อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร ข้อหาหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 โดย ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การต่อสู้คดีในชั้นศาลของ อดีตผู้นำ ทักษิณ ได้เริ่มต้นด้วยข้อต่อสู้ถูกยัดเยียดข้อหาและเป็นผลพวงมาจากยึดอำนาจ หรือเคยได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษ ศาลให้ประกันตัวชั่วคราวและนัดตรวจสอบพยานหลักฐานใน วันที่ 19 ส.ค. ซึ่งครบกำหนดโทษของอดีตผู้นำพอดี ทำให้คลายข้อสงสัยว่าหากศาลมีการพิจารณาคดีในระหว่างนี้ จะมีผลกับการพักโทษอย่างไรหรือไม่การที่ศาลจะพิจารณาให้ประกันตัวหรือไม่ให้ประกันตัวในระหว่างการต่อสู้คดีในชั้นศาล ในคดีที่ลักษณะเดียวกันหรือคดีเดียวกัน โดยหลักกฎหมายแล้วจะยึดหลักการเดียวกัน เช่น ไม่ไปก่อความวุ่นวายกับพยานหลักฐาน ไม่มีพฤติกรรมว่าจะหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลโดยตรงโดยเฉพาะคดีที่มีความละเอียดอ่อน เช่นคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 จากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มเยาวชน ซึ่งมีผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีจำนวนมากคดีคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน หลักจากส่งเอกสารและพยานเพิ่มเติม ในจำนวนนั้นมีทั้ง เลขา ครม. คนปัจจุบันด้วย เพื่อเพิ่มนํ้าหนักว่า นายกฯเศรษฐา แต่งตั้ง ครม.ด้วยสุจริต ยังต้องลุ้นกันต่อไป เช่นเดียวกับกรณีที่ กกต. ยื่นคำร้อง ยุบพรรคก้าวไกล ข้อหาล้มล้างการปกครอง แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 กกต.ได้ยื่นหนังสือเพิ่มเติมเพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี ซึ่ง กกต. ก็อ้างคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีนี้ ผลออกมาเป็นอย่างไรก็คงเป็นอย่างนั้น รอซีซันต่อไปในเดือน ก.ค.นี้ จะออกหัวออกก้อยที่จะกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป เห็นจะเป็นกรณีที่ ศาลปกครองกลาง ส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้อง ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการได้มาซึ่ง สว.ตามมาตรา 36-40-41-42 เกี่ยวกับวิธีการขั้นตอนในการเลือก สว.ทั้งสามรอบ เป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่ผลการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วิธีการแนะนำตัวและขั้นตอนการเลือก สว.ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ กกต.สามารถที่จะดำเนินการเลือกตั้ง สว.ต่อไปได้จนเสร็จสิ้นกระบวนการแต่ไม่ว่าจะวินิจฉัยว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญทั้งหมด หรือไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือขัดกับรัฐธรรมนูญเพียงบางมาตรา ก็จะถูกนำมาเทียบเคียงกับผลที่จะเกิดขึ้นกับการเลือก สว.ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือก สว. พ.ศ.2561 ซึ่งจะส่งผลต่อที่มาของ สว.ชุดนี้ และความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สว. ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะช่องว่าง การฮั้ว โดยการสร้างเครือข่าย และโหวตเตอร์ และไม่ว่าจะออกหัวออกก้อย การเลือก สว.ก็ทุลักทุเลต่อไปอยู่ดีฉายภาพถึงนิติสงครามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม