มงานทันที นายกฯเรียกประชุมหน่วยงานแก้ปัญหาน้ำท่วมและลงพื้นที่ทันที ทำให้เห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน ประกอบกับนโยบายที่แถลงไปพูดถึงมิติทั้งความมั่นคงและเรื่องเศรษฐกิจ ที่จะมีเมกะโปรเจกต์เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแจกเงินสด 1 หมื่นบาท โครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ทุกภาคส่วนตอบรับดี ทำให้ความเชื่อมั่นประเทศกลับมา จากที่ห่างหายไปกว่า 10 กว่าปี วันนี้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ต่างพูดถึงประเทศไทยในทางบวก เห็นได้ชัดจากตลาดหลักทรัพย์ไทยพุ่งสูงมากที่สุดในโลก ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เชื่อว่าหลังจากนี้นักลงทุนต่างชาติจะเดินหน้าเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น จะมีการตั้งโรงงานเพิ่มการจ้างงาน เพราะวันนี้ประเทศไทยมีความสามัคคีปรองดอง ตั้งรัฐบาลทุกสีเสื้อ การเมืองมีเสถียรภาพ เชื่อว่าภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน“พิธา” ตอกผวาจริยธรรมล้นเกินขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่กล้าลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วมเพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงที่ผ่านมาว่า เมื่อวาน น.ส.แพทองธารก็ลงพื้นที่แล้ว แต่มองว่าการนำจริยธรรมมาลงโทษทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลกังวลเรื่องจริยธรรมจนล้นเกิน ทำให้เมื่อมาชั่งน้ำหนักระหว่างความเดือดร้อนของประชาชนหรือจะโดนร้อง กลับกังวลว่าจะโดนร้องสูงกว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะจะทำให้ภาวะผู้นำเกิดวิกฤติทันที เมื่อมองเห็นถึงปัญหาฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชน (ปชน.) เตรียมแก้ปัญหาเรื่องการใช้จริยธรรมเป็นเครื่องมือทำลายล้างทาง การเมืองฉะสมานฉันท์กันอยู่แค่ 25-30 คนนายพิธายังกล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ระบุถึงฝ่ายค้านอย่าเป็นฝ่ายแค้นว่า เมื่อคืนนี้ขึ้นเครื่องบินไฟลท์เดียวกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เสียดายที่มีโอกาสพูดคุยกันน้อยไปหน่อย จะได้พูดกับนายสมศักดิ์ว่า เป็นคู่แข่งไม่ใช่คู่แค้นไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมือง เห็นที่แค้นกันมากเมื่อ 20 ปีก่อน ก็เป็นรัฐบาลเดียวกัน หรือที่รัฐประหารครอบครัวตัวเองก็กลับมาเป็น ครม.เดียวกัน ขณะนี้เหมือนการสมานฉันท์กันของกลุ่มชนชั้นนำ แต่ควรสมานฉันท์กับประชาชนด้วย การเสาะหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือการแก้ไขกฎหมายให้เกิดความรับผิดชอบกับผู้ที่สังหารประชาชน หรือใบอนุญาต ที่จะทำให้เกิดการฆ่าคน จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต แบบนี้ต่างหากที่เป็นการเซ็ตซีโร่ประเทศ เกิดความสมานฉันท์จริงไม่มีขั้ว ตรงไปตรงมา แข่งขันกันบนระบบเป็นสิ่งที่เราเคยพยายามผลักดันตอนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เสียดายโอกาสในการสมานฉันท์กันทั้งประเทศ รวมถึงประชาชน กลายเป็นสมานฉันท์กันแค่ 25-30 คนที่อยู่ใน ครม.ตอนนี้“เรืองไกร” บี้ซ้ำจริยธรรมนายกฯนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้ส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มเติม ขอให้ตรวจสอบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ฐานกระทำผิดประมวลมาตรฐานจริยธรรม กรณีเสนอชื่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็น รมช.คมนาคม เข้าข่ายมีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) หรือไม่ เนื่องจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำพิพากษาไว้เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2565 ให้จำคุกนายสุรพงษ์ เป็นเวลา 2 ปี ปรับ 40,000 บาท กรณีทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ในการเลือกตั้งนายก อบจ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2563 แต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 21/2567 มีเหตุอันควรให้ กกต.ตรวจสอบว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงเฉพาะตัวจากการใช้ดุลพินิจเสนอชื่อนายสุรพงษ์เป็น รมช.คมนาคมหรือไม่“สิระ” ติง “ไพบูลย์” ทำนิติสงครามสื่อนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กทม. พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. ขู่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ดำเนินรายการเจาะลึกทั่วไทย และสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT หลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงหลุดต่อเนื่องว่า ขอให้ทบทวนเพราะอาจไม่เกิดผลดีกับทั้งนายไพบูลย์ และคนในคลิป การแก้ไขปัญหามีหลายวิธี น่าจะใช้วิธีการออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนและประชาชนว่า เนื้อหาในคลิปเสียงนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจมีคลิปตามออกมาอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อสังคมว่าเป็นการใช้กฎหมายทำนิติสงคราม ด้วยวิธีใช้กฎหมายฟ้องปิดปาก ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา มองว่ายังมีอีกหลายวิธีอยากให้นายไพบูลย์เลือกใช้วิธีอื่น“วัน” บอก “ลุงป้อม” ไม่กังวลคลิปลับวันเดียวกัน นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค พปชร. และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รองโฆษกพรรค พปชร. พร้อมใจกันโพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค นายวันระบุข้อความว่า “เข้าพบ พล.อ.ประวิตรในการวางแผนขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ กทม. และ จ.สงขลา ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรอารมณ์ดีมีความสุข ไม่มีความกังวลในเรื่องคลิปหลุดที่ออกมาก่อนหน้านี้ และยังกำชับให้ทุกคนเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกมิติ”“เอกนัฏ” สั่งยกเครื่องปฏิรูป 3 ด้านที่โรงแรมเดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า มอบนโยบาย “การปฏิรูปอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส 3 ปฏิรูป 3 แนวทาง” ให้แก่ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมพันคนที่มาเพราะความท้าทายของภาคอุตสาห กรรม ต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจคือ การสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สำหรับการปฏิรูปที่ 1 “จัดการกากสารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน” ปรับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ทั้งระบบ เพื่อคืนน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชน แก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืน การเพิ่มโทษอาญา การปฏิรูปที่ 2 “Save อุตสาหกรรมไทย” สร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของเอสเอ็มอีบังคับใช้กฎหมายกับสินค้าต่างชาติที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่ทะลักเข้าไทย สนับสนุนอุตสาหกรรมต่างชาติลงทุนในไทย รวมถึงยกระดับขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้ และการปฏิรูปที่ 3 “สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่” รองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ปรับเปลี่ยนสายการผลิตและเทคโนโลยีในประเทศ ยกระดับการผลิตเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลกปชป.ไม่มีนโยบายขับคนเห็นต่างด้านนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายเชาว์ มีขวด สมาชิกพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่ามีความพยายามจากผู้บริหารพรรค ปชป. ให้ขับนายเชาว์ออกจากพรรคว่า ผู้บริหารพรรคภายใต้การนำของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรค ปชป. ไม่มีนโยบายและไม่เคยมีความคิดขับไล่สมาชิกพรรคที่มีความเห็นต่างตรงกันข้ามหัวหน้าพรรค กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พร้อมเปิดใจรับฟังทุกเสียงนำไปปรับปรุงการทำงาน และพัฒนาฟื้นฟูพรรคให้กลับมาเติบใหญ่อีกครั้ง พรรคอยู่ด้วยอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ยึดถือข้อบังคับ หากไม่ทำผิดข้อบังคับพรรคก็ไม่ต้องกังวล เท่าที่พูดคุยกับ สส.หลายคนไม่เคยได้ยินข่าว การประชุม สส.พรรควันที่ 17 ก.ย. จะสอบถามเรื่องนี้อีกครั้ง อยากให้สมาชิกทุกคนร่วมทำงานสร้างสรรค์ พรรคไปด้วยกัน การแสดงความคิดเห็นในเชิงให้ร้าย ป้ายสีคนในพรรค ก่อให้เกิดความร้าวฉาน แตกแยก ควรยุติได้แล้ว เพราะไม่เกิดผลดีกับพรรคและสมาชิกที่ตั้งใจทำงานกอบกู้ฟื้นฟูพรรคโต้ สส.ปชน.ไม่มีนโยบายแก้ ม. 112นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ สส.พรรคประชาชน ที่มีการพาดพิงพรรคที่เข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อเป็นมติพรรค ถือเป็นสิทธิของ กก.บห. และ สส.พรรค การร่วมรัฐบาลไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดความมีศักดิ์ศรีที่พรรคสร้างสมตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่บอกว่าการร่วมรัฐบาลเพราะหวังงบประมาณลงภาคใต้นั้น คงตอบแทนรัฐมนตรีในพรรค ปชป.ไม่ได้ แต่พรรค ปชป.ไม่เคยเลือกปฏิบัติต่อประชาชน และเราไม่มีนโยบายล้มล้างการปกครอง ไม่มีนโยบาย แก้ไขมาตรา 112 พรรค ปชป.มีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี คุณค่าไม่ได้จบที่คำว่าร่วมรัฐบาลอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่