กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศรัวๆ เตือนจังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน ให้เตรียมตัวรับมือฝนหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ฝนชุกตั้งแต่ต้นฤดู กระจายทั่วทุกพื้นที่ตกถี่ๆแบบรายวัน แต่ที่ครึ้มกว่าเมฆฝนตั้งเค้าทะมึนในเดือนมิถุนายน ก็คือบรรยากาศอึมครึมทางการเมืองของประเทศไทยในห้วงเดือนพลิกคว่ำพลิกหงายจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม จุดเปลี่ยนเกมอำนาจภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์สารพัดปมร้อน คดีสำคัญทางการเมืองที่มีเดิมพันสูง ถูกลากไปกองไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ลุ้นออกหัวออกก้อยระทึกกันไปหมด ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน ไปยัน สว.ชุดใหม่ที่ยังเป็นวุ้นชะตาแขวนอยู่บนเส้นด้าย รอการชี้ชะตาไล่กันตามคิว ตั้งแต่คดียุบพรรคก้าวไกล ที่ถูกนายทะเบียนพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญลงดาบฟัน ฐานพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีการเสนอนโยบาย แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ ปี 2566 ที่ผ่านมาอาการเหมือนนักโทษประหารได้โอกาสดิ้นสู้เฮือกสุดท้ายกองทัพส้มใช้สิทธิทางกฎหมาย ขอเลื่อนคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขยายเวลากันแบบเต็มเหยียดเดือนกว่าๆล่าสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ เป็นสัญญาณดีเดย์ กำหนดชี้ชะตางวดเข้ามาทุกขณะพร้อมประกาศิตเข้มๆ ศาลรัฐธรรมนูญแนบคำสั่งให้คู่กรณี ทั้งจำเลยคือพรรคก้าวไกล ฝ่ายโจทก์ กองแช่ง กองเชียร์ งดการแสดงความคิดเห็นกดดันคณะตุลาการฯก่อนมีคำวินิจฉัยเพราะอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี เสี่ยงมีความผิดแต่นั่นก็ไม่อาจปิดปากได้ อาการท้าวัดใจ คนไม่มีอะไรจะเสีย ตามท่าทีที่นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนกราน “ปฏิบัติการปาดหน้า” เปิดเวทีแถลงการณ์สู้คดียุบพรรคเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนโชว์ประเด็นการหักล้างแนวทางการต่อสู้ข้อกล่าวหาให้สังคมร่วมพิจารณาคู่ขนานไปกับการกระตุกสังคมโลกร่วมจับตา “หนุ่มทิม” นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ แสดงความมั่นใจ การยุบพรรคก้าวไกลจะทำให้กองทัพส้มอ่อนแรงในระยะสั้น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์แต่จะติด “เทอร์โบ” ให้แนวคิด นโยบายการเมืองแบบก้าวหน้าในระยะยาวยกตัวอย่างเชิงประจักษ์การยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อปี 2563 ทำให้พรรคคนรุ่นใหม่อ่อนแอลงชั่วคราว แต่ก็สามารถกลับมาฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งในปี 2566 แบบล็อกถล่มอารมณ์เด็กเป็นรองในจังหวะแข่งม้า แต่ถือไพ่แต้มต่อในเกมยาวยังไงพรรคก้าวไกลก็ต้องโหมเดิมพันคดียุบพรรค ตั้งท่าแข็งขืนกับขบวนการ “หักลำ” โชว์อุดมการณ์คนรุ่นใหม่ ไม่ยอมศิโรราบให้อำนาจอนุรักษ์นิยม เดินหมากข้ามช็อตในการรักษากระแส กวาดคะแนนนิยมเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่ว่าผลจะออกหัวหรือออกก้อยรู้ตัวโอกาสรอดน้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ตายคาหลักประหารสถานการณ์ระทึกอกระทึกใจไม่แพ้กันกับคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ถูกกลุ่ม 40 สว. ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญลงดาบฟันฐานความผิดกระทำ การขัดรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการดื้อแพ่งแต่งตั้ง “ทนายถุงขนม 2 ล้าน” นายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งๆที่เคยติดคุก ถูกศาลฎีกาสั่งขังโดยไม่รอลงอาญา จากพฤติการณ์ทำลายความน่าเชื่อถือกระบวนการศาลยุติธรรมสวนกระแส ไม่สน “คำเตือนอันตราย” ที่ดังกระหึ่มเมืองปรากฏการณ์ “วอนหาเรื่อง” จนกลายเป็นเรื่อง “คอขาด บาดตาย” กำหนดเดดไลน์ นายเศรษฐาต้องทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีภายใต้สีหน้าแววตา ผู้นำซ่อนอาการหนักใจยังไงก็ไม่มิดระดับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน วัดได้จากการที่นายเศรษฐาต้องไปกดกริ่งหน้าประตูบ้านนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ขอใช้บริการ “เนติบริกร” พึ่งมือกฎหมายเบอร์ต้นๆของประเทศไทย มาช่วยเป็นที่ปรึกษาทีมทนายแก้ต่างหักล้างข้อกล่าวหา 40 สว.ที่ “ย้ำหมุด” ปมฝ่าฝืนจริยธรรมโดนชนักปักกลางหลังลึกอย่างมีนัยสำคัญ ผู้นำรัฐบาลรู้อยู่เต็มอกว่าตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ต้องสู้ในเกมนิติสงครามที่ซับซ้อน ลำพังมือกฎหมายทั่วไปเอาไม่อยู่แน่ยิ่งเทียบฟอร์มทีมทนายของ “เถ้าแก่ใหญ่” แพ้มากกว่าชนะ จังหวะพลิกคว่ำพลิกหงาย นายเศรษฐาจำเป็นต้องทำหูทวนลม ไม่ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย ไม่สนกระแสต่อต้าน “เนติบริกร” ในหมู่คนพรรคเพื่อไทยก่อหวอด เขย่าคลื่นใต้น้ำ กันถึงขั้นที่ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค ต้องขึ้นเสียงเขียวขู่ดังๆ กลางวงประชุม ถ้านายเศรษฐารอด ก็รอดด้วยกัน แต่ถ้านายเศรษฐาไม่รอด ก็พังด้วยกันทั้งรัฐบาลเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตรนาทีระทึก ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความอยู่รอดบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีดูอาการไม่มั่นใจ จับทางลูกสาว “เถ้าแก่ใหญ่” แหยงเกมล้มกระดาน เปอร์เซ็นต์รอดโอกาสร่วง ไม่หนีกองทัพก้าวไกลสักเท่าไหร่ค่ายสีส้ม ผู้นำรัฐบาลเพื่อไทย ชะตาแขวนต่องแต่งอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญลุ้นระทึกสถานการณ์ “ล้มกระดาน”แต่ที่แทรกคิวร้อน สัญญาณล้มโต๊ะแรงมาเลย จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับวินิจฉัยคำร้องปม 4 มาตรา ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่กระตุกต่อมผวา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล้าๆกลัวๆแม้จะแข็งใจ ฝืนอาการขาสั่น ไม่สั่งเลื่อนกระบวนการ เลือก สว.ในระดับอำเภอในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ยึดตามไทม์ไลน์เดิม ไม่ต้องรอความชัดเจนในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยอมเสี่ยงเดินหน้าจัดเลือก สว. ลากไปจ่อโดนร้องโมฆะภายหลัง ทำให้ กกต.อาจต้องถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งบานตะไทตามหัวเชื้อชนวนป่วนที่แฝงอยู่ทุกจุดของการเลือก สว.ซับซ้อนสุดในโลก ส่อปิดกล่องไม่ง่ายนั่นหมายถึงกระทบไทม์ไลน์ การเลือก สว.ใหม่ต้องลากยาวออกไปและโดยอัตโนมัติ “สว.ลากตั้ง” ชุดเดิมก็ยังมีอำนาจรักษาการ ไม่รู้จะไปหมดระยะตอนไหน สรุป รอคำตอบสุดท้ายถูกล็อกไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงาย และเขย่าไปเขย่ามามันก็คือ “คนละเรื่องเดียวกัน” ที่กลายเป็นเงื่อนไขเชื่อมโยงผูกกันเป็นซีรีส์ตามท้องเรื่องที่วกไปวนมาก่อน พีกตอนจบ เหมือนมือกำกับคนเดียวกันสมมติถ้าผลคดีของนายเศรษฐาออกมาเป็นลบ จำเป็นต้องสรรหานายกฯกันใหม่ในสภา ในจังหวะที่พรรคก้าวไกลโดนสั่งยุบพรรค ทำให้มีการต้อนงูเห่าเข้าสังกัดพรรคใหม่ ส่งผลเปลี่ยนตัวแปรสมการพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้โจทย์ล็อกสีส้ม ห้ามฝ่ายเสรีนิยมย้ายข้าง เป็นรัฐบาลไม่ได้เด็ดขาดไฟต์บังคับให้มั่วกันอยู่แต่ในฝ่ายอนุรักษ์นิยมสูตรพิสดารและนั่นก็ต้องมีการตีความอำนาจ “สว.ลากตั้ง” มีสิทธิ์ร่วมโหวตนายกฯได้ที่สุดเลยก็ต้องวกกลับไปปรับสูตร “ดีลลังกาวี”กันใหม่ในจังหวะสถานการณ์ที่อีกคดีสำคัญ วันที่ 18 มิถุนายน อัยการสูงสุดมีคำสั่งนัดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในตำนาน นำตัวส่งฟ้องศาล ในคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2561 ทักษิณ ชินวัตรถึงจุดที่ “นายใหญ่” ต้องลุ้นระทึก ป้วนเปี้ยนหน้า เรือนจำอีกคำรบเจอสยบด้วยเงี่ยงปมแหลมคม กระตุกอาการแพนิกคนหลอนคุก“นายใหญ่” โดนปักชนักปม 112 จำต้องยอมเจรจาต่อรอง หนีไม่พ้นแรงกดดันให้ปรับดีลลังกาวีกันใหม่ ในสภาพผู้นำรัฐบาลเพื่อไทย เก้าอี้แขวนต่องแต่งอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญการเมืองไร้ความแน่นอน สั่นสะเทือนความมั่นใจทางเศรษฐกิจชนวนความผิดพลาดมาจาก “จุดเดียว” ผลจากอาการย่ามใจ ฟอร์มเท่ไม่มีแผ่ว ปฏิบัติการยั่วท้าทายไม่มีพัก “นายใหญ่” กวักมือเรียกแขกเองโทษใครไม่ได้กระตุกอารมณ์หมั่นไส้ เข้าเหลี่ยมขบวนการจ้องเจาะยาง ยั่วฝ่ายระแวงระบอบทักษิณฟื้นคืนชีพ“นายใหญ่” โดนบีบเข้ามุมอับ เผชิญสถานการณ์ลำบากทั้งทีมเพื่อไทย."ทีมการเมือง"คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม