หนังเก่าทีวีฉายบ่ายวันศุกร์ ชื่ออังกฤษที่ผมอ่าน แปลตามใจฉัน “ชั่วโมงมืดของเชอร์ชิล” ได้ดูเอาราวกลางเรื่อง ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 5 ปี ฮิตเลอร์บุกตะลุยดะชนะทั่วยุโรป สหายฝรั่งเศสกำลังแพ้ เป้าหมายต่อของเยอรมันก็คือเกาะอังกฤษสถานการณ์ตอนนั้น ดูประหนึ่งไม่มีใครขวางทางฮิตเลอร์ได้ ทางเลือกของนายกฯเชอร์ชิลก็เหลือสามทางสู้ ยอมแพ้ และขอเจรจาเชอร์ชิลประกาศสู้เด็ดเดี่ยว พังเป็นพัง ตายเป็นตาย แต่เสียงส่วนใหญ่ ไม่ว่าใน ครม.ในสภาฯ และที่สำคัญคณะรัฐมนตรีสงคราม คนที่เขาเลือกมาเอง...ไม่เอาด้วยสองรัฐมนตรีสำคัญต่อต้านเชอร์ชิลถึงขั้นขอลาออกตามประสาหนังฝรั่ง เขาเดินเรื่องได้แหลมคมลึกซึ้ง สะท้อนภาพความสับสน...ตัดสินใจส่งทหารไปสู้แล้วตาย ตายแล้วก็ตายอีก ด้วยอากัปกิริยา คนแก่พะว้าพะวัง กินไม่ได้นอนไม่หลับระหว่างเตรียมร่างคำแถลงการณ์ เชอร์ชิลเดินวนเวียน สาวพิมพ์ดีดก็พิมพ์ แต่ละคำแต่ละประโยคที่สื่อออกไป นายกฯอังกฤษคนนี้ได้ชื่อว่า เป็นนักพูดฝีปากเยี่ยมไร้เทียมทานถึงประโยคสุดท้าย...คำสั่งสู้ สาวพิมพ์ดีดชะงัก น้ำตาพรูภาพถ่ายใกล้ตัวเธอ ชายหนุ่มในชุดทหาร เชอร์ชิลรู้ตอนนั้น พี่ชายสาวพิมพ์ดีดเพิ่งตายก่อนเดินทางไปถึงแนวรบสุดท้ายนอกจากภริยาแล้ว รอบตัวเชอร์ชิลไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาเลย ระหว่างบรรยากาศสับสน อังกฤษจะสู้หรือจะยอม ก็เกิดเรื่อง คนทำเนียบตามกันวุ่น...“ท่านนายกฯหายตัว”ในรถไฟใต้ดิน...เมื่อเชอร์ชิลเดินเข้าไป ผู้โดยสารใกล้ๆตัวต่างก็ตื่นตะลึง คนดำ คนขาว ผู้หญิงแก่ ผู้หญิงท้อง ผู้หญิงสาว ไปถึงเด็กหญิงน้อย...อีกคนบทสนทนาตามประสานักการเมืองกับชาวบ้านธรรมดาๆก็เดินหน้าไป จบลงตรงเชอร์ชิลร้องไห้หนังขมวดหาไคลแมกซ์ เชอร์ชิลแถลงการณ์ตัดสินใจต่อสภา กล้องโคลสสีหน้าแววตา สาวพิมพ์ดีดคนเดียวรู้ว่างานสำคัญชี้ชะตาบ้านเมืองนี้ เชอร์ชิลพูดสดๆโดยไม่มีสคริปต์หนึ่งในเหตุผลสำคัญ เชอร์ชิลควักเศษกระดาษจดชื่อผู้โดยสารในรถไฟใต้ดินที่ได้พูดคุย บอกกับที่ประชุมว่าคนพวกนี้เขาขานทีละชื่อ เห็นด้วยกับเขาว่าอังกฤษต้องสู้แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง เสียงตอบรับชนิดถล่มทลาย คนทั้งสภาเห็นด้วยกับการตัดสินใจของผู้นำกล้องตัดภาพไปที่หน้าแกนนำรัฐมนตรีสงครามที่ประกาศต่อต้าน...มีคนยื่นกระดาษให้เขาซับเหงื่อหนังตั้งใจ...จบแค่นี้ละครับ...แล้วขึ้นตัวหนังสือบรรยายว่า ต่อมาเชอร์ชิลส่งรัฐมนตรีไปคุยกับสหรัฐอเมริกา และต่อมาอีก 5 ปี ฝ่ายพันธมิตร ซึ่งรวมอังกฤษด้วย ก็เป็นฝ่ายชนะสงครามผมนั่งอึ้งกับเรื่องของเชอร์ชิลครู่ใหญ่ ซาบซึ้งกับฉากนายกฯอังกฤษคุยกับผู้โดยสารรถไฟ จนไปถึงเด็กหญิงคนสุดท้ายที่บอกว่าสู้ เสียงประชาชนคนตัวเล็กๆที่ตรงใจนี่เองที่ทำให้เขาร้องไห้ในหนังสือสารานุกรมผู้นำและคนสำคัญของโลก (สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2556) ผมเกิดอยากรู้ รศ.วิทยากร เชียงกูล ผู้เรียบเรียง เขียนเรื่องเชอร์ชิลไว้อย่างไรในความยาว 12 บรรทัด บอกว่า เชอร์ชิลเป็นรัฐบุรุษ นักประวัติศาสตร์ นักเขียนประวัติบุคคล เคยเป็นทหาร เป็นผู้สื่อข่าว เป็นนักการเมือง เป็นนายกฯอังฤษสองครั้งเขาเขียนหนังสือไว้หลายเล่ม รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมปี ค.ศ.1953ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เชอร์ชิลได้ชื่อว่าเป็นผู้นำยามสงครามที่มุ่งมั่น มีอารมณ์ผูกพันที่จะปลุกให้คนยืนหยัดต่อสู้ ตัวอย่างคำปราศรัย “ข้าพเจ้าไม่มีอะไรเสนอให้พวกท่าน นอกจากเลือดเนื้อ แรงกาย หยาดเหงื่อ และน้ำตา”ผมเดาเอานะครับ คนที่เอาหนังมาฉายทีวี คงตั้งใจสื่อถึงใครบางคน ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ดู ก็อยากสื่อต่อลงทุนหนีไปตั้ง 17 ปี งานนี้ถ้าหนีก็อายคน สู้จนตายจะดีกว่า อย่างน้อยโลกก็จะได้จารึกว่า เป็นผู้นำคนเดียวที่ถูกสั่งขังแล้วตายโดยไม่เคยได้เข้าห้องขัง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม