ไม่ต้องรอผลโพลสำนักไหนให้เมื่อยตุ้ม รัฐบาลนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ให้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ไปสำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ต่อการบริหารงานของรัฐบาลครบ 6 เดือน โฆษกรัฐบาล ชัย วัชรงค์ และ ปิยนุช วุฒิสอน ผอ.สำนักงานสถิติแห่งชาติ มานั่งแถลงกับสื่อไปเมื่อวันก่อน สรุปว่าภาพรวมประชาชน พอใจการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 44.3 ถือว่าพอใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับดีเลิศ นโยบายที่ชาวบ้านชอบที่สุด คือ 30 บาท รักษาทุกที่ ถึงร้อยละ 68.4 ต้องยอมรับว่า การอำนวยความสะดวกการเข้าถึงนโยบาย สุขภาพการรักษาพยาบาล ชาวบ้านชอบใจอยู่แล้ว ส่วนที่กองงานโฆษก ปลื้มมากก็เห็นจะเป็นคำตอบที่ชาวบ้านติดตามรับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล ถึงร้อยละ 83.9 ทั้งผ่านจอทีวีและแพลตฟอร์มออนไลน์ความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ อยู่ที่ร้อยละ 41.9 ที่ชาวบ้านอยากให้รัฐบาลใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ การควบคุมราคาสินค้า อุปโภค บริโภค ถึงร้อยละ 75.3 อยากให้ลดค่าไฟร้อยละ 46.6 น่าเสียดายว่าไม่มีรายละเอียดความพึงพอใจในนโยบายต่างๆของรัฐบาลที่ได้ทำไปแล้วและที่กำลังจะทำ อาทิ โครงการดิจิทัล วอลเล็ต ซอฟต์พาวเวอร์ มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้นรอการกำหนดวันที่ชัดเจนที่รัฐบาลแถลงผลงานอย่างเป็นทางการอีกระลอก การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญมีเรื่องสำคัญสอง เรื่องกฎหมาย ประชามติ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วาระ 1 ดังนั้น จึงกลายเป็นการตั้งข้อสังเกตหรือคาดเดาว่า ในระหว่างวันที่ 18-21 มิ.ย.ที่มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการ เมืองใดๆเกิดขึ้น เพราะเป็นกฎหมายที่สำคัญทั้งสองฉบับ เป็นกฎหมายการเงินและการเดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ประกาศเป็นนโยบายการหาเสียงและถูกบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทำงานอีกแค่ 3 เดือนก็จะครบ 1 ปี ผลงานเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม ต่างคนยลตามช่อง ที่เป็นชิ้นเป็นอันก็มี ที่ยังจับต้องไม่ได้ก็มีเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน ถูกวิพากษ์วิจารณ์แรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำมันแพง ข้าวสารแพง ค่าแรงถูก ภาพของนายกฯเศรษฐาโกอินเตอร์บ่อยๆ ถูกยกเอามาเป็นหัวข้อสนทนาว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ถ้าจะไปสร้างแบรนด์ประเทศไทย ไปโชว์ซอฟต์พาวเวอร์ ไปทำหน้าที่นายกฯ เซลส์แมน คุ้มค่าหรือไม่ ฝ่ายรัฐบาลก็คงต้องชี้แจงว่าเมืองนอกก็ไป ต่างจังหวัดก็ไป ตาดูดาวเท้าก็ติดดิน บางทีก็เป็นเรื่องหยุมหยิมเกินไป หรือเป็นอะไรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเกินไป อาทิ เรื่องนโยบายส่งเสริมควายไทย มรดกไทย หรือแฟชั่นผ้าขาวม้าไทย จะถูกฝาถูกตัวกับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในฐานะผู้นำประเทศหรือไม่ต่อให้นายกฯจะสุดยอดขยันแค่ไหน แต่คนเพียงคนเดียว คงจะไปทำอะไรทุกเรื่องไม่ได้ เอาเฉพาะนโยบาย 7 ข้อใหญ่ที่แถลงเอาไว้ในสภาเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2566 จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ถดถอยต่อเนื่อง เป็นการเร่งด่วน เติมเงิน 10,000 บาท แก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แก้รัฐธรรมนูญระยะกลางระยะยาว สร้างรายได้เข้าประเทศ เศรษฐกิจเชิงรุก พัฒนาเศรษฐกิจรากฐาน การสร้างและขยายโอกาส การพัฒนากองทัพ เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ปราบปรามยาเสพติด แก้ปัญหา PM 2.5แค่นี้ก็บานตะไทแล้ว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม