พลันที่ “วิษณุ เครืองาม” เข้าร่วมประชุม ครม.ครั้งแรก นับแต่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีภาพที่ปรากฏออกมา คือบรรดารัฐมนตรี (โดยเฉพาะ) ที่เคยร่วมทำงานด้วยกันมาก่อนต่างพากันยิ้มแย้มแจ่มใสและออกมายกย่องสรรเสริญกันยกใหญ่ว่านี่แหละคือนักกฎหมายที่ยอดเยี่ยมของประเทศ หาผู้ใดจับยากประเทศชาติจะได้ประโยชน์รวมทั้งรัฐบาลด้วยแน่นอนว่าที่บรรดารัฐมนตรีต่างออกมาเชิดชูอย่างนั้นนับว่าเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ให้เห็นกันมาแล้วที่สำคัญก็คือสมญาที่ถูกเรียกขานกันนั้น “เนติบริกร” เป็นจริงอย่างนั้นด้วยเหตุผลที่มากกว่านั้นก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลในขณะนี้ก็ชัดเจนจนทำให้นายกรัฐมนตรีต้องถูกคำร้องให้ถอดถอนก็เพราะไปตั้งรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัตินั่นเป็นเพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆจนเกิดปัญหาที่หวังพึ่งว่าจะให้เข้ามาทำหน้าที่ก็ฆ่าตัวตายด้วยมือตัวเองเรียบร้อยไปแล้วคือ “พิชิต ชื่นบาน” ทนายความ “ถุงขนม”สมัยรัฐบาล “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมี “มือกฎหมาย” ชื่อ “วิษณุ” นั้นไม่ปรากฏรัฐมนตรีเกิดปัญหาอย่างนี้เลยแม้กระทั่ง “บิ๊กตู่” ที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 6-7 ครั้งก็รอดมาหมดนี่คือหลักประกันอย่างหนึ่งที่ทำให้บรรดารัฐมนตรีสบายใจหายห่วง หากมีคนชื่อ “วิษณุ” เข้ามาทำหน้าที่นี้เพราะมีคนทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง ชี้ช่อง ชี้แนะให้ทุกอย่างราบรื่นรัฐมนตรีบางคนยังบอกด้วยว่านี่คือ “นิติปรองดอง” ไปโน่นเลย...“กูรู” ท่านนี้ได้เผยว่าการที่เขาตัดสินใจเข้ามาทำหน้าที่ก็เพราะ “เห็นใจ” นายกรัฐมนตรี และไม่เป็นปัญหาของประเทศด้วยอีกทั้งเขาก็ไม่ได้ตระบัดสัตย์เพราะไม่ได้เป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้รับเงินเดือนแต่อย่างใด จึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว“ถ้าต่อต้านมาก ผมก็ไม่อยู่”เขาตอกย้ำกระแสที่คน “เพื่อไทย” ไม่เห็นด้วย แต่ก็เป็นเพียงความเห็นของเพียงบางคน และก็เงียบไปแล้วเท่ากับว่าทุกอย่างราบรื่นไร้ปัญหาแต่ก็มีการตั้งคำถามกันว่านอกจากเห็นใจนายกรัฐมนตรีแล้วยังมีเหตุผลอย่างอื่นหรือถึงกับมีการตั้งข้อสังเกตทำนอง“ทำตาม คุมเกม หักหลัง” ใช่หรือไม่ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องจับตาดูกันต่อไป...เพราะการเมืองยุคสมัยนี้มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนหลายชั้นนับแต่ตั้งรัฐบาลสลายขั้วที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นมาแล้วการกลับเมืองไทยของ “ทักษิณ” ตั้งแต่หนีไปถึง 17 ปี อยู่ๆ ก็กลับมาได้อย่างสบายอันบ่งบอกว่าทุกอย่างต้องมีข้อตกลง ต้องมีอะไรที่พิเศษกว่าธรรมดา มิฉะนั้นมันคงไม่ออกมาในลักษณะนี้ได้พูดง่ายๆว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแต่ที่แน่ๆ ก็คือรัฐบาลชุดนี้มีกลิ่นอายของ “อำนาจเก่า” แฝงเข้ามาในหลายรูปแบบ“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม