ชนักปักคาหลัง อัยการสูงสุดยืนยันส่งฟ้องศาลแม้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะแจ้งป่วยโควิด ไม่มาปรากฏตัวเพื่อฟังคำสั่งฟ้องในคดีถูกกล่าวหามาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2558 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้แต่ไม่มีผลอะไรในเชิงคดียังสามารถเดินต่อไปได้คดีนี้อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องไปแล้วตั้งแต่ 19 ก.ย.2559 แต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลได้เมื่อนายทักษิณเดินทางเข้าประเทศแต่ถูกควบคุมตัวไว้ในคดีอื่น จึงไปแจ้งให้รับทราบเมื่อ 17 ม.ค.2567 แต่นายทักษิณให้การปฏิเสธพร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดพิจารณาสอบสวนแล้วยืนยันคำสั่งฟ้องตามกระบวนการต้องนำตัวส่งฟ้องศาล แต่นายทักษิณอ้างป่วยไม่ได้เดินทางมา จึงเลื่อนนำตัวส่งฟ้องศาลไปเป็นวันที่ 18 มิ.ย. ชลธิชา แจ้งเร็วน่าสนใจว่านายใหญ่จันทร์ส่องหล้าป่วยจริงหรือป่วยการเมือง จับสัญญาณอะไรได้หรือเปล่าเพราะก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน มีการพิจารณาคดีมาตรา 112 ของ “ลูกเกด” น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล แม้ศาลมีคำสั่งจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา แต่อนุญาตให้ประกันตัวกูรูกฎหมายวิเคราะห์คดีนายทักษิณผลคงออกมาไม่ต่างกัน ถ้าปรากฏตัววันนี้น่าจะได้ประกันแต่นักการเมืองในเครือข่าย รวมถึงนายทักษิณเองอาจไม่มั่นใจนิติสงครามยังคุกรุ่นรุนแรงอยู่ในสนามการเมือง หลักนิติศาสตร์กับหลักรัฐศาสตร์ ยามนี้แยกแยะลำบาก เพราะเห็นกันจะจะคาตาเมื่อนายทักษิณเดินเกมรัฐศาสตร์หนักหน่วง รุนแรง ก็อาจสุ่มเสี่ยงโดนนิติสงครามย้อนเกล็ดสัญญาณไม่ลดราวาศอก ชัดเจนตั้งแต่ 40 สว.ลุยปฏิบัติการยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญสอยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ออกจากตำแหน่ง ข้อหาผิดจริยธรรมตั้งรัฐมนตรีคุณสมบัติไม่เหมาะสมแต่นายทักษิณยังไม่มีท่าทีอ่อนข้อ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบเปิดหน้า ยื่นปลายคางตามสไตล์ทีมงานเครือข่ายเห็นอาการแบบนี้แล้วผวา ต้องทัดทานไม่อยากให้เอาขุนไปเสี่ยงแรงมาแรงไปอาจมีสิทธิพังทั้งกระดาน น้ำกำลังเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง ยื้อเวลาผ่อนสั้นผ่อนยาวรอสถานการณ์คลี่คลายก่อนดีกว่า วิษณุ เครืองามชั่วโมงนี้ “นายกฯนิด” ยังดูใจเย็นกว่า เดินเข้าหา “ซือแป๋กฎหมาย” วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เชิญมาร่วมทำงานกับรัฐบาลในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)หวังพึ่งพาบารมีและฝีมือกฎหมายระดับเซียนเหยียบเมฆไร้ร่องรอย เพื่อช่วยเหลือต่อสู้คดี“วิษณุ” ไม่ใช่แค่ศาสตราจารย์กฎหมาย ฉายา “เนติบริกร” คือการหยั่งถึงจิตใจ รู้ว่าใครเป็นยังไง ดังนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนแนวไหน “วิษณุ” อ่านใจทะลุ หากได้เขียนคำชี้แจงแก้ต่างรับประกันหายห่วงสำคัญคือบารมีที่เคยอยู่กับขั้วอำนาจเดิมรัฐบาลที่แล้ว สามารถเกื้อหนุนเสริมพลังหลายมิติ อย่างน้อยคือบอกว่ายังไงก็เป็นพวกเดียวกันการไปเชิญแบบเปิดตัว นายกฯเอ่ยปากบอกเอง เหมือนจงใจส่งสัญญาณไปถึงผู้มีอำนาจแต่ในทางกลับกันมันเป็นดาบสองคม แฟนคลับคนเสื้อแดงเหมือนโดนกระทำซ้ำซาก พรรคเพื่อไทยไปดึงเอาปรปักษ์ที่เคยชี้หน้าด่ามาเป็นพวกอีกแล้ว แม้แต่คนในเพื่อไทยยังรับไม่ไหว ต้องออกมาโวยระบายความอัดอั้นจับสัญญาณอาการเพื่อไทยยังดูไม่นิ่ง สับสนอลเวง บางทีไม่รู้จะไปขวาหรือซ้ายนั่นเพราะชั่วโมงนี้เหมือนขาดเอกภาพภายใน เกิดภาวะอำนาจซ้อนแม้ประเมินภาพรวมแล้วมั่นใจได้ไปต่อ “นายกฯนิด” น่าจะรอดบ่วงคดีแต่การแสดงออกตอบโต้ต่างกัน เพราะมองฉากทัศน์ข้างหน้าไม่เหมือนกันเหนืออื่นใดถ้ามองภาพรวมแล้ว ยังไงรัฐบาลเพื่อไทย-อนุรักษ์นิยม ก็ต้องกอดคอกันเดินต่อไปหากมัวแต่เหม็นหน้าหมั่นไส้ทะเลาะกัน ทั้งฝุ่นทั้งเลือดเข้าตา ก็ไม่มีปัญญาไปสร้างสรรค์พลิกเกมเอาชนะคู่แข่ง หนีไม่พ้นตายหมู่เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ม้วนเสื่อแพ้เด็ก วันนี้ผลโพลก็เป็นคำตอบชัดเจนถึงการกระทำอยู่แล้วเล่นเกมฟาดฟันอำนาจ ต่อรอง เกี้ยเซียะ อวยยศ ปลดล็อกคดี มีแต่ทำลายกระแสนิยมตัวเอง ไม่ได้มีประโยชน์โพดผลอะไรกับประชาชน มีแต่สร้างความเอือมระอาแล้วจะให้คาดหวังอะไรจากรัฐบาล คะแนนจึงไหลไปค่ายส้มโดยปริยายหากไม่ปรับวิธีคิด เปลี่ยนจังหวะก้าว ก็อาจแพ้ทั้งคณะ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม